“ยิ่งชีพ”ขอร้องภูมิใจไทย อย่าฟ้อง ถ้าไม่จริง ก็ชี้แจงมา
"ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ "ขอร้องภูมิใจไทย อย่าฟ้อง ถ้าไม่จริง ก็ชี้แจงมา หลังแถลงพาดพิง ปม ฮั้ว สว.
วันที่ 23 ก.ค.69 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวกรณีพรรคภูมิใจไทย เตรียมฟ้องว่า ขอร้องและขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาท ไม่เคยอยากถูกฟ้องและไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลย เพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี แต่เพราะเห็นว่ามันเป็นมาตรฐานการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และไม่สง่างามต่อท่านเอง
"กรณีที่ผมพูดถึงกระบวนการโกงเลือก สว. ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหม่ มีผู้คนที่รู้เห็นเหตุการณ์ พยานที่เกี่ยวข้อง พูดเรื่องนี้มานานแล้ว และพูดออกทีวี แถลงข่าวไปหลายครั้งแล้ว ถ้าท่านเห็นว่าสิ่งเรานำเสนอนั้นไม่เป็นความจริงขอให้ท่านชี้แจง สังคมก็จะได้ยินครับ สังคมไม่จำเป็นต้องเชื่อผม ไม่จำเป็นต้องเชื่อพยานเหล่านั้น ซึ่งบางกรณีและบางท่านก็ได้ชี้แจงแล้วที่เหลือก็เป็นเรื่องของสังคมจะตัดสินใจ สิ่งที่ผมได้ทำไป เป็นเพียงการรวบรวมข้อเท็จจริงที่มีปรากฏอยู่แล้วก่อนหน้านึ้จากปากคำพยานมากมาย นำเสนอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบในกระบวนการของรัฐสภา เป็นการทำหน้าที่ในฐานะประชาชนธรรมดา เพื่อมีส่วนร่วมตรวจสอบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นโดยบุคคลของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งใครๆก็ทำได้ ทุกคนควรทำได้โดยรู้สึกปลอดภัย ถ้าหากว่าข้อมูลเหล่านี้ตรวจสอบแล้วว่าไม่จริง ก็จบไป ผมก็ไม่อาจมีอำนาจทำอะไรท่านไปได้มากกว่านั้นอีกแล้วครับ"
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ข้อสงสัยว่าบุคคลในรัฐบาลอาจทำอะไรที่ผิดหรือพลาดไปบ้าง เกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลาทุกสถานที่ คนที่รู้เห็นหรือพอจะรู้เห็นก็ย่อมชอบธรรมที่จะออกมาพูดถึง ในพื้นที่และรูปแบบที่เขาทำได้ตามบทบาทของแต่ละคน กฎหมายและการบังคับใช้ควรจะต้องทำหน้าที่คุ้มครองการพูดถึงและการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีเหล่านั้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศและกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ต้องรู้สึกว่ากลัวที่จะถูกดำเนินคดีตามมาจากการพูดถึงสิ่งที่คนในรัฐบาลอาจทำผิดหรือทำพลาดหรือถูกกล่าวหา ผมอยากให้เราอยู่กันด้วยบรรยากาศแบบนี้ มาตรฐานแบบนี้ และหลักการแบบนี้ครับ จึงขอร้องอีกครั้งให้ท่านทบทวน
แต่หากท่านทบทวนแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทจริง เพราะท่านเห็นว่ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างไร และทำให้ท่านเสียหายโดยไม่สามารถเยียวยาความเสียหายของท่านได้โดยวิธีการชี้แจงต่อสาธารณะ ผมก็พร้อมที่จะนำข้อเท็จจริงที่มี อยู่ในมือมากมายในวันนี้ และที่จะเพิ่มเติมอีกได้ในอนาคต เอาขึ้นพิสูจน์ในชั้นศาลครับ หากท่านตัดสินใจจะต้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ผมก็จะขอร้องท่านอีกด้วยว่า มาสร้างบรรทัดฐานการดำเนินคดีที่ดีด้วยกันครับ
1) อย่าใช้ตำรวจและกลไกของรัฐ เป็นเครื่องมือ ท่านนักการเมืองทั้งหลายมีต้นทุนทางสังคม และมีทรัพยากรด้านการเงินอยู่แล้ว ขอให้จ้างทนายความยื่นฟ้องต่อศาลเอง ออกค่าใช้จ่ายเองหรือพรรคออกให้ เพราะตอนนี้ท่านมีอำนาจเป็นรัฐบาลอยู่การแจ้งความต่อตำรวจหรืออัยการเพื่อให้ดำเนินคดีแทนท่าน โดยที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเหล่านี้ก็เป็นข้าราชการทำงานภายใต้รัฐบาลนี้ เป็นการใช้กลไกของรัฐมาสนับสนุนเรื่องชื่อเสียงส่วนตัวของท่านเองครับ เพราะผมในฐานะฝ่ายจำเลย ก็ต้องใช้ทรัพยากรของผมเองครับ
2) อย่าฟ้องแยกเป็นหลายคดี เพราะการกระทำของผมทั้งหมดเกิดขึ้นครั้งเดียว ถ้าหากบุคคลที่ผมกล่าวถึงทั้งเก้าท่านรู้สึกว่าเสียหายก็สามารถเป็นโจทก์ยื่นฟ้องร่วมกันได้ ในเมื่อชัดเจนแล้วว่าการตัดสินใจจะฟ้องเป็นการตัดสินใจร่วมของพรรค ก็รวมกันมาเรื่องเดียวนะครับ ว่ากันทีเดียว เพราะการมีหลายคดีทำให้ต้องจัดการพยานหลักฐานซ้ำกันหลายชุด พยานแต่ละคนต้องเดินทางไปขึ้นศาลหลายครั้ง เสียเวลาโดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย มีแต่ความสับสนที่จะตามมาว่าเอกสารฉบับไหนของคดีไหนยื่นไปครบแล้วหรือยัง มารวมที่เดียวกันแล้วพูดทีเดียวกันเลยครับ
3) อย่าฟ้องคดีทางไกล ผมทราบว่าทะเบียนบ้านของคนที่ผมกล่าวถึงหลายท่านไม่ได้อยู่กรุงเทพ แต่ท่านก็ทำงานกันที่นี่แหละมีหน้าที่การงานอยู่ที่รัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ขอให้ท่านยื่นฟ้องโดยตรงต่อศาลอาญาเป็นคดีเดียวกัน เพราะการดำเนินคดีในจังหวัดอื่นมีแต่เป็นการเพิ่มภาระให้จำเลยต้องเดินทาง สุดท้ายผมอาจชนะคดีได้ไม่ยากเพราะผมมีข้อเท็จจริงที่ใช้พิสูจน์ แต่ต้นทุนที่อาจต้องใช้ในการเดินทางมันเสียหายทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาครับ
4) ท่านมาเบิกความเองด้วยนะครับ เพราะข้อมูลที่ผมได้ยื่นขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ หลายเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนบุคคล ว่าได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จุดนั้นจุดนี้ หรือไม่ คนที่รู้เห็นและตอบคำถามนี้ได้ก็ต้องเป็นตัวท่านเองเท่านั้น ถ้าท่านใช้วิธีมอบอำนาจให้ท่านศุภชัยหรือทนายความมาเป็นผู้เบิกความแทน ฝ่ายจำเลยก็ไม่สามารถถามค้านเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอะไรได้ ฝ่ายจำเลยก็จะยิ่งเสียเปรียบอีก ถ้าท่านบริสุทธิ์ใจจริง ขอให้ท่านมาอธิบายเอง แล้วให้เรามีโอกาสตรวจสอบได้ตั้งคำถามต่อท่านด้วยว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่มีพยานหลักฐานไปถึงตัวท่านเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ผมเข้าใจว่าท่านมีภารกิจเพื่อประเทศชาติมากมายแล้ว แต่ถ้าท่านจะดำเนินคดีในข้อหาความผิดต่อส่วนตัวเพื่อให้คนหนึ่งคนต้องติดคุกท่านก็ยังมีภาระที่จะต้องตอบคำถามด้วยตัวเองด้วยนะครับ
นายยิ่งชีพ ย้ำอีกครั้งว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถ้าตัวท่านเองไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนก็ไม่ต้องดำเนินคดีครับ แต่ถ้าตัวท่านเองรู้สึกว่าต้องดำเนินคดีจริงๆ มันก็กลายเป็นเรื่องส่วนตัวของเราทั้งสองฝ่ายที่ต้องพิสูจน์กันบนเวทีที่เป็นกลาง ถ้าต้องเอาผมติดคุกให้ได้ ก็ขอให้กระบวนการที่เกิดขึ้นชัดเจนตรงไปตรงมา ท่านรักษาศักดิ์ศรีของท่านได้ ถ้าผมจะถูกตัดสินว่าผิดก็ขอให้ผมถูกตัดสินแบบแฟร์เกม ที่เป็นธรรมกับผมด้วยครับ