คนขี่เสือ
“คนขี่เสือ” กับบทเรียนทางการเมืองที่ไม่เคยล้าสมัย “บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย สะท้อนสัจธรรมการเมืองนี้ไว้ว่า
“ผู้ที่ขี่เสือ ย่อมลงจากหลังเสือได้ยาก” สุภาษิตนี้สะท้อนการเมืองได้ชัด เมื่อผู้มีอำนาจสร้างภาพและคำสัญญาจนได้รับการสนับสนุน แต่กลับถอนตัวไม่ได้
แนวคิดนี้ปรากฏในนวนิยาย He Who Rides a Tiger ของ Bhabani Bhattacharya นักเขียนชาวอินเดีย เกิดเมื่อปี ค.ศ.1906 และเสียชีวิตในปี ค.ศ.1988 ที่เล่าถึงชายผู้ใช้การสร้างภาพเพื่อให้สังคมยอมรับ ช่วงแรกเขาประสบความสำเร็จ แต่ท้ายที่สุดกลับติดอยู่กับสิ่งที่ตนสร้าง
ในทางการเมือง ผู้คนมักสร้างความนิยมด้วยวาทกรรมและภาพลักษณ์ที่ดึงดูด แต่เมื่อได้อำนาจ ความจริงย่อมถูกตรวจสอบ คำพูดและนโยบายต้องเผชิญผลลัพธ์จริง
หลายครั้งนักการเมืองจึงต้องยึดติดกับวาทกรรมเดิม แม้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะไม่อาจสูญเสียฐานสนับสนุน
นี่คือภาวะของ “คนขี่เสือ”
บทเรียนนี้ยังสะท้อนถึงประชาชน ในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วและเต็มไปด้วยข่าวบิดเบือน การตัดสินใจจึงต้องตั้งอยู่บนเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์
ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งเกิดจากการตั้งคำถามและพิจารณาข้อเท็จจริง มากกว่าการเชื่อหรือปฏิเสธเพียงเพราะความชอบส่วนตัว
ในท้ายที่สุดแล้ว การเมืองที่ยั่งยืนไม่อาจตั้งอยู่บนการสร้างภาพหรือการปลุกเร้าอารมณ์ของผู้คนได้ตลอดไป ความจริงอาจเดินช้า แต่ความจริงมักเดินถึงเส้นชัยเสมอ
เมื่อถึงวันนั้น ผู้ที่เคยเลือก “ขี่เสือ” อาจค้นพบว่า การขึ้นไปอยู่บนหลังเสือนั้นง่ายกว่าการลงมาอย่างสง่างามมากนัก
นี่คือสะท้อนถึงการเอาชีวิตรอด เปรียบเหมือนคนที่ขึ้นไปขี่อยู่บนหลังเสือ หากขี่ต่อไปก็น่าหวาดเสียวและอันตราย แต่จะกระโดดลงมาก็กลัวเสือกัดตาย จึงต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ใช่หรือไม่.
ช่างสงสัย