โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ทรัมป์" ขู่อิหร่านถล่มสะพาน-โรงไฟฟ้า ดันน้ำมันพุ่งรอบ 6 สัปดาห์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทรัมป์ ยกระดับแรงกดดันต่ออิหร่าน ประกาศหากเรือในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้า

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการตอบโต้อิหร่านที่รุนแรงขึ้น โดยระบุว่า ทุกครั้งที่อิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะใช้ขีปนาวุธ จรวด โดรน หรืออาวุธชนิดใด สหรัฐฯ จะโจมตีและทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่าน 1 แห่ง รวมถึงเป้าหมายที่อยู่ในกรุงเตหะรานหรือพื้นที่ใกล้เคียง

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งลงนามเมื่อเดือนมิถุนายนเริ่มสั่นคลอน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่มปฏิบัติการโจมตีและแข่งขันกันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

ภัยคุกคามรอบล่าสุดกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนโดยตรงต่อตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นมากกว่าร้อยละ 3 แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลว่า การขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางอาจสะดุดเป็นวงกว้าง หลังจำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงต่อเนื่อง

ผลกระทบยังลามเข้าสู่ธุรกิจขนส่ง โดยบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม เตรียมเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ในอัตรา 65-165 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ สะท้อนต้นทุนน้ำมันเรือที่พุ่งสูงขึ้น และอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้านำเข้าและส่งออกทั่วโลก

ขณะเดียวกัน เบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามสำหรับเรือในอ่าวเปอร์เซียปรับขึ้นมาใกล้ร้อยละ 3 ของมูลค่าเรือ จากเดิมร้อยละ 2 ทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องชะลอการเดินเรือหรือบวกต้นทุนเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและผู้นำหลายประเทศตั้งคำถามต่อคำขู่ของทรัมป์ เนื่องจากสะพานและโรงไฟฟ้าที่มีสถานะเป็นเป้าหมายพลเรือนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เว้นแต่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

ตลาดโลกจึงต้องจับตาว่า คำขู่นี้จะเป็นเพียงยุทธศาสตร์กดดันอิหร่าน หรือจะนำไปสู่การโจมตีจริง ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นอีกระลอก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...