โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตหนัก! หอยแครงต่างประเทศทะลัก ราคาตก ขายไม่ออก วอนรัฐช่วยด่วน

มุมข่าว

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครง ว่ากำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการนำเข้าหอยแครงขนาดใหญ่ราคาถูกจากต่างประเทศ จนกระทบต่อราคาหอยแครงในประเทศและสร้างความเดือดร้อนต่ออาชีพของเกษตรกรไทย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครง ว่ากำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการนำเข้าหอยแครงขนาดใหญ่ราคาถูกจากต่างประเทศ จนกระทบต่อราคาหอยแครงในประเทศและสร้างความเดือดร้อนต่ออาชีพของเกษตรกรไทย

เกษตรกรและพ่อค้าหอยแครงในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการนำเข้าหอยแครงทั้งทางอากาศและทางบกจากหลายประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน โดยหอยแครงเหล่านี้เป็นหอยธรรมชาติ มีขนาดใหญ่และมีต้นทุนต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีต้นทุนเพาะเลี้ยงเหมือนของไทย ทำให้ผู้นำเข้าสามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 40-90 บาท ขณะที่หอยแครงไทยซึ่งต้องลงทุนค่าลูกพันธุ์และค่าเลี้ยงดู มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 120 บาท สำหรับหอยขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม ส่งผลให้เกษตรกรไทยแข่งขันด้านราคาได้ยาก อีกทั้งยังต้องรอช่วงที่หอยนำเข้ามีปัญหา เช่น เก็บเกี่ยวไม่ได้หรือขนส่งไม่ได้ จึงจะสามารถขายหอยไทยได้เพียงสัปดาห์ละประมาณ 2 วัน ทำให้หอยที่เลี้ยงไว้ทยอยตายจากสภาพแวดล้อมในฟาร์มที่เสื่อมโทรม

นอกจากนี้ พ่อค้าและเกษตรกรยังสะท้อนว่า หอยแครงที่รับซื้อจากชาวบ้านเมื่อนำไปจำหน่ายตามตลาดกลับขายไม่หมด ต้องขนกลับมาค้างไว้จำนวนมาก โดยระบุว่า ต้นทุนรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ตั้งใจขายในราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่กลับไม่มีผู้ซื้อ แม้จะลดราคาหอยขนาดเล็กลงเหลือกิโลกรัมละ 150–160 บาท ก็ยังขายไม่ได้ หากปล่อยไว้นานหอยก็ตาย สุดท้ายต้องนำมาต้มรับประทานเอง เพราะขาดทุนและไม่สามารถระบายสินค้าได้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการควบคุมการนำเข้าหอยแครงขนาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทย

ด้าน นายอานุภาพ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงในตำบลคลองโคน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหอยแครงสำคัญของประเทศ กำลังเผชิญปัญหาราคาตกลงกิโลกรัมละ 40–50 บาท และยังขายผลผลิตไม่ออกจากผลกระทบของหอยนำเข้า แม้หอยแครงคลองโคนจะมีจุดเด่นด้านความสด หวาน กรอบ และรสชาติดีก็ตาม พร้อมระบุว่า แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถห้ามการนำเข้าได้ทั้งหมดตามข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ แต่ภาครัฐสามารถใช้มาตรการด้านมาตรฐานความปลอดภัย การตรวจสุขอนามัย และการจัดเก็บภาษีนำเข้า เพื่อควบคุมปริมาณการนำเข้าได้ โดยหลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงคณะกรรมาธิการการเกษตร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมตรวจสอบการลักลอบนำเข้าหอยแครงผิดกฎหมาย และรวบรวมข้อมูลการนำเข้าและราคาย้อนหลัง เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครงไทยต่อไป

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...