โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คลังแสงขีปนาวุธแพทริออต (Patriot missile) ของสหรัฐฯ เหลือน้อยกว่า 1,700 ลูกแล้ว

The Better

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

จากการรายงานของสำนักข่าว CCTV ของจีนโดยอ้างแหล่งข่าวจากสหรัฐฯ และรายงานเมื่อวันที่ 8 ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นทางอากาศแพทริออตจำนวนมาก (Patriot missile) ในสงครามกับอิหร่าน จนทำให้ในขณะนี้สหรัฐฯ เหลือขีปนาวุธประเภทนี้ในคลังแสงไม่ถึง 1,700 ลูก

แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ ระบุกับ CCTV ว่า กองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธแพทริออตไปแล้วกว่า 1,500 ลูกในสงคราม แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะทำงานร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมทางทหารเพื่อเร่งและขยายการผลิต แต่ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่าสองปีในการเติมเต็มจำนวนขีปนาวุธนี้

รายงานยังระบุด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธระยะไกลบางประเภท เช่น ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบก และขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ เกือบหมดแล้วในสงครามกับอิหร่าน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม จากกรายงานของสำนักข่าว AFP ระบุว่า ทรัมป์โจมตีรายงานข่าวของสื่อเกี่ยวกับการลดลงของคลังอาวุธ โดยกล่าวว่าสหรัฐอเมริกามี "กระสุนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางประเภท" โดยทรัมป์กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

"นอกจากนี้ ยังมีการผลิตและจัดส่งไปยังสหรัฐฯ ในปริมาณมากตามความต้องการ บริษัทด้านกลาโหมกำลังสร้างโรงงานและสถานประกอบการจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา" ทรัมป์กล่าว

สาเหตุที่ทรัมป์ต้องตอบโต้ เพราะหนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานว่าทรัมป์เรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับการขาดแคลนกระสุนจากปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิด สถานที่พักผ่อนของประธานาธิบดี

ทรัมป์บอกกับเฮกเซธว่าเขาคิดว่าปัญหากระสุน "ได้รับการแก้ไขแล้ว" Washington Post รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อสองแหล่งที่คุ้นเคยกับการสนทนา

ทรัมป์ประณามรายงานข่าวของสื่อ โดยขู่ว่า "ผู้ที่ปล่อยข่าวเรื่องการทรยศเหล่านี้กำลังถูกตามล่า" และ "จะมีการเรียกร้องให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลานาน!"

คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ประณามการรายงานข่าวเกี่ยวกับการปะทะระหว่างทรัมป์กับเฮกเซธว่าเป็น "ข่าวปลอม!"

"ฉันอยู่ที่แคมป์เดวิดกับประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐมนตรีเฮกเซธ เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง" เธอเขียนบน X

ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า รายงานเกี่ยวกับการปะทะกันระหว่างทรัมป์กับเฮกเซธและการขาดแคลนอาวุธนั้น "เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งคู่"

แต่สื่ออื่นๆ เช่น CNN ก็ยังรายงานด้วยว่า การขาดแคลนขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลและระบบสกัดกั้นทางอากาศส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ของทรัมป์ในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ระบบสกัดกั้น THAAD ไปแล้ว "เกือบ 80%"

Washington Post ยังกล่าวอีกว่า การขาดแคลนดังกล่าวทำให้ทรัมป์ยกเลิกการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะขู่ว่าจะโจมตีสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ "อย่างหนัก" ก็ตาม

นอกจากนี้ จากรายงานของ CCTV ของจีนที่อ้างตามรายงานของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม แหล่งข่าวหลายแห่งเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งกับอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ไปแล้วเกือบสี่ในห้าของจำนวนทั้งหมด และขีปนาวุธสกัดกั้นระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตประมาณครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กที่ใช้โจมตีระยะไกลก็ถูกใช้ไปเกือบครึ่งหนึ่งเช่นกัน ทำให้คลังขีปนาวุธของสหรัฐฯ อยู่ในภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ CCTV ยังรายงานว่า ทรัมป์เองก็ยังยอมรับที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 6 ว่า แม้ว่าปัจจุบันสหรัฐฯ จะมีปริมาณกระสุนสำรองโดยรวมเพียงพอ แต่ปริมาณกระสุน "บางประเภท" นั้น "ค่อนข้างจำกัด" เขายังกล่าวอีกว่า บริษัทด้านกลาโหมของสหรัฐฯ กำลังสร้างโรงงานผลิตระบบอาวุธ เช่น ขีปนาวุธแพทริออตและโทมาฮอว์ก

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ทหารสหรัฐฯ ยืนอยู่ข้างฐานยิงขีปนาวุธแพทริออตในเมืองกาซิอันเตป ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2013 ระหว่างการเยือนของรองปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แอชตัน บี. คาร์เตอร์ (ไม่ปรากฏในภาพ) ฐานยิงขีปนาวุธแพทริออตและบุคลากรของสหรัฐฯ และนาโตถูกส่งไปประจำการในตุรกีเพื่อสนับสนุนพันธกรณีของนาโตในการปกป้องความมั่นคงของตุรกีในช่วงเวลาที่ภูมิภาคมีความไม่มั่นคง ภาพโดย DoD Photo By Glenn Fawcett (Public Domain)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...