‘THATA’ ธุรกิจบาสเกตบอลครบวงจร แบรนด์ถุงเท้าที่ต้องการสร้างแชมป์โลกจากชลบุรี
“บาสเกตบอล” เป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย มีนักกีฬาในทุกช่วงวัย โดยในการเล่นบาสเกตบอลควรจะต้องมีเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันสรีระไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขัน เช่น ชุดรัดกล้ามเนื้อ ชุดป้องกันการบาดเจ็บ ถุงเท้า แต่ในประเทศไทยกลับยังไม่มีแบรนด์ลงมาเล่นในตลาดนี้มากนัก
ในฐานะนักบาสเกตบอลที่อยู่ในวงการมานาน ชวพล เสนาพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาท่า สปอร์ต จำกัด เล็งเห็นในศักยภาพตลาดบาสเกตบอลไทยและอยากให้มีสินค้าและอุปกรณ์กีฬาที่เข้าใจสรีระคนไทย จึงได้ก็ตั้งแบรนด์ “THATA” ขึ้นมาเพื่อให้เด็กและนักกีฬาไทยได้ใช้สินค้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้และเหมาะสม
ถุงเท้าบาสเกตบอลอันดับหนึ่งของไทย
ชวพลเริ่มก่อตั้งแบรนด์มาเมื่อ 15 ปีก่อน เขาต้องการยกระดับเยาวชนในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา รวมถึงระดับประเทศโดยใช้สินค้าเป็นตัวกลาง เมื่อเริ่มทำแบรนด์ ชวพลจึงเลือกที่จะไม่กระโดดเข้าสู่ตลาดเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่การแข่งขันสูง แต่กลับมองถึงสินค้าที่จะช่วยแก้ปัญหาให้นักกีฬา โดยมี “ถุงเท้าบาสเกตบอล” เป็นสินค้าชูโรง
ถุงเท้าของ THATA แตกต่างจากถุงเท้าวิ่งหรือฟุตบอลที่เน้นความบาง เพราะบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่มีการเคลื่อนที่รุนแรงในระยะสั้น ถุงเท้าจึงต้องมีความ "หนา นุ่ม และกระชับ" เพื่อรองรับแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ทันสมัย ตามเทรนด์แฟชั่นของ NBA หรือ FIBA ลีกบาสเกตบอลระดับโลก ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ในทุกการลงสนาม จนปัจจุบัน THATA เติบโต จนมีถุงเท้าบาสเกตบอลให้เลือกมากกว่าร้อยรายการ
อย่างไรก็ตาม ชวพลยอมรับว่าชอปปิ้งออนไลน์ทำให้ “สินค้าจากจีน” ที่มีราคาถูกกว่า เข้ามาแย่งฐานลูกค้าไปบ้าง รวมถึงเคยถูกก๊อปสินค้ามาแล้ว แต่แบรนด์ก็ยังยืนหยัดต่อสู้ด้วยคุณภาพและความคุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วย ความเป็นแบรนด์ไทย ที่สามารถตรวจสอบได้และมีตัวตนจริงในระบบ
“เราตั้งใจที่จะทำแบรนด์บาสเกตบอลของคนไทย ในโลโก้ของเราตรงคำว่า Tha จะมี ตัว I ซ่อนอยู่ แล้ว Ta ก็จะมีตัว M เล็ก ๆ พออ่านรวมกันมันจะได้เป็น ไทยทำ (Thai Tam)”
นอกจากถุงเท้าแล้ว สินค้าขายดีคือ “กลุ่มอุปกรณ์จำเป็น” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นและลดการบาดเจ็บ โดยเฉพาะชุดรัดกล้ามเนื้อ ทั้งเสื้อและกางเกง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักกีฬาและนักเรียนโรงเรียนนานาชาติที่สวมใส่กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บ เช่น ที่รัดเข่าและที่รัดแขน ตลอดจนลูกบาสเกตบอลที่มีหลายขนาดตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่
ฐานลูกค้าของ THATA ครอบคลุมตั้งแต่นักกีฬาเยาวชนอายุ 10-18 ปี ไปจนถึงวัยทำงาน โดยมีคำสั่งซื้อมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ อีกทั้งแบรนด์ยังเป็นที่รู้จักจากการเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับลีกบาสเกตบอลระดับประเทศ ทำให้สินค้าเป็นที่จดจำและยอมรับในวงกว้าง
ขณะเดียวกันแบรนด์ยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ด้วยการเปลี่ยนสินค้าให้ทันที หากสินค้ามีปัญหาจากการผลิตหรือการจัดส่งผิดพลาด พร้อมของแถมเพื่อเป็นการชดเชย ภายใต้ปรัชญา “Play with Happiness” ที่มุ่งเน้นการขายสินค้าที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าประหยัดเงินและมีความสุขกับการเล่นกีฬา
ในปัจจุบัน THATA ได้รับการยอมรับจากนักบาสเกตบอลทุกรุ่น ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากการทำตลาดตามกระแส แต่มาจากการเข้าใจความต้องการพื้นฐานของนักกีฬาอย่างแท้จริง
หลังจากนี้ ชวพลตั้งเป้าที่จะพาสินค้าของ THATA ขยายไปสู่ตลาดอาเซียน โดยในปัจจุบันช่องทางแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซช่วยให้มีฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV แล้ว พร้อมวางแผนทำตลาดในประเทศที่มีฐานแฟนบาสเกตบอลหนาแน่นอย่าง ฟิลิปปินส์ ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างเครือข่ายพาร์ทเนอร์และโค้ช เพื่อเตรียมนำแบรนด์เข้าไปจัดจำหน่ายอย่างเต็มตัว รวมถึงกำลังขยายช่องทางไปยังอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเนปาล ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
ส่งนักกีฬาไทยก้าวสู่ระดับโลก
หลังจากแบรนด์ประสบความสำเร็จแล้ว ชวพลได้วางแตกขยายธุรกิจให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนบาสเกตบอลและให้เช่าสนามบาสเพื่อฝึกซ้อม ภายใต้ชื่อ “THATA Homecourt” ด้วยความหวังที่จะพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่ให้กลายเป็นนักกีฬาระดับประเทศ โดยเริ่มสอนเด็กตั้งแต่ 3-4 ขวบ ไปจนถึงเด็กโต 15 ปีขึ้นไป
ชวพลเล่าว่า โรงเรียนสอนบาสได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างดี เนื่องจากคนรุ่นนี้ต่างคุ้นชินกับบาสเกตบอลเป็นอย่างดี จากสื่อบันเทิงที่พวกเขาได้ดูมา ทั้งการ์ตูนอย่าง Slam Dunk หรือการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ที่ทำให้รับรู้ว่าบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย สมอง และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จนในปัจจุบันมีโรงเรียนสอนบาส 3 สาขาครอบคลุมทั่วชลบุรี ได้แก่ เมืองชลบุรี ศรีราชา และพัทยา
“เสน่ห์ของบาสก็คือเพื่อนจริง ๆ คนที่เข้ามาเล่นบาสเพราะมันสนุก เพราะมีเพื่อน” ชวพลกล่าว
“Play with Happiness” เป็นสโลแกน ที่ทางแบรนด์ยึดถือ ซึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า พื้นฐานของมนุษย์ต้องการความสัมพันธ์ที่ดีและรอยยิ้ม ดังนั้นความสำเร็จของเขาจึงไม่ได้วัดด้วยยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสุขของคนในสนาม
“ความสำเร็จสำหรับผมคือ รอยยิ้มของเด็ก ๆ ผู้ปกครอง และพนักงาน และบาสเกตบอลเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและทำให้ผมสุขทางใจ”
นอกจากจะสอนเทคนิคการเล่นบาสเกตบอลแล้ว ชวพลมุ่งปลูกฝัง “น้ำใจนักกีฬา” ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังถูกหลงลืมไปในยุคโซเชียลมีเดีย ที่ทุกคนต้องการ “แสง” และความสำเร็จที่ฉาบฉวย จน “แพ้ไม่เป็น” เขาเน้นสอนให้เด็กรู้จักแพ้ รู้จักเจ็บปวด เพื่อให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตและทำงานในอนาคต เมื่อต้องเจอความไม่ยุติธรรม
“เรากำลังปลูกฝังสปิริตที่ถูกลืมไปกว่า 30 ปี พร้อมกับยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก เราปลูกฝังให้เด็กรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ชวพลกล่าว
เมื่อเจอเด็กที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ผู้สอนจะใช้ “พลังของกลุ่ม” ค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เป็นการขัดเกลา ค่อย ๆ สร้าง Growth Mindset เพราะเมื่อเด็กส่วนใหญ่ในทีมรู้จักแพ้และพร้อมเรียนรู้เพื่อก้าวต่อ เด็กที่มีทัศนคติลบก็จะค่อย ๆ ถูกกลืนและปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ ในทีมได้เอง แต่หากเด็กหรือผู้ปกครองยังยึดติดกับความสำเร็จที่รวดเร็วหรือต้องการเพียงชื่อเสียง พวกเขามักจะทนอยู่ร่วมกับแบรนด์ไม่ได้ในระยะยาวเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีนโยบายไม่ใช้ความสำเร็จหรือถ้วยรางวัลมาเป็นเครื่องมือดึงดูดลูกค้า และมักไม่นำผลงานความสำเร็จของเด็กมาออกสื่อเพื่อเคลมเป็นผลงานของตัวเอง เพราะมองว่านั่นเป็นผลงานของพ่อแม่และตัวเด็กเอง การทำเช่นนี้เป็นการป้องกันไม่ให้คนที่หิวกระหายแต่ชัยชนะ เข้ามาสู่ระบบ และเพื่อรักษาความยั่งยืนของสังคมนักกีฬาที่เน้นความสัมพันธ์และความสุขเป็นหลักมากกว่าผลลัพธ์บนกระดานคะแนน
“เราจะดีใจมากกว่า ที่เด็กได้เรียนรู้ความเจ็บปวด เพราะเมื่อเขาเติบโตไปแล้วเจอความไม่ยุติธรรม เขาจะได้มีเกราะป้องกันตัวเอง”
เพื่อสร้างระบบนิเวศวงการบาสเกตบอลให้ยั่งยืน ชวพลจึงจัดการแข่งขันบาสเกตบอลระดับเยาวชนในชื่อ “3x3 Street Basketball Hero” ซึ่งเป็นการแข่งขันบาสเกตบอสทีมละ 3 คน โดยมีการแบ่งรุ่นอายุอย่างชัดเจน ได้แก่ U10, U12, U14, U16, U18 และ U23 เพื่อให้เด็กทุกช่วงวัยมีโอกาสได้สัมผัสเกมการแข่งขันที่เหมาะสมกับพัฒนาการของตนเอง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันมีคนเล่นบาสเกตบอลในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะหลังยุคโควิดที่พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายของบุตรหลานมากขึ้น THATA จึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่ช่วยฟื้นคืนบรรยากาศการแข่งขันและยกระดับวงการบาสท้องถิ่น
เป้าหมายสูงสุดของชวพล คือ การเห็นนักบาสเกตบอลที่เติบโตมาจากระบบของ THATA และจังหวัดชลบุรี ก้าวขึ้นไปเป็น “แชมป์โลก” ในอนาคตด้วยความสุข เขาพร้อมที่จะใช้แบรนด์ THATA ทำหน้าที่สร้างนักกีฬารุ่นใหม่ ผลักดันและระดับนักกีฬาไทยไปสู่เส้นทางระดับนานาชาติให้เป็นจริง