“หนู” หยอดปริศนาชวน“มาร์ค”กินข้าว ครม.สัญจรใต้ ปชป.เสียแต้ม!?
เมืองไทย 360 องศา
การเมืองในเวลานี้อาจเป็นช่วงรอดูว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีมติสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกาในวันที่ 14 กันยายนนี้ หรือไม่ ซึ่งมาจนถึงวันนี้หากให้พูดกันตรงๆ ตามความรู้สึกของชาวบ้านก็ต้องบอกว่า“เฉยๆ” เพราะที่ผ่านมามีความพยายามสร้างแรงกระเพื่อมจากทุกฝ่าย จนชาวบ้านรับรู้กันจนจะอ๊วก จากแรกๆ มีอาการตื่นเต้น จนกลายเป็นชินชาไปแล้ว แต่เอาเถอะถึงอย่างไรเมื่อไกล้ถึงเวลาจริง ก็น่าจะมีการปลุกเร้าให้ตื่นเต้นกันขึ้นมาอีกครั้ง หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น
สำหรับการเมืองในระหว่าง “รอ”แบบนี้ ก็ยังมีเรื่องพอให้ได้พูดถึงให้มีรสชาติขึ้นมาบ้าง เรื่องที่ว่านั้นคือ “คำพูดแบบหยอด” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ “หยอด” ไปถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำนองว่า “ชวนมาทานข้าวด้วยกัน” โดยบอกว่า “อร่อยกว่าไปกินกับฝ่ายค้าน”
ซึ่งเรื่องของเรื่องก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่า การที่ถูกถามเรื่องที่โรงแรมพูลแมนยกเลิกให้พรรคฝ่ายค้านจัดเสวนา จนต่อมาต้องย้ายไปจัดที่อาคารรัฐสภาแทน ทำให้นายอภิสิทธิ์ กล่าวแซวเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า เสียดายที่ไม่ได้ไปทานอาหารอร่อย ซึ่ง นายอนุทิน หัวเราะ พร้อมได้กล่าวแซวกลับมาบ้างว่า “ทานกับผมอร่อยกว่า รับรอง”
นอกจากนี้เมื่อ ถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา มีวาระอะไรพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายเรื่อง ขอให้รอแถลง ทางตนได้ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลงพื้นที่ไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา และได้นำนโยบายของรัฐบาลไปหารือกับทุกฝ่ายในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การดำเนินการและปฏิบัติ ซึ่งวันนี้ก็ได้ทำสรุปมาแล้วว่า จะขอมติคณะรัฐมนตรีให้เห็นชอบในหลักการ เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดชายแดนภาคใต้ใกล้เคียง ให้มีความพร้อมความสมบูรณ์ในการรองรับมิติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ คมนาคม ขนส่งสินค้า อุตสาหกรรม และการเตรียมความพร้อม ในการรับมือกับสถานการณ์จากภัยธรรมชาติต่างๆ รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยาให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งอยู่ในแผนหมดแล้วจะขอแถลง ภายหลังคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจังหวัดสงขลา ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร รวมไปถึงจังหวัดภาคใต้จัดว่าเคยเป็นฐานทางการเมืองหลักของพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน จนกระทั่งมาถูกตีแตกยับเยิน ในช่วงการเลือกตั้งสองครั้งล่าสุดที่ผ่านมา
แม้กระทั่งในยุคที่นายอภิสิทธิ์ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง ที่เคยคาดหวังว่าจะกอบกู้ความนิยมให้กลับมาได้ แต่กลายเป็นว่า ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2569 พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.แบ่งเขตแค่ 9 ที่นั่ง โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ที่ได้ ส.ส.แค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 9 ที่นั่ง ขณะที่พรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย 4 กล้าธรรม 3 ที่นั่ง
ดังนั้นเมื่อพิจารณากันถึงการประชุมครม.สัญจร ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน หากพิจารณากันในมุมการเมืองในพื้นที่แล้วถือว่ามีความหมาย โดยเฉพาะการนำโครงการลงมาในพื้นที่ ซึ่งจากที่เห็นความเคลื่อนไหวมีการลงนามเซ็นสัญญาการก่อสร้าง 2 โครงการใหญ่ ที่ถือว่าเป็นโครงการที่คนใต้ในหลายจังหวัดรอคอย ทั้ง สงขลา พัทลุง และกระบี่ เป็นต้น
โดยเมื่อบ่าย วันที่ 31 สิงหาคม นายอนุทิน เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและ สะพานเชื่อมเกาะลันตา มีรัฐมนตรีเข้าร่วม อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยนายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการนี้ตนได้มีส่วนร่วมริเริ่มตั้งแต่โครงการยังอยู่ในกระดาษ สมัยเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เวลามาในพื้นที่ได้ยินประชาชนพูดว่า เมื่อไหร่จะมีโครงการสะพานเช่นนี้ จนวันนี้มีการมาเซ็นสัญญา ตนดีใจ แต่ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพวกท่าน ประชาชนในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความใฝ่ฝันของพวกท่าน ตนและนายพิพัฒน์ จะทำทุกอย่างให้สองโครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด อยากให้ลองนึกภาพหากโครงการนี้เสร็จ คุณภาพชีวิตของประชาชน จะดีขนาดไหน
แค่สองโครงการนี้ ก็ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงพรรคคู่แข่งอื่นๆ แทบกระอักเลือดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือว่า“เสียเชิง” ทางการเมืองในแบบกูไม่กลับ แม้ว่าเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว มีการพูดถึงกันมานานแทบจะเรียกว่า “หลายชั่วโคตร” แต่ก็ไม่เคยลงมือทำสักที จนมาถึงยุคนี้ซึ่งแม้จะผ่านมาหลายรัฐบาล แต่เมื่อมีการลงนาม และลงมือก่อสร้างในยุคนี้ ภาพจำในหัวของชาวบ้านย่อมไม่มีทางนึกถึงผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ แน่นอน
และอย่าได้แปลกใจ ที่ในช่วงเวลาเดียวกัน บรรดาส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายชัยชนะ เดชเดโช จะพยายามขยี้แผลราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น มังคุด เป็นต้น ซึ่งอาจได้ผลในระดับหนึ่งในความรู้สึกรับรู้ถึงความเดือดร้อน แต่หากพิจารณากันถึงผลงานที่จับต้องได้ งานนี้ถือว่าประชาธิปัตย์เสียหายกว่า
ดังนั้น การหยอดด้วยคำพูดปริศนาของนายอนุทิน ที่ออกปากชวน นายอภิสิทธิ์ มาทานข้าวด้วยกัน พร้อมรับประกันว่า “อร่อยกว่า (กินกับฝ่ายค้าน) มันก็อาจมีความหมายในช่วงเวลาแบบนี้ หรือเปล่า ขณะที่การประชุมครม.สัญจร ที่สงขลาในการเมืองภาพรวมเท่าที่เห็น ถือว่าประชาธิปัตย์ เสียรูป เสียเชิง !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO