โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Samsung Wallet ตัดริบบิ้นรับสเตเบิลคอยน์ จุดเปลี่ยนอนาคตการเงินดิจิทัลบนสมาร์ทโฟน

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ประกาศขยายขีดความสามารถของ Samsung Wallet กลางงาน Galaxy Unpacked ประจำปี 2569 ด้วยการเตรียมรองรับสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ที่น่าจับตาในสมรภูมิการเงินดิจิทัล หวังต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานจากการจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase เมื่อปลายปี 2568 โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นศูนย์กลางการโอนย้ายมูลค่าระดับโลก สิ่งที่น่าสนใจคือความเคลื่อนไหวนี้จะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการยอมรับคริปโทเคอร์เรนซีในระดับมวลชน พร้อมทั้งดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ

บรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ยังคงรักษาระดับความผันผวนในกรอบแคบ โดยบิทคอยน์เคลื่อนไหวทรงตัวเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางสภาวะดังกล่าว ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติเกาหลี ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ด้วยการประกาศแผนบูรณาการสเตเบิลคอยน์เข้าสู่ Samsung Wallet โดย ลี ดินแฮม (Lee Dinham) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Samsung กล่าวบนเวที Galaxy Unpacked ว่า แพลตฟอร์มจะก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงกระเป๋าเงินสดและบัญชีเงินฝากแบบดั้งเดิม สู่การเปิดรับมูลค่าทางดิจิทัลรูปแบบใหม่ ซึ่งจะผลักดันให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกรายแรกๆ ที่นำสเตเบิลคอยน์มาเชื่อมโยงใช้ในระดับโครงสร้างพื้นฐานของสมาร์ทโฟน

สืบเนื่องจากข่าวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคริปโตตอบรับในเชิงบวกอย่างระมัดระวัง แม้ราคาบิทคอยน์จะไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างหวือหวาในทันที แต่แรงกระเพื่อมดังกล่าวส่งผลต่อมุมมองนักลงทุนสถาบันเริ่มสะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นต่อกลุ่มสินทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน เป็นผลให้ปริมาณการซื้อขายสเตเบิลคอยน์ในกระดานเทรดหลักเริ่มปรับตัวสูงขึ้น การที่ผู้เล่นระดับบลูชิพในโลกเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม (TradTech) ตัดสินใจกระโดดเข้ามาเล่นในสมรภูมินี้ เป็นการส่งสัญญาณโดยนัยว่า โครงสร้างของสเตเบิลคอยน์ได้รับการยอมรับในฐานะสื่อกลางการแลกเปลี่ยนที่มีเสถียรภาพเพียงพอสำหรับการใช้งานจริงระดับโลก

ขณะที่เมื่อเจาะลึกข้อมูลบนบล็อกเชน (On-chain analysis) ประเด็นสำคัญคือทิศทางการเคลื่อนย้ายของสเตเบิลคอยน์ในระดับโครงสร้าง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวเลข Exchange Outflows ของสเตเบิลคอยน์หลักสะท้อนถึงการนำสินทรัพย์ออกจากศูนย์ซื้อขายเพื่อใช้งานในภาคเศรษฐกิจจริงและแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (DeFi) การผนวกระบบของ Samsung Wallet จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม (Bridge) ขนาดมหาศาลที่จะเร่งความเร็วในการหมุนเวียนของเงิน (Velocity of Money) ภายในระบบนิเวศคริปโต กล่าวอีกนัยหนึ่ง สภาพคล่องที่เคยกระจุกตัวอยู่ตามกระดานเทรดเพื่อรอจังหวะเก็งกำไร จะถูกดึงเข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลรายย่อย นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจาก Distribution Phase ของนักลงทุนรายใหญ่ ไปสู่กระบวนการ Accumulation ของผู้ใช้งานจริงอย่างแทบไร้รอยต่อ

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2568 บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับ Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชั้นนำของสหรัฐฯ เปิดทางให้ผู้ใช้ตระกูล Galaxy กว่า 75 ล้านรายในขณะนั้นสามารถเข้าถึงตลาดดิจิทัลได้โดยตรง การต่อยอดด้วยการรองรับสเตเบิลคอยน์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เหตุบังเอิญ หากแต่เป็นแผนแม่บททางสถาบันที่เตรียมการมาอย่างรัดกุม ดังนั้นเม็ดเงินทุนสถาบัน (Smart Money) จึงเริ่มปรับตำแหน่งการลงทุน (Positioning) เพื่อรองรับกระแสเงินทุนที่จะไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ควบคู่กัน การเคลื่อนไหวของ Samsung จะกดดันให้สถาบันการเงินดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัวและอาจกระตุ้นให้เกิดกระแส Capital Inflows ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบล็อกเชนที่สเตเบิลคอยน์เหล่านั้นทำงานอยู่

ขณะที่ในมิติของเศรษฐศาสตร์มหภาค สภาพคล่องทั่วโลก (Global Liquidity) กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลักที่เริ่มส่งสัญญาณนิ่งหรือปรับลดลง ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ผ่านโปรโตคอลต่างๆ ทวีความน่าสนใจมากขึ้น

นอกจากนี้ บริบทด้านกฎระเบียบ (Regulatory Environment) ทั่วโลกที่เริ่มมีความชัดเจน เป็นตัวแปรสำคัญที่ปลดล็อกให้บริษัทมหาชนกล้าก้าวเข้ามาเล่นในตลาดนี้อย่างเต็มตัว การที่บริษัทฮาร์ดแวร์ระดับโลกยอมรับสเตเบิลคอยน์ จะช่วยผลักดันให้เกิดการกำหนดมาตรฐานสากลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสำหรับสถาบันการเงินที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วม

อย่างไรก็ตามในทิศทางในอนาคตของตลาดคริปโตกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยอรรถประโยชน์ที่แท้จริง (Utility-driven) แทนที่การเก็งกำไรล้วน ๆ ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุดในมุมมองแบบ Bullish คือการที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง Apple หรือ Google ถูกกดดันให้ต้องเร่งเปิดตัวบริการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งสภาพคล่องระดับล้านล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากพิจารณาในมุมมองแบบ Bearish ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การแทรกแซงจากหน่วยงานกำกับดูแลที่อาจชะลอการบูรณาการระบบเหล่านี้ ทว่าแนวโน้มระยะยาวชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเชื่อมต่อระหว่างสเตเบิลคอยน์และสมาร์ทโฟนระดับโลก เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่จะขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและยึดโยงในระดับสถาบัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...