DSI ปิดสำนวน “คดีแตงโม” หลังสืบนานกว่า 1 ปี พบพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐ-บุคคลทั่วไปเกือบ 40 ราย
DSI ปิดสำนวน “คดีแตงโม” หลังสืบนานกว่า 1 ปี! พบประเด็นภาพบุคคลบนเรือขัดแย้ง GPS-ข้อมูลมือถือ รวบ 45 แฟ้มกว่า 1.3 หมื่นแผ่น พาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐ-บุคคลทั่วไปเกือบ 40 ราย เตรียมหอบสำนวนส่ง ป.ป.ช. 26 ส.ค.นี้ จับตาใครบ้างอาจถูกชี้มูล
วันที่ 24 ส.ค. 2569 จากกรณี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “สรุปผลการสืบสวนพบ การบิดเบือนคดีแตงโมมีมูลจริง DSI ยื่น ป.ป.ช.ฟันผู้เกี่ยวข้อง วันพุธนี้” จนมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและติดตามความคืบหน้าเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า คณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 ได้ดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในประเด็นดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว หลังใช้เวลาตรวจสอบมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2568 โดยมีทั้งการสอบปากคำพยานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบหลักฐานทาง
นิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงภาพถ่ายบุคคลบนเรือ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์มีประเด็นที่ขัดแย้งกับข้อมูล GPS ของเรือและโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวระบุว่า สำนวนคดีมีเอกสารรวม 45 แฟ้ม มากกว่า 13,000 แผ่น และเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไปประมาณ 40 ราย ซึ่งถูกกล่าวถึงในประเด็นการร่วมกันบิดเบือนผลการสอบสวนหรือกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำพิพากษายกฟ้อง น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ “กระติก” นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ “แซน” นายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร หรือ “จ๊อบ” และนายภีม ธรรมธีรศรี หรือ “เอ็ม” รวม 4 จำเลย ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” อดีตนักแสดงสาวชื่อดัง ซึ่งพลัดตกเรือสปีดโบ๊ทเสียชีวิตเมื่อปี 2565
ต่อมา DSI โดยคณะพนักงานสืบสวนได้รับเรื่องสืบสวนที่ 20/2568 จาก นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน หรือแม่ของแตงโม และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษและผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแตงโม
การสืบสวนมุ่งตรวจสอบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง โดย DSI เปิดรับพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ พร้อมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
หลังดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2568 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 1 ปี ล่าสุดคณะพนักงานสืบสวนเตรียมนำสำนวนทั้งหมดส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือการพิจารณาของ ป.ป.ช. หลังได้รับสำนวนว่า พยานหลักฐานที่ DSI รวบรวมได้จะนำไปสู่การชี้มูลความผิดบุคคลใด และมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องรายใดต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไปหรือไม่