โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นยุโรป” ทรงตัว จ่อร่วงสัปดาห์ที่ 2 หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐสูง-น้ำมันพุ่งกดดันตลาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ส.ค. เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. เวลา 08.42 น.

"ตลาดหุ้นยุโรป" เคลื่อนไหวทรงตัว แต่มีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐกลับมาพุ่ง ขณะที่ความตึงเครียดอิหร่านดันน้ำมันสูงสุดรอบ 1 เดือน เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 14.45 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันศุกร์ (21 ส.ค.) และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาวะชะงักงันทางการทูตในตะวันออกกลางผลักดันราคาน้ำมันขึ้น และเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ

*ดัชนี STOXX 600 ซึ่งสะท้อนตลาดหุ้นทั่วยุโรป ขยับขึ้น 0.06% มาอยู่ที่ 650.79 จุด ณ เวลา 07.05 น. GMT แต่ยังอยู่ในทิศทางที่จะปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน*

แรงกดดันสำคัญมาจากตลาดพันธบัตรสหรัฐ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แม้กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรเมื่อวันพุธ ซึ่งช่วยพยุงตลาดได้เพียงช่วงสั้น ๆ

การปรับขึ้นของยีลด์ยังเกิดขึ้น แม้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลอาจเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรเพิ่มเติม พร้อมส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการเดินหน้ามาตรการสร้างวินัยทางการคลัง เพื่อลดแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืม

ในตลาดหุ้นยุโรป กลุ่ม ทรัพยากรพื้นฐาน ปรับตัวโดดเด่นที่สุด เพิ่มขึ้นราว 1.3% หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าช่วยหนุนราคาทองคำ

ขณะเดียวกันความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมาเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาด หลังเบสเซนต์ขยายความจากคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าสหรัฐเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ท่าทีดังกล่าวลดความหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 94.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 1 เดือน ก่อนอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไร

ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูงจึงกลายเป็นแรงกดดันสองด้านต่อตลาดหุ้นยุโรป โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ยีลด์ที่สูงทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นและลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...