โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นโลก” ถูกเทขายหนักสุดรอบกว่า 1 เดือน หลังยีลด์พุ่ง–น้ำมันจ่อ 95 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ตลาดหุ้นโลก" ถูกเทขายหนักสุดรอบกว่า 1 เดือน หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐกลับมาพุ่ง ขณะที่เบรนท์ทะยานแตะระดับสูงสุดรอบ 1 เดือนใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม หลังแรงกดดันในตลาดพันธบัตรยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาเป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดอีกครั้ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกลับมาปรับตัวขึ้น หลังมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อวันพุธช่วยพยุงตลาดได้เพียงช่วงสั้น ๆ โดยแรงขายยังคงถูกขับเคลื่อนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและฐานะการคลังของสหรัฐ

แม้ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะส่งสัญญาณว่าสามารถเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรได้อีก และเปิดทางถึงความเป็นไปได้ในการเดินหน้ารัดเข็มขัดการคลัง แต่นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลจะสามารถลดรายจ่ายได้มากเพียงพอหรือไม่ เมื่อการขาดดุลงบประมาณยังสูงกว่า 6% ของ GDP ขณะที่ภาระดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวในปีนี้อยู่ที่ราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และหนี้รัฐบาลเพิ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์

ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปีเคลื่อนไหวบริเวณ 5.25% ขณะที่ยีลด์อายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.71% โดยตลาดเริ่มมองว่าระดับ 5.30% สำหรับบอนด์ 30 ปีอาจเป็นจุดเจ็บที่กระทรวงการคลังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ยีลด์ที่สูงขึ้นไม่เพียงเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก แต่ยังกดดันมูลค่าหุ้น เนื่องจากทำให้อัตราคิดลดของกำไรบริษัทสูงขึ้น ขณะเดียวกันบรรดาบริษัทเทคโนโลยียังเร่งระดมทุนเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI ทำให้การแข่งขันแย่งชิงเงินทุนในตลาดยิ่งเข้มข้น

ในเอเชีย ดัชนี Nikkei ลดลงราว 0.3% และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ลบเกือบ 4% ซึ่งจะเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตลาดเกาหลีใต้และไต้หวันปรับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ยังคงติดลบเมื่อเทียบทั้งสัปดาห์

ฝั่งยุโรป หุ้นเปิดบวกเล็กน้อย แต่ดัชนี STOXX 600 ยังมีแนวโน้มลดลงราว 1% ตลอดสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการร่วงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ส่วนดัชนี MSCI World ก็อยู่ในทิศทางที่จะปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับจากกลางเดือนกรกฎาคมเช่นกัน

บนวอลล์สตรีท ผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยพยุงตลาดบางส่วน โดยฟิวเจอร์ส S&P 500 เพิ่มขึ้นราว 0.25% และ Nasdaq Futures เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ตลาดจับตาผลประกอบการ Nvidia ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของธีม AI โดยเฉพาะแนวโน้มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและรายได้จาก Data Center

อีกแรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมัน หลังสหรัฐขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ความหวังต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบลดลง

ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 1 เดือน ก่อนอ่อนตัวจากแรงขายทำกำไร โดยล่าสุดอยู่ที่ราว 93.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ ส่วน WTI อยู่ที่ราว 86.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัว และอาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการลดดอกเบี้ย

ในตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าราว 0.9% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนของนโยบายอาจลดทอนกำลังซื้อของสกุลเงิน

ความกังวลดังกล่าวผลักดันเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ทางเลือก โดยราคาทองคำเพิ่มขึ้นราว 1% แตะประมาณ 4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน

ขณะที่บิตคอยน์พุ่งขึ้นเกือบ 6% มาอยู่ที่ 76,446 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งหากทำได้จะเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์แรงที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง

ฝั่งเงินเยน ดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 159 เยน แม้ข้อมูลล่าสุดจะชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเร่งตัวในเดือนกรกฎาคม และภาคการผลิตได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน

ตลาดได้สะท้อนความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 1.25% ไปมากแล้ว และกำลังจับตาว่า BOJ จะส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้นกว่านี้หรือไม่

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...