โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษก ตร. สั่งสอบด่วน ปมสาวร้องถูกแฟนนักเรียนนายสิบทำร้าย-กักขัง ย้ำเครื่องแบบไม่ใช่เกราะป้องกันคนทำผิด

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“พล.ต.ท.ไตรรงค์” สั่งสอบด่วนปมสาวร้องถูกแฟนนักเรียนนายสิบทำร้าย-กักขัง ย้ำคุ้มครองผู้เสียหาย เข้าถึงความยุติธรรม กำชับต้นสังกัดตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเครื่องแบบไม่ใช่เกราะป้องกันคนทำผิด

วันนี้ (12 ส.ค.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีหญิงสาวร้องเรียนผ่านรายการดัง ว่า ถูกแฟนหนุ่มซึ่งปัจจุบันเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และมีพฤติการณ์อื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา ว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของผู้ร้อง รวมถึงการทำให้ผู้เสียหายสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยเร็ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เมื่อประชาชนรู้สึกว่าตนเองถูกทำร้าย ถูกคุกคาม หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย และตัดสินใจเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ หน้าที่ของตำรวจคือ รับฟัง รับเรื่อง และดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหา หรือเดินทางไปติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยตัวเองหลายแห่ง

ในส่วนของคดีอาญา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ได้โทรศัพท์กำชับผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ ให้ดำเนินการสอบปากคำผู้กล่าวหา รวมทั้งรับมอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว แม้เหตุที่ผู้ร้องกล่าวหาบางส่วนจะเกิดขึ้นนอกพื้นที่รับผิดชอบของสน.บางขุนนนท์ ก็ให้ดำเนินการตาม ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษความผิดอาญานอกเขตอำนาจการสอบสวน ก่อนส่งต่อให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โฆษก ตร. กล่าวว่า ต้องการย้ำว่า “เรื่องเกิดที่ไหน” ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคแรกของประชาชนในการเข้าถึงตำรวจเมื่อประชาชนมาขอความช่วยเหลือ ตำรวจควรเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ไม่ใช่เพิ่มภาระให้กับผู้ที่กำลังเดือดร้อน ขณะเดียวกัน กรณีนี้ผู้ถูกร้องเรียนเป็นบุคคลที่อยู่ในระบบการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องจึงต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากประชาชนย่อมคาดหวังว่า ผู้ที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจในอนาคตจะต้องมีวุฒิภาวะ เคารพกฎหมาย และไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่าได้ประสานไปยังผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ถูกร้องเรียนตามอำนาจหน้าที่แล้วย้ำคุ้มครองผู้เสียหาย แต่ไม่ตัดสินใครก่อนข้อเท็จจริงพร้อมเน้นว่า การปกป้องประชาชนไม่ได้หมายถึงการตัดสินว่าผู้ใดผิดก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏ โดยผู้ร้องต้องได้รับการคุ้มครอง ความปลอดภัย และโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเช่นกัน

เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้ง คำให้การ หลักฐานทางการแพทย์ ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ข้อความ และพยานแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การทำร้ายร่างกาย การกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือการกระทำทางเพศโดยปราศจากความยินยอม เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “เรื่องของคนสองคน” หรือ “เรื่องภายในชีวิตคู่”

หากพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดอาญา ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และหากผู้ถูกกล่าวหาเป็นตำรวจหรืออยู่ระหว่างการฝึกอบรมเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรตำรวจ ก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษเหนือกว่าประชาชนทั่วไป

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวย้ำว่า “เครื่องแบบไม่ควรเป็นเกราะป้องกันคนทำผิด แต่ต้องเป็นเครื่องเตือนใจว่าเรามีหน้าที่ปกป้องประชาชน” พร้อมกำชับให้การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นไปอย่าง ตรงไปตรงมา รวดเร็ว และตรวจสอบได้ โดยย้ำหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ ผู้เสียหายต้องได้รับการคุ้มครอง ผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม ข้อเท็จจริงต้องได้รับการพิสูจน์ หากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ การตรวจสอบและดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...