นทท.จีนผวา ควักจ่ายค่าวัคซีนเอง หลังถูกสิงโตกัด ในคาเฟ่ภูเก็ต ร้านอ้างไม่ต้องหาหมอ
นักท่องเที่ยวจีน ถูกลูกสิงโตกัดในคาเฟ่ภูเก็ต ร้านอ้างสัตว์ฉีดวัคซีนแล้วไม่ต้องหาหมอ เจ้าตัวผวาควักเงินฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้าเอง
เว็บไซต์ของจีนรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่งถูกลูกสิงโตกัดที่แขนจนเป็นแผลถลอก ขณะจ่ายเงินเข้าไปทำกิจกรรมเล่นกับสัตว์ในคาเฟ่สิงโตแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต พนักงานของร้านได้เช็ดทำความสะอาดแผล พร้อมแจ้งว่าลูกสิงโตได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวรายนี้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงตัดสินใจเดินทางไปโรงพยาบาลและจ่ายค่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วยตนเอง ต่อมาสำนักข่าวของจีนติดต่อไปยังนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่าหลังฉีดวัคซีนมีเพียงอาการไข้ต่ำและปวดแขน และไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียของจีน
ชาวเน็ตจีนจำนวนมากเข้ามาเตือนภัยนักท่องเที่ยวไม่ให้เสี่ยงเข้าใกล้สัตว์ป่า พร้อมย้ำว่าหากถูกสัตว์กัดหรือข่วน ต้องรีบล้างแผลและไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรเพิกเฉยต่อความปลอดภัยเพียงเพราะคำยืนยันปากเปล่าจากพนักงาน
แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขของไทยระบุชัดว่า รอยกัดหรือข่วนจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจนผิวหนังถลอก ถือว่ามีความเสี่ยงในการรับเชื้อพิษสุนัขบ้าสูง วิธีรับมือที่ถูกต้องคือต้องล้างแผลด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดไหลผ่านทันที จากนั้นรีบไปฉีดวัคซีนโดยไม่ต้องรอตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของสัตว์ตัวนั้น เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าหากแสดงอาการแล้วจะเสียชีวิตแทบทุกราย และยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลในระยะดังกล่าว
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเกือบทุกปี ล่าสุดมีชายชาวจังหวัดอุบลราชธานีเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังถูกลูกสุนัขข่วน
ปัจจุบันคาเฟ่สิงโตได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร มีค่าบริการตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงกว่า 1,000 บาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปนั่งเล่นและถ่ายภาพใกล้ชิดกับสัตว์ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จัดให้สิงโตเป็นสัตว์ป่าควบคุม
ผู้เลี้ยงต้องได้รับอนุญาตในการครอบครอง และต้องเลี้ยงดูในสถานที่ที่ขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่ามีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ที่ขึ้นทะเบียนและเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ แม้คาเฟ่ที่เกิดเหตุล่าสุดยังไม่มีการระบุชื่อชัดเจน แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมายกับคาเฟ่สัตว์ป่าที่ทำผิดกฎหมายมาแล้วหลายแห่ง ดังนี้
เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดลูกสิงโตชื่อ “น้องกีวี่” หลังพบว่าเจ้าของขึ้นทะเบียนไม่ถูกต้อง และสภาพความเป็นอยู่ไม่ตรงตามมาตรฐาน และในเดือนมกราคม 2568 ตำรวจบุกค้นคาเฟ่ในตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต ที่นำลูกสิงโตมาให้บริการถ่ายรูป จับกุมชาวจีน 2 คน ที่เข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแต่ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
ที่มา: china.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง