โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ่อคุยมาเลเซีย สกัดให้ที่พักพิง BRNหัวรุนแรง

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.28 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สีหศักดิ์” จ่อเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลสัปดาห์นี้สางปมไฟใต้ ประสานมาเลเซียอย่าให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุ-แก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ลั่นรับไม่ได้ใช้ความรุนแรงแสดงตัวตน “วันนอร์” ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุยควบคู่ปราบปราม มองยาเสพติด-สินค้าเถื่อนอาจมีส่วนทำให้ไม่สงบ "รมว.กห." เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ "อส.ทพ.วิมล ตาบทอง" ย้ำ "ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการสูญเสียลูกน้อง"

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 27 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คงต้องมีการประชุมที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสัปดาห์นี้ เพราะมีมิติในเรื่องของประเทศมาเลเซีย ที่จะต้องขอความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อเหตุใช้พื้นที่พักพิง ในขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาบุคคล 2 สัญชาติได้มีการหารือกันมาตลอด และนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศเพิ่งพบปะกัน

"เจตนาในการพูดคุยเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่ามีความสำคัญต่อประเทศมาเลเซีย เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดน และเราอยากพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตามทั้งรัฐบาลและผมให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องไปดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีนัยอย่างไร"

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มขบวนการ BRN ก่อเหตุเพื่อให้รัฐบาลยอมรับการมีตัวตนใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรารู้ว่าเขามีตัวตน แต่สิ่งที่เขาทำความรุนแรงเรารับไม่ได้ ถ้าต้องการพูดคุยก็ต้องลดความรุนแรง และต้องมานั่งตรวจสอบด้วยว่าการก่อเหตุมีที่มาที่ไปอย่างไร ส่วนจะเป็นเรื่องอื่นที่สอดแทรกเข้ามาหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ต้องขอหารือกันก่อน ซึ่งต้องการให้สถานการณ์ดีขึ้นและไม่ให้เกิดความรุนแรงไปมากกว่านี้

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความรุนแรงต่อเนื่องว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของทหารพราน รวมถึงประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและผิดกฎหมาย ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบนำคนผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างต้องปฏิบัติการกันอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการประเมินสถานการณ์ว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีก

เมื่อถามถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ถือเป็นกฎหมายในภาวะฉุกเฉินที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความเข้มแข็ง ถือเป็นเรื่องที่ฝ่ายปฏิบัติต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

เมื่อถามว่า จะเป็นการตอบโต้การเดินหน้าพูดคุยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า อาจจะมีส่วน ซึ่งจะทำให้ยุ่งยากมากขึ้น เพราะผู้ที่อยากจะพูดคุยก็มี และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็มี ในขณะที่รัฐบาลต้องมาชั่งน้ำหนักว่าควรจะเดินหน้าอย่างไร แต่ถือว่าเป็นนโยบายอยู่แล้ว ว่าการพูดคุยถือเป็นวิธีการหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนได้ ส่วนมาตรการในการดำเนินการปราบปรามผู้ทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่ในเครือข่ายของคณะที่จะพูดคุยด้วยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ฝ่ายที่เป็นผู้ดูแลจะเป็นผู้ประเมิน แต่ยอมรับว่ากลุ่มผู้เห็นต่างมีหลายกลุ่ม มีทั้งฝ่ายนักคิดที่ต้องการสันติสุข และฝ่ายปฏิบัติการที่ใช้กำลัง ขอให้เพ่งเล็งไปยังสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น ยาเสพติด สินค้าเถื่อน ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้อาจมีส่วนที่ไม่อยากให้เหตุการณ์ยุติก็ได้ จึงต้องดำเนินการควบคู่กันไป ตรวจสอบทุกฝ่าย เพราะจังหวัดที่เกิดเหตุรุนแรงเป็นจังหวัดที่มียาเสพติดแพร่หลาย และมีสถิติการจับกุมได้จำนวนไม่น้อย และประเทศที่ติดกับชายแดนเราก็เพ่งเล็งอยู่ ตลอดจนถึงการค้าน้ำมันเถื่อน ที่ต้องดำเนินการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย

ถามว่า เงินที่ได้จากสิ่งผิดกฎหมายถูกนำมาเป็นเงินทุนในการก่อเหตุใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ไม่อาจประเมินได้ ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเกี่ยวกับการรักษาความสงบและงานด้านการข่าวเป็นผู้ดำเนินการ สิ่งที่ผิดกฎหมายรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายให้ได้ ซึ่งอาจเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันก็ได้

ถามอีกว่า จำเป็นต้องมีการนัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ขอให้รอนายสีหศักดิ์ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษ จะเป็นผู้กำหนดว่าจะมีการประชุมเมื่อใด แต่ไม่ควรน้อยกว่า 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง เนื่องจากสถานการณ์กำลังมีปัญหา จึงควรหาโอกาสที่จะมาประชุมกัน ยืนยันเรากำลังเร่งขับเคลื่อนเรื่องนี้มาเป็นอันดับ 1 ในขณะที่ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลภารกิจนี้ กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน และหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน รวมถึงการประสานงานทุกภาคส่วน

วันเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพอาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุคนร้ายก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ณ เมรุวัดจำปาธาราราม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ โดยมีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธีด้วยความอาลัย

ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.ท.อดุลย์ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียสละ เพื่อพูดคุยรับฟังปัญหา และให้กำลังใจบิดามารดาและญาติผู้สูญเสียด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวของผู้เสียสละ และจะดูแลในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น รมว.กลาโหมได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนในพื้นที่อำเภอสังขะ ที่ได้สูญเสียบุตรหลานผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า การสูญเสียกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติเป็นความเจ็บปวดของทุกคนในกองทัพ พร้อมย้ำว่า "ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปมากกว่าการต้องสูญเสียลูกน้อง ผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ" และว่า "การเสียสละของลูกน้องทุกนายจะไม่สูญเปล่า หน้าที่ของเราคือดูแลครอบครัวของเขาอย่างสมเกียรติ และเดินหน้าปกป้องประชาชนกับประเทศชาติต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่สุด."

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...