แนะเทคนิคทำประกันอัคคีภัย จ่ายเบี้ยหลักพันคุ้มครองหลักล้าน
คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนสิงหาคม 2569 (ฉบับที่ 532)
กรุงเทพประกันภัย-ทิพยประกันภัย แนะทำประกันอัคคีภัยจ่ายเบี้ยหลักพัน คุ้มครองหลักล้าน ปรับแนวคิดจาก “หวังว่าจะไม่เกิด” สู่ “เตรียมพร้อมก่อนเกิด”
จากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกำลังเตือนให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการหันกลับมาทบทวนการบริหารความเสี่ยงของทรัพย์สินอีกครั้ง กรุงเทพประกันภัยและทิพยประกันภัย แนะปรับแนวคิดจากการรอรับค่าสินไหมหลังเกิดเหตุ สู่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าด้วยประกันอัคคีภัยและการวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม
เลือกประกันอัคคีภัยให้เหมาะกับความเสี่ยง
[caption id="attachment_263165" align="aligncenter" width="1000"]
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) (BKI)[/caption]
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) (BKI) เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ โรงงาน ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการ ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มกลับมาทบทวนการบริหารความเสี่ยงของทรัพย์สินอีกครั้ง โดยเฉพาะการทำประกันอัคคีภัย ซึ่งแม้จะเป็นประกันที่มีค่าเบี้ยไม่สูง แต่กลับเป็นหลักประกันสำคัญเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง
ดร.อภิสิทธิ์กล่าวว่า ประกันอัคคีภัยในปัจจุบันนั้น ยังมีความแตกต่างระหว่างค่าเสียหายกับเบี้ยประกันภัยอย่างมาก ตัวอย่างเช่น บ้านหรือโรงงานหนึ่งแห่งอาจมีมูลค่าหลายล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันอัคคีภัยอาจอยู่เพียงหลักพันบาทต่อปีเท่านั้น ดังนั้น การยอมจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเสียหายก้อนใหญ่ จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุดรูปแบบหนึ่ง
สำหรับประชาชนทั่วไป ประกันอัคคีภัยพื้นฐานควรเป็นความคุ้มครองขั้นต่ำที่ทุกบ้านควรมี และหากเป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโดฯ ควรพิจารณาเพิ่มความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ส่วนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะโรงงาน ร้านอาหาร คลังสินค้า และสถานประกอบการที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักควบคู่กัน เพื่อให้สามารถรับมือกับผลกระทบทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การทำประกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเจ้าของทรัพย์สินไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น เพราะสาเหตุของอัคคีภัยส่วนใหญ่ยังคงมาจากระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสายไฟเก่า อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ดังนั้น การป้องกันความเสี่ยงเบื้องต้นของเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการควรมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำ โดยเฉพาะปลั๊กพ่วง สายไฟ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่ใช้งานมานาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกที่ไม่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)
"หลายคนประหยัดเงินเพียงหลักสิบหรือหลักร้อยบาทจากการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมา ความเสียหายอาจมีมูลค่าหลายล้านบาท"
ดร.อภิสิทธิ์กล่าวว่า นอกจากระบบไฟฟ้าแล้ว เจ้าของสถานประกอบการควรจัดการพื้นที่จัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะวัตถุดิบหรือสินค้าที่ติดไฟง่าย ไม่ควรจัดเก็บสะสมในปริมาณมากโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ดับเพลิงต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และพนักงานต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้จะมีอุปกรณ์ครบถ้วน แต่หากไม่มีผู้ที่สามารถใช้งานได้จริง ก็อาจไม่สามารถควบคุมเพลิงในช่วงเริ่มต้นได้
สิ่งสำคัญของประกันภัยไม่ใช่เพียงการจ่ายค่าสินไหมเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการช่วยให้เจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการสามารถกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเกิดความเสียหาย สิ่งที่ทุกคนต้องการไม่ใช่เพียงเงินชดเชย แต่คือการกลับมาใช้ชีวิตและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง การวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว
ชี้ประกันภัยคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
[caption id="attachment_263163" align="aligncenter" width="500"]
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)[/caption]
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ระบบประกันภัยไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับรับเงินชดเชยหลังเกิดเหตุ แต่ควรเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการ สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น แม้หลายคนมักมองว่าการทำประกันเป็นค่าใช้จ่าย แต่หากมองในมุมของการบริหารความเสี่ยง ประกันภัยคือเครื่องมือที่ช่วยรักษาความมั่นคงของชีวิต ครอบครัว และธุรกิจ
ดร.สมพรกล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยง ควรพิจารณาแยกตามลักษณะของผู้เอาประกัน เพราะแต่ละกลุ่มมีความเสี่ยงแตกต่างกัน ทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ และภาครัฐนั้น สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่พบอยู่บ่อยคือ หลายธุรกิจให้ความสำคัญกับการทำประกันเฉพาะตัวอาคาร เครื่องจักร หรือทรัพย์สินภายในกิจการ แต่กลับละเลย ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก อาจมีมูลค่าสูงกว่าความเสียหายต่อทรัพย์สินเสียอีก
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นประจำ เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง โรงแรม ศูนย์การค้า ผู้ผลิตสินค้า รวมถึงโครงการก่อสร้าง ล้วนมีความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายที่ต้องรับผิดชอบอาจมีมูลค่าสูงจนกระทบต่อสภาพคล่อง หรืออาจทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ แต่หากมีประกันภัย ความเสียหายเหล่านี้จะได้รับการชดเชย และช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้
สำหรับประชาชนทั่วไปนั้น แม้ทุกคนจะใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง แต่อุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้น จึงไม่ควรรอให้ผู้ก่อเหตุเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว เพราะกระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายอาจใช้เวลานาน ดังนั้น การมีประกันภัยจึงเป็นการสร้างหลักประกันให้กับตนเอง ทำให้ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ และลดภาระทางการเงินของครอบครัว
ดร.สมพรแนะนำว่า การเริ่มต้นวางแผนประกันภัยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากพิจารณาความเสี่ยงหลัก 3 ด้าน ได้แก่
- ด้านที่ 1 คือ ชีวิตและสุขภาพ ควรมีประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ และประกันชีวิต ให้เหมาะสมกับรายได้และความสามารถในการจ่าย เพราะปัจจุบันโรคอุบัติใหม่และอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
- ด้านที่ 2 คือ ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดฯ รถยนต์ หรือสถานประกอบการ ล้วนมีโอกาสได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ โจรกรรม หรืออุบัติเหตุ การมีประกันทรัพย์สินจึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
- ด้านที่ 3 คือ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่หากเกิดเหตุจนต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้อื่น อาจต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจบริการ ร้านอาหาร ร้านค้า หรือผู้ผลิตสินค้า
ประกันอัคคีภัยไม่ใช่แค่คุ้มครองไฟไหม้
ดร.สมพรกล่าวว่า สำหรับบ้านและคอนโดฯเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงของคนส่วนใหญ่ จึงควรมีประกันอัคคีภัยหรือประกันบ้านไว้รองรับความเสี่ยง เพราะทุกวันนี้ภัยที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเฉพาะเพลิงไหม้ แต่ยังรวมถึงไฟฟ้าลัดวงจร ภัยธรรมชาติ และเหตุไม่คาดคิดอีกหลายรูปแบบ การทำประกันไว้ล่วงหน้าจึงไม่ใช่การรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยรับเงินชดเชย แต่เป็นการวางแผนเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของครอบครัว และช่วยให้สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วหากเกิดความเสียหาย
ปัจจุบัน บทบาทของบริษัทประกันภัยกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มีหน้าที่รับประกันความเสี่ยงและจ่ายค่าสินไหมเมื่อเกิดเหตุ มาเป็นผู้ช่วยบริหารความเสี่ยงให้กับลูกค้าตั้งแต่ก่อนเกิดความเสียหาย ดังนั้น บริษัทจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันบ้านที่ผสานบริการเสริม (Bundled Services) เพิ่มเติมจากความคุ้มครองของกรมธรรม์ เช่น การจัดหาช่างเพื่อเข้าซ่อมแซมเมื่อเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ท่อน้ำแตก หรือเหตุฉุกเฉินภายในบ้าน
หากเป็นความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ บริษัทจะดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมตามเงื่อนไข แต่แม้บางกรณีจะไม่อยู่ในความคุ้มครอง ลูกค้าก็ยังสามารถใช้บริการเสริมดังกล่าวได้ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและลดความเสียหายที่อาจลุกลาม
“วันนี้ประกันภัยไม่ได้มีหน้าที่เพียงรอจ่ายค่าสินไหม แต่ต้องเป็นผู้ช่วยบริหารความเสี่ยง และช่วยสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ”
ทั้งนี้ แนวโน้มของธุรกิจประกันภัยในอนาคตจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งความคุ้มครองและบริการแบบครบวงจร ขณะเดียวกัน รูปแบบประกันภัยจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จากเดิมที่ซื้อกรมธรรม์รายปี จะพัฒนาไปสู่การเลือกซื้อเฉพาะความคุ้มครองที่จำเป็น หรือสามารถทยอยเพิ่มความคุ้มครองได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ (Modular Insurance) ทำให้ประชาชนเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น และจ่ายเบี้ยเฉพาะในส่วนที่เหมาะกับความเสี่ยงของตนเอง
ปัจจุบัน ทิพยประกันภัยได้เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแนวทางดังกล่าวร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าค่อยๆ เติมความคุ้มครองได้ตามความต้องการ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันทรัพย์สิน หรือประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ความเสียหายทางการเงินมักรุนแรงกว่าที่หลายคนประเมินไว้
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนสิงหาคม 2569 ฉบับที่ 532 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/