โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จับตาเก้าอี้ 'อธิบดีสรรพากร' ว่าที่ปลัดคลังคนต่อไป เปิด 3 ชื่อชิงดำ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับตาโผโยกย้ายใหญ่กระทรวงการคลัง หลังผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุราชการ 4 ตำแหน่ง พร้อมผู้ตรวจราชการว่างอีก 1 เก้าอี้ โดยเฉพาะ “อธิบดีกรมสรรพากร” ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะธรรมเนียมคลังถือเป็นเก้าอี้ “ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง” เปิดชื่อ “พรชัย-แพตริเซีย-วินิจ” ชิงดำ ท่ามกลางโจทย์เศรษฐกิจฟื้นไม่ทั่วถึงและข้อจำกัดทางการคลัง

โยกย้าย 5 กระทรวง เคาะปลัดใหม่รับเกษียณ

ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคนใหม่ เพื่อทดแทนผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 แล้ว 5 กระทรวงสำคัญ

ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ขึ้นเป็นปลัดกระทรวง ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ แต่งตั้งนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นปลัดกระทรวงคมนาคม

ตามด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่งตั้งนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และล่าสุด เมื่อ 18 สิงหาคม 2569 ครม.มีมติแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน

เปิด 3 ชื่อจับตา “อธิบดีสรรพากร” เก้าอี้สำคัญที่สุด

สำหรับกระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการจัดทำโผโยกย้าย โดยมีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่จะว่างลงจากการเกษียณ 4 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการกระทรวงอีก 1 ตำแหน่ง

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า สาเหตุที่ยังไม่ได้นำเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเสนอในที่ประชุมครม. เนื่องจากรัฐบาลต้องการแต่งตั้งในระดับปลัดกระทรวงการคลังที่จะว่างลงจากการเกษียณอายุให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจึงจะเป็นการเสนอในระดับอธิบดี ซึ่งในกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี โดยจะเกษียณราชการในปี 2570 ดังนั้นการเสนอแต่งตั้งโยกย้าย จึงน่าจะนำเสนอในเดือนกันยายน

ตำแหน่งที่ถูกจับตามากที่สุดคือ อธิบดีกรมสรรพากร เนื่องจากธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงการคลังที่ผ่านมา ผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรมักถูกมองเป็น “ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง” ในอนาคต

เหตุผลสำคัญมาจากบทบาทของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บรายได้ของประเทศ และมีความสำคัญโดยตรงต่อการบริหารฐานะการคลังของรัฐบาล ดังนั้น การเลือกตัวบุคคลจึงไม่ได้เป็นเพียงการจัดวางตำแหน่งเพื่อทดแทนผู้เกษียณ แต่ยังเป็นการวางตัวผู้บริหารระดับสูงที่จะมีบทบาทต่อทิศทางการคลังในระยะต่อไป

“พรชัย ฐีระเวช” ชื่อเต็งจากสายงานนโยบาย-จัดเก็บรายได้

สำหรับแคนดิเดตที่ถูกจับตาในขณะนี้ มีชื่อของ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งถือเป็นข้าราชการลูกหม้อของกระทรวงการคลัง เติบโตผ่านงานสำคัญด้านนโยบายและรายได้ของประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นเวลาประมาณ 4 ปี และเคยเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังในช่วงปี 2563-2564 ก่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิตตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

ด้วยประสบการณ์ทั้งด้านนโยบายการคลังและการจัดเก็บรายได้ ทำให้นายพรชัยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีความเหมาะสมสำหรับเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายพรชัยยังต้องการทำงานต่อที่กรมสรรพสามิต เนื่องจากมีภารกิจสำคัญที่ต้องสานต่ออีกหลายด้าน ท้ายที่สุดจึงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารกระทรวงการคลัง

“แพตริเซีย” ลูกหม้อสรรพากรอีกชื่อที่น่าจับตา

อีกหนึ่งชื่อที่น่าสนใจคือ นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งถือเป็นข้าราชการที่มีอาวุโสและประสบการณ์สูงในกระทรวงการคลัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลางมาแล้วประมาณ 3 ปี

จุดแข็งสำคัญคือประสบการณ์ใน กรมสรรพากร โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายระดับ ทั้งผู้อำนวยการสำนักบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ผู้อำนวยการสำนักวิชาการแผนภาษี ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี รวมถึงรองอธิบดีกรมสรรพากร ก่อนขยับขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ด้วยโปรไฟล์ที่ผ่านทั้งงานด้านภาษี งบประมาณ และบริหารหนี้สาธารณะ ทำให้ชื่อของนางแพตริเซียยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องจับตา หากไม่ได้รับเลือกไปนั่งกรมสรรพากร ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกวางในตำแหน่งสำคัญของกรมจัดเก็บรายได้อื่น

“วินิจ” ตัวเลือกสายยุทธศาสตร์ภาษี

ขณะที่อีกชื่อที่ถูกจับตามองคือ ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ภาษีและระบบรายได้ภาครัฐ

ดร.วินิจได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับในด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน แม้จะเพิ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สศค. ได้ประมาณ 1 ปี

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมุมของการเติบโตในสายงาน อาจมีข้อเสนอว่าดร.วินิจควรอยู่พิสูจน์ฝีมือในตำแหน่งผู้อำนวยการ สศค. ต่อไป เพื่อสร้างผลงานและประสบการณ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก่อนขยับขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมจัดเก็บรายได้

จับตา “ว่าที่ปลัดคลัง” ผ่านเก้าอี้สรรพากร

การจัดโผครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงโจทย์ว่าใครจะขึ้นเป็น อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อทดแทนผู้บริหารที่เกษียณ แต่ยังเป็นการจับตาไปถึง “ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง” คนต่อไปด้วย

ปัจจุบันนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยังมีอายุราชการเหลืออีก 1 ปี และจะเกษียณในปี 2570 ทำให้การวางตัวผู้บริหารระดับอธิบดีในครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างการบริหารกระทรวงในระยะต่อไป

ขณะที่กระทรวงการคลังยังต้องบริหารตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณ ได้แก่ อธิบดีกรมธนารักษ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และอธิบดีกรมสรรพากร รวมถึงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงที่ว่างลงอีก 1 ตำแหน่ง

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า การแต่งตั้งโยกย้ายอาจต้องจัดลำดับความสำคัญ โดยให้การวางตัวในตำแหน่งระดับปลัดกระทรวงการคลังมีความชัดเจนก่อน จากนั้นจึงพิจารณาเก้าอี้ระดับอธิบดี โดยคาดว่า จะมีการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. ในช่วงเดือนกันยายน

ท้ายที่สุด ชื่อของ “พรชัย-แพตริเซีย-วินิจ” จึงยังเป็น 3 แคนดิเดตที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าใครจะถูกวางตัวในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร และใครจะกลายเป็นผู้มีโอกาสก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ ปลัดกระทรวงการคลังคนต่อไป ในวันที่ภารกิจสำคัญของกระทรวงไม่ใช่เพียงการจัดเก็บรายได้ แต่ต้องรับมือกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ภาระรายจ่ายของรัฐ และข้อจำกัดทางการคลังที่ทวีความสำคัญมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...