โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบยกแก๊ง! ปาหินใส่บ้าน “อัจฉริยะ” อ้างรับงานทวงหนี้ผิดบ้าน

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รวบยกแก๊ง! 2 ชายฉกรรจ์ปาหินใส่บ้าน “อัจฉริยะ” พร้อมผู้รับงาน อีก 1 คน รับงานทวงหนี้ค่ามวย ไม่รู้เป็นบ้านคนดัง

รวบยกแก๊ง! 2 ชายฉกรรจ์ปาหินใส่บ้าน “อัจฉริยะ” พร้อมผู้รับงาน อีก 1 คน รับงานทวงหนี้ค่ามวย ไม่รู้เป็นบ้านคนดัง

วันที่ 16 ก.ย. 2569เมื่อเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระประแดง ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ นำตัวชาย 3 ราย ประกอบด้วย คนขี่จยย. คนซ้อนท้ายจยย.และเป็นผู้ลงมือปาหิน และคนรับงานอีก 1 ราย มายัง สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อสอบสวน หลังเจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 เกิดเหตุคนร้ายใช้ก้อนหินปาเข้าใส่บ้านพักของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่งผลให้กระจกหน้าต่างบริเวณชั้น 2 ของบ้านทาวน์เฮาส์สูง 3 ชั้น ได้รับความเสียหาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีออกจากพื้นที่

ต่อมาชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามเบาะแสและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถติดตามตัวชายทั้ง 2 รายได้ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ก่อนนำตัวกลับมายัง สภ.พระประแดง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการสอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้ง 2 ราย ให้การรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ได้ปาก้อนหินตามที่ได้รับงานมา แต่ไม่ใช่บ้านของนายอัจฉริยะ เป็นบ้านที่รับงานมาทวงหนี้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้สั่งการอีกด้วยหรือไม่

สำหรับผู้ก่อเหตุมีทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วย นายวรัญญู อายุ 24 ปี ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนรับงานมา และ นายชาญวุฒิ อายุ 20 ปี ผู้ซ้อนท้ายและเป็นผู้ลงมือปาก้อนหิน และนายศิวัฒน์ อายุ 17 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda PCX สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเป็นผู้ถ่ายคลิปส่งงาน

พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระประแดง เผยว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มคนร้ายได้ปาก้อนหินใส่บ้านคุณอัจฉริยะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวคนร้าย ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ และผู้ว่าจ้าง โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตาม และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุที่สวมใส่ชุดไรเดอร์สองคน โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังขยายผล โดยตรวจสอบพยานหลักฐาน และหากสืบสวนได้ว่าเป็นบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ ซึ่งความลำบากในการติดตามตัวคนร้ายในครั้งนี้ ค่อนข้างที่จะใช้เวลา จากการแกะภาพจากกล้องวงจรปิด โดยสามารถจับกุมตัวคนร้าย หรือผู้ก่อเหตุได้ในย่านเคหะบางพลี โดยผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะผู้ก่อเหตุได้รับว่าจ้างมาให้ปาก้อนหินที่บ้านหลังดังกล่าว ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ทราบว่าเป็นบ้านของคุณอัจฉริยะ

นายชาญวุฒิ ผู้ซ้อนท้ายและเป็นผู้ลงมือปาก้อนหิน กล่าวว่า ตนเองได้ไปก่อเหตุปาก้อนหินใส่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบเป็นบ้านของใคร โดยมีการชักชวนจากรุ่นพี่ที่รู้จัก ตนเองมาทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของคุณอัจฉริยะ เพราะมีการออกข่าว ซึ่งเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ตนเองได้โทรหาพี่ชาย เพื่อยืนยันการก่อเหตุ

ส่วนสาเหตุที่ลงมือในครั้งนี้ เพราะต้องการมาทวงเงินเรื่องค่ามวย ซึ่งถ้าหากทำสำเร็จก็จะได้ส่วนแบ่ง แต่หลังจากก่อเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนเองก็ยังไม่ได้ส่วนแบ่ง ส่วนก้อนหินที่ใช้ในการก่อเหตุ ตนเองได้เก็บมาจากบริเวณริมข้างทางถนนฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย หลังจากนั้นจึงได้นำมาก่อเหตุและปาใส่ไปในบ้านจำนวนห้าถึงหกก้อน หลังจากก่อเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนเองก็กลับไปบ้านพักและนอนพักผ่อน ซึ่งในวันนี้ตนเองได้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเองโดยไม่ได้หนี ซึ่งในตอนนี้ตนเองก็ยังไม่เจอตัวของผู้เสียหาย และอยากจะฝากถึงคุณอัจฉริยะ หรือผู้เสียหายว่า ตนเองอยากจะขอโทษและไม่ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของคุณอัจฉริยะ ซึ่งถ้าหากรู้ก่อนหน้านี้ ก็คงจะไม่ทำเช่นนี้ ตนเองแค่อยากมาทวงเงินเท่านั้น

ในส่วนของกลางมีหมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีดำ จำนวน 2 ใบ ชุดไลน์แมน ที่ใส่ก่อเหตุ จำนวน 2 ชุด เบื้องต้นขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และเตรียมขยายผลจากคำให้การและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...