โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โปรดเกล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 9 อดีตข้าราชการตุลาการ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 9 อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม ที่ได้รับพระราชทาน ทุกชั้นตรา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออก และให้ออกจากราชการ

วันที่ 17 กันยายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย ได้รับพระราชทาน ทุกชั้นตรา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออก และให้ออกจากราชการ โดยคำสั่งอันถึงที่สุด ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ดังนี้

1. นายเลิศพงษ์ พุมนาวิน ตำแหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 2 สังกัดศาลยุติธรรมกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ และการไม่ถือปฏิบัตินั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 77 (1) (3) และ (5) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 อันเป็นวันที่มีคำสั่งพักราชการ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

2. นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2553 มาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 และข้อ 43 โดยที่เป็นกรณีที่ผลการสอบสวนไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ กระทำผิดที่จะต้อง ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่ามีมลทินหรือมัวหมอง ซึ่งหากให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 35 วรรคสอง (1) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

3. นายปรเมษฐ์หรือนายคมสัน โตวิวัฒน์ ตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริตและไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 อันเป็นวันที่มีคำสั่งให้พันจากราชการและพ้นจากตำแหน่ง ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

4. นายชยกร ธนาวัชน์ หรือนายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา หรือนายชยกร สุวรรณโกตา ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ตแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 77 (5) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

5. นายอรรถพร เพชรแก้ว ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจการสั่งปล่อยชั่วคราวของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 ข้อ 11 วรรคสอง และข้อ 37 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2566 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

6. นายชาญวุฒิ บุญญเขตรโกศล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 ประกอบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทน เหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2547 ข้อ 34 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2566 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

7. นายอนันท์ ธนาวัฒนากุล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่นในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นเหตุให้ข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม และฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

8. นายประดิษฐ์ อัครทวีทอง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ และไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 58 และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

9. นายณัฐจักรธร มีมากบาง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ กระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่อุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และไม่ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งไม่วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา ของคนทั่วไป ตามมาตรา 58 มาตรา 60 วรรคสอง มาตรา 62 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

ทั้งนี้ บุคคลทั้ง 9 ราย เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

อ่านต้นฉบับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โปรดเกล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 9 อดีตข้าราชการตุลาการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...