ทำไม “หุ้นเกาหลีใต้” ผันผวนกว่าบิตคอยน์?
ดัชนี Kospi มีความผันผวนทะลุ 60% สูงกว่า Bitcoin และมากกว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นเกือบ 2 เท่า เหตุหุ้นชิป AI และ Leveraged ETF กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก จนตลาดต้องใช้มาตรการหยุดซื้อขายชั่วคราวถึง 9 ครั้ง ในปีนี้
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สร้างผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปีนี้ แต่ต้องแลกมากับความผันผวนที่รุนแรง โดยดัชนี Kospi มีความผันผวนสูงกว่า 60% มากกว่าดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเกือบ 2 เท่า และสูงกว่าสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin จนกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เหวี่ยงแรงที่สุดของโลก
ความผันผวนดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หรือการหยุดซื้อขายชั่วคราวถึง 9 ครั้ง ภายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ขณะที่ปี 2568 ไม่เคยต้องใช้มาตรการนี้เลย และปี 2567 ใช้เพียงครั้งเดียว
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่หุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI จนมีมูลค่ารวมคิดเป็น มากกว่า 50% ของดัชนี Kospi หากรวมบริษัทในเครือ สัดส่วนจะยิ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผูกติดกับหุ้นเพียงไม่กี่ตัว
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หุ้น SK Hynix เคยร่วง 27% ภายใน 3 วันทำการ หลังนักลงทุนกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐอาจลงทุนสร้าง Data Center มากเกินความจำเป็น ประกอบกับผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด ก่อนจะดีดกลับแตะเพดาน 30% ในวันเดียว และผลักดันให้ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นถึง 18% ในเวลาต่อมา
อีกปัจจัยที่ซ้ำเติมความผันผวน คือความนิยมของ Leveraged ETF ในหมู่นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกองทุนที่ใช้ตราสารอนุพันธ์และเงินกู้เพื่อเพิ่มผลตอบแทนเป็น 2 เท่าของสินทรัพย์อ้างอิง แม้ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ในหลายประเทศมักเป็นเครื่องมือของนักลงทุนสถาบัน แต่ในเกาหลีใต้กลับได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย
ปีนี้หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาตให้เปิดกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงหุ้น Samsung และ SK Hynix มากกว่าสิบกองทุน โดยกว่า 90% ของหน่วยลงทุนอยู่ในมือรายย่อย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายของหุ้นทั้งสองและ ETF ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นมากกว่า 70% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาดในบางช่วง ยิ่งเร่งให้ราคาหุ้นแกว่งตัวรุนแรง
รัฐบาลเกาหลีใต้ยอมรับว่าควรพิจารณาความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้รอบคอบกว่านี้ และเตรียมออกมาตรการจำกัดการลงทุนของรายย่อย เช่น การกำหนดเพดานการถือครองในพอร์ต และเพิ่มต้นทุนการซื้อขาย เพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับฉายาว่า "มด" (Ants) จากพฤติกรรมการซื้อขายพร้อมกันจำนวนมาก ได้ทุ่มเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น มากกว่า 110 ล้านล้านวอน (ราว 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับขายสุทธิหุ้นเกาหลีใต้ราว 115,000 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะหุ้น SK Hynix ที่ถูกขายออกกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ JPMorgan มองว่าแรงขายจากการลดการใช้เงินกู้ลงทุน (Deleveraging) ใกล้สิ้นสุดแล้ว โดยการคลายสถานะของกองทุน Leveraged ETF เสร็จสิ้นเกือบทั้งหมด และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ลดความเสี่ยงไปแล้วประมาณ 90% ซึ่งอาจช่วยให้ความผันผวนของตลาดค่อย ๆ ลดลงในระยะต่อไป
อ้างอิง : bloomberg.com