ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย
ข้อมูลเบื้องต้น
ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย
穿成恶婆婆后,我成了全村的希望
***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 遇花期 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook
เรื่องย่อ
ด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้ ‘ไป๋เพ่ยเพ่ย’ แพทย์แผนจีน ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงสาวที่ชาวบ้านต่างนินทาว่าร้าย ทำให้เธออยากจะแก้ตัว เริ่มต้นชีวิตในร่างใหม่เป็นคนที่ดียิ่งขึ้น และการได้พบเจอ ‘เซี่ยเหล่าเอ้อร์’ สามีของเจ้าของร่างเดิมที่หน้าคล้าย ‘อาเต๋อ’ คนรักเก่าของนางที่จากไปในกับอุบัติเหตุ ความรู้สึกติดค้าง ไม่มีแม้แต่โอกาสร่ำลา ก็รู้สึกราวกับตนได้รับโอกาสครั้งที่สอง ให้ได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง
ตอนที่ 1 ข้าข้ามเวลามาแล้ว
ตอนที่ 1 ข้าข้ามเวลามาแล้ว
“ท่านแม่ข้าขอร้องล่ะ ขอร้องท่านได้โปรดช่วยพี่สาวของข้าด้วย…”
“ท่านแม่ ข้าขอร้อง ข้าขอโขกศีรษะคำนับท่าน!”
"ฮืออออ… ข้าขอร้อง!"
…
ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
ใครกันถึงไร้ซึ่งความเกรงใจในตอนกลางดึกเช่นนี้ นางอยากจะก่นด่าสาปแช่งให้ตายเสียจริง
เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปนะ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยลืมตาขึ้นทันที และพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องที่ทรุดโทรมผุพัง ผนังถูกฉาบขึ้นจากดินเหลือง ตู้สองบานเก่าเสียจนสีหลุดลอก ยังมีโต๊ะตัวใหญ่ซึ่งขาเดิมหายไปและถูกซ่อมด้วยไม้อื่นแทน บนโต๊ะนั้นมีกาน้ำโกโรโกโสใบใหญ่ ข้าง ๆ กันเป็นชามลายครามที่ปากบิ่นแตก…
ข้อสำคัญคือมีเด็กสาวซึ่งมีขนาดตัวกลาง ๆ กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น เสื้อผ้าป่านสีฟ้าที่สวมใส่ถูกซักบ่อยจนกลายเป็นสีขาว ทว่าสกปรกมอมแมม ซ้ำยังมีรอยปะซ่อมอยู่หลายจุด
ผมของนางนั้นไม่รู้ว่าใช้วัสดุอะไรมัดไว้เป็นมวยสองข้าง และไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือการมัดผมที่ไม่ดีหรือเพราะโดนใครเขาขยี้มา จึงทำให้ดูยุ่งเหยิงอยู่เล็กน้อย
ใบหน้าเล็กขนาดเท่าฝ่ามือนั้นผอมบาง ทำให้ขอบตาคล้ำ ยามเมื่อมีน้ำตานั้นน่ากลัวอยู่ไม่น้อย
เมื่อนางเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยลุกขึ้นนั่ง ก็พลันคิดว่าการร้องไห้อ้อนวอนของตนนั้นได้ผล จึงโขกศีรษะให้แรงขึ้นจนคราบเลือดปรากฏขึ้นบนหน้าผากทันที
โขกศีรษะอย่างนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยมองดูก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่ใครกันจะคาดคิดว่าเด็กสาวไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวด ทว่ากลับกอดเข้าที่ต้นขาของไป๋เพ่ยเพ่ยแทน
“ฮืออออ ฮึก… ท่านแม่ ข้าขอร้องท่าน โปรดช่วยพี่สาวของข้าด้วย พี่สาวของข้ากำลังจะโดนครอบครัวสามีทุบตีจนตาย นางเสียเลือดมาก และกำลังจะสิ้นใจอยู่รอมร่อ ขอเพียงท่านช่วยพี่สาวของข้า ท่านจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น กระทั่งจะพาข้าไปแต่งงานกับชายชราพิการท้ายหมู่บ้านเพื่อแลกกับเงินข้าก็ยอม…”
เซี่ยเหมียวเหมียวรู้ดีว่าอาสะใภ้รองไม่เต็มใจที่จะรับอุปการะพวกนางสองคน ด้วยเหตุผลว่าพวกนางพี่น้องอยู่กินโดยไม่จ่ายเงิน ทว่าพวกนางไม่มีพ่อและแม่ หากไม่อยู่กับครอบครัวของท่านอาและอาสะใภ้… แล้วจะให้ไปอยู่กับใครกัน?
พวกนางเรียกอาสะใภ้รองว่า ‘ท่านแม่’ มาหลายปีแล้ว งานที่เหนื่อยหนักและสกปรกในบ้านพวกนางสองพี่น้องล้วนเป็นคนทำ ให้ทำอะไรก็ทำเช่นนั้น ขอเพียงอาสะใภ้รองมองเห็นสิ่งนี้แล้วยอมช่วยพี่สาวของนาง
ไป๋เพ่ยเพ่ยตกใจ อะไรนะ เรียกข้าว่าท่านแม่งั้นรึ?
ข้ายังไม่ได้แต่งงานเสียด้วยซ้ำ ยามเดินตามท้องถนนก็ถูกผู้คนเรียกว่า ‘คุณผู้หญิง’ แต่จู่ ๆ นางกับเรียกข้าว่า’ท่านแม่’?
ผู้คนยุคนี้โตเร็วเกินไปแล้ว ทำเอาหญิงสาวตกใจอยู่เล็ก ๆ
แต่เด็กสาวตรงหน้าช่างน่าสงสารนัก หัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยพลันโอนอ่อน ในใจส่งเสียงฮึดฮัดของการแก้แค้นเสียงเย็น พลางดึงเด็กสาวขึ้นมาจากพื้น
“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด"
ในขณะเดียวกัน ไป๋เพ่ยเพ่ยก็หยิบชามลายครามใบใหญ่บนโต๊ะ เทน้ำลงไป แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดหน้าผากของเด็กสาวพร้อมตรวจดูบาดแผล
โชคดีที่เป็นเพียงแผลเล็ก ๆ ไม่ร้ายแรงมาก เมื่อถึงเวลานางจะขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนภูเขามาใส่แผล…
และในเวลานี้เองที่ไป๋เพ่ยเพ่ยสังเกตเห็นว่ามือของตนที่ใช้ตรวจดูแผลบนหน้าผากของเด็กสาวนั้นมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ฝ่ามือของนางเต็มไปรอยแตกจำนวนมาก มองดูแล้วราวกับมือของคนใช้แรงงาน
นี่ใช่มือของนางที่ไหนกัน!
นางเป็นหมอในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน ลมไม่เคยพัดผ่าน แสงแดดไม่เคยตกกระทบใส่ รอบแตกบนมือจะมาจากไหน?
เมื่อมองตามมือนี้ขึ้นไป ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ตระหนักว่าจริง ๆ แล้วนางแต่งตัวคล้ายกับเด็กสาว เว้นก็แต่ว่านางสะอาดกว่า
ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงลองหยิกตัวเอง และผลลัพธ์คือรู้สึกเจ็บจริง
เช่นนั้นแล้วนางสวมใส่ชุดนี้อยู่จริง ๆ ไม่ใช่ความฝันงั้นหรือ?!
สับสน มึนงง
ท่ามกลางความเลือน ๆ ราง ๆ ก็ยังได้ยินเด็กสาวกล่าวบอกด้วยเสียงสะอื้นว่า “พวกเขาบอกว่าพี่สาวของข้าถูกพี่เขยทุบตีจนแท้ง ฝ่ายนั้นก็ยังไม่เชิญหมอมา ตอนนี้นอนอยู่บนเตียง เกรงว่าใกล้จะตายแล้ว…”
อะไรนะ ร้ายแรงขนาดนี้เชียว?
เจ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนหรือไรกัน ลูกสาวคนโตกำลังเดือดร้อน กลับไม่รู้จักช่วย ซ้ำยังปล่อยให้ลูกคนเล็กมาอ้อนวอนขอร้องแบบนี้ นี่เป็นเรื่องที่มนุษย์ทำได้อย่างนั้นหรือ?
คงไม่ใช่แม่เลี้ยงหรอกใช่ไหม?
หลังจากก่นด่าสาปแช่งเจ้าของร่างเดิมที่ไม่ได้เรื่องแล้ว ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ลุกขึ้นยืนทันที
เซี่ยเหมียวเหมียวตกใจ ด้วยไม่รู้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยต้องการจะทำอะไรจึงรีบเดินตามหลังไป จากนั้นนางก็เห็นไป๋เพ่ยเพ่ยตรงเข้าไปในครัว ก่อนจะหยิบมีดทำครัวเล่มใหญ่มา แล้วลองชั่งน้ำหนักด้วยมือ
ไม่ใช่สิ อาสะใภ้รองจะจัดการนางงั้นหรือ? ใบหน้าของเซี่ยเหมียวเหมียวเต็มไปด้วยความกลัว เด็กสาวพลันหดคอ
ไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งถือมีดทำครัวไม่ได้สนใจ เพียงรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป เมื่อมองไปด้านข้างก็พบเข้ากับไม้คาน หญิงสาวถือมีดทำครัวไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งหยิบไม้คานขึ้นมา
อืม! นี่สิถึงจะถูก!
ไป๋เพ่ยเพ่ยมั่นใจเต็มร้อยจึงเอ่ยขึ้น "เอาล่ะ ไปกันเถอะ"
“ไป… ไปไหนหรือ?" เซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ช่วยพี่สาวเจ้าไง!”
อาสะใภ้รองตกลงงั้นหรือ?!
เซี่ยเหมียวเหมียวร้องไห้ด้วยความดีใจ น้ำตาพลันเอ่อล้นขึ้นที่หางตา เด็กสาวคว้าเอาไม่ตะบองที่อยู่มุมก ำแพงมาแล้วเดินตรงไปข้างหน้า
สุดยอดไปเลย!
อาสะใภ้รองตอบตกลง!
นางสาบานในใจว่าเมื่ออาสะใภ้รองช่วยพี่สาวของนางกลับมาได้แล้ว นางจะไม่มีวันเกลียดอาสะใภ้รองอีกเลย และจะทำทุกอย่างที่อาสะใภ้รองเอ่ยปากขอ แม้แต่จะขายนาง นางก็ยอม
ทันทีที่ก้าวออกจากลานบ้านก็พบเข้ากับเพื่อนบ้าน
“ครอบครัวเซี่ยเหล่าเอ้อร์ พวกเจ้ากำลังจะไปไหนกันหรือ?” ป้าหลิวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกงุนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยมือหนึ่งถือมีดทำครัว อีกมือหนึ่งถือไม้คาน ราวกับว่านางกำลังจะไปคิดบัญชีกับใครบางคน
ท่าทางดุดันดุร้ายถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงรู้สึกว่ากำลังจะไปหาเรื่องใครเขาอย่างไรอย่างนั้น?
ไม่มีทาง สตรีนางนี้เป็นหญิงพาลในหมู่บ้าน ใครกันช่างมีความสามารถ กล้าไปยั่วยุสตรีชั่วร้ายคนนี้?
สกุลเดิมของสามีคือเซี่ยงั้นหรือ? เป็นลูกคนรอง? และชื่อของเขาคือ “เหล่าเอ้อร์”? ไป๋เพ่ยเพ่ยพร่ำบ่นสิ่งนี้อยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างความแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรม “จะไปไหนได้อีกเล่า? นอกเสียจากไปคิดบัญชีกับเจ้าแซ่เฉียวนั่นอย่างไร”
เซี่ยเหมียวเหมียวกล่าวเสริมอย่างเหมาะเจาะ “พี่สาวของข้าซึ่งกำลังตั้งครรภ์ถูกพี่เขยทุบตีเสียจนแท้ง ได้ยินมาว่านางจะตายอยู่แล้ว แต่คนที่ฝั่งนั้นไม่มีใครไปช่วยตามหมอมาเลย ปล่อยให้พี่สาวของข้ารอความตายอยู่ที่นั่น…”
“ได้ยังไง… ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้?! ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือ?” ป้าหลิวสูดหายใจเข้าอย่างแรง คำว่า "ก่อนหน้านี้" ที่นางพูดไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้อนรับสตรีที่แต่งงานแล้วกลับสู่ครอบครัวเดิม
เมื่อลองคิดดูว่าเซี่ยต้ายาซึ่งแต่งงานเข้าตระกูลเฉียวนั้นไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนมาโดยตลอด ซ้ำข้าง ๆ ยังมีคนช่วยคนชั่วก่อกรรมทำเข็ญ หัวใจของป้าหลิวก็พลันเดือดเป็นฟืนไฟ และเอ่ยออกมาด้วยความโกรธเคือง “ใครเป็นคนก่อให้เกิดเรื่อง? ก็คนเลวนี่อย่างไร หากไม่ใช่เพราะนางต้องการอาศัยเรื่องการแต่งงาน จึงยกเรื่องที่พ่อแท้ ๆ ของเจ้าตกลงเรื่องแต่งงานของพี่สาวเจ้ามา จนฝ่ายตระกูลเฉียวไม่อาจยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ได้ จึงต้องนำสินสอดจำนวนสูงลิ่วมาเพื่อบังคับให้พี่สาวของเจ้าแต่งงาน ซ้ำร้ายนางยังหักสินสอดเดิมของพี่สาวเจ้าไปอีก คนพวกนั้นจะระบายความโกรธลงกับพี่สาวเจ้าไหมเล่า? มาวันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับเซี่ยต้ายาแล้วสิ? ข้าอยากรู้นักว่านางจะนำเรื่องนี้ไปสารภาพกับพ่อผู้ให้กำเนิดที่ตายไปแล้วของเจ้าว่าอย่างไร…”
“ข้า… ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น?” เมื่อหยิบยกเรื่องนี้มากล่าวโทษ ไป๋เพ่ยเพ่ยย่อมไม่อาจหักล้างได้
หากแต่สามีของเจ้าของเดิมตายไปแล้วงั้นหรือ?
นั่นถือเป็นข่าวดี
“เจ้าจะไปคนเดียวหรือ เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไปไหน?” เห็นได้ชัดว่าป้าหลิวไม่วางใจให้ไป๋เพ่ยเพ่ยไปคนเดียว
ล้อเล่นหรืออย่างไรกัน เมื่อครั้งเซี่ยต้ายาถูกครอบครัวสามีทุบตีและวิ่งกลับมาขอความช่วยเหลือ ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่เพียงแต่ตัดสินใจแทนเซี่ยต้ายา หนำซ้ำยังใช้เด็กสาวเพื่อ ‘บีบบังคับ’ ขอเงินจากตระกูลเฉียว จากนั้นจึงส่งเซี่ยต้ายากลับไป
เซี่ยต้ายาผู้น่าสงสาร วันที่นางถูกส่งกลับ นางถูกขังอยู่ในเพิงไม้ ทั้งยังได้ยินมาว่านางถูกทุบตีอีก
การไปบ้านตระกูลเฉียวคราวนี้ เป็นไปได้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยอาจไปหาเงินชดเชยอีกก็เป็นได้
“หา?” ไม่ใช่ว่าสามีของเจ้าของร่างเดิมตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วมีอีกคนโผล่มาได้ยังไง? ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เช่นนั้นแล้วคนที่ตายคือพ่อผู้ให้กำเนิดของเซี่ยต้ายา ส่วนเจ้าของร่างเดิมนั้นแต่งงานใหม่กับเซี่ยเล่าเอ้อร์งั้นหรือ?
ป้าหลิวเมื่อเห็นสีหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยก็รู้สึกว่าตนเดาถูก เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้หากไม่บอกกล่าวเซี่ยเหล่าเอ้อร์ก็ชัดเจนว่ามีผี*[1]
ทว่าไม่รู้ว่าเซี่ยเหล่าเอ้อร์ทำอะไรอยู่ที่ไหน จะไปแจ้งเขาในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาเขาที่ไหน
ไม่ได้ นางปล่อยให้ไป๋เพ่ยเพ่ยไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด
ยิ่งป้าหลิวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากเท่านั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “สามีของเจ้าออกไปข้างนอกแล้วใช่หรือไม่? หาเขาไม่เจอหรือ? ตระกูลเฉียวนั้นไร้เหตุผล เจ้าไปคนเดียวไม่ได้หรอก เจ้ารอก่อน ข้าจะไปเรียกสามีข้ามา เขาอยู่ในบ้าน…”
ก่อนจะหันศีรษะเข้าไปในบ้านแล้วตะโกนเรียกหลิวเกินเซิง สามีของนาง
*[1] มีผี หมายถึง มีบางอ่ยางผิดปกติ แปลก ๆ มีเลศนัย
ตอนที่ 2 ปล่อยเด็กสาวคนนั้นเสีย
ตอนที่ 2 ปล่อยเด็กสาวคนนั้นเสีย
ระหว่างทางไป๋เพ่ยเพ่ยก็ตะล่อมหลอกถามจึงพอเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ มากขึ้น เด็กสาวที่อยู่ข้างกายนางในตอนนี้และคนที่นางกำลังจะไปช่วยนั้น ทั้งคู่คือ ‘ลูกสาวบุญธรรม’ ของเจ้าของร่างเดิม กล่าวให้ถูกต้องคือลูกของพี่ชายเซี่ยเหล่าเอ้อร์
ด้วยเพราะครอบครัวลูกชายคนโตของตระกูลเซี่ยนั้นไม่มีใครแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกนางทั้งสองต้องมาอยู่ในความดูแลของลูกคนรอง ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์คุกเข่าขอร้องของเซี่ยเหมียวเหมียวในตอนแรกเริ่มที่ไป๋เพ่ยเพ่ยข้ามเวลามา
นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมเองก็มีลูกที่ตนให้กำเนิดอยู่ด้วย ส่วนที่ว่ากี่คนนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยเกรงว่าจะเผยให้เห็นพิรุธ นางจึงไม่ได้เอ่ยถามรายละเอียดอะไรนัก
ระหว่างทางป้าหลิวพบเจอใครก็ดึงคนนั้นมา ต้องการจะรวบรวมกลุ่มคนให้แก่ไป๋เพ่ยเพ่ย
ไป๋เพ่ยเพ่ยมองดูผู้คนมากมายที่ติดตามนางไปยังบ้านตระกูลเฉียว หัวใจของนางก็พลันเปี่ยมล้นด้วยความหาญกล้า
นางขอบคุณป้าหลิวคนนี้จากใจจริง หากไม่ใช่เพราะป้าหลิว นางคงไม่ดึงคนพวกนี้มาร่วมด้วยได้ หญิงสาวรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เมื่อใดที่เรื่องนี้จบลง จะต้องไปขอบคุณป้าหลิวและชาวบ้านที่กระตือรือร้นเป็นอย่างดี
อันที่จริง ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้ว่าการที่ป้าหลิวดึงผู้คนมามากมายถึงเพียงนี้ก็เพื่อคอย ‘ดูแลควบคุม’ นางโดยเฉพาะ เจ้าของร่างคนเดิมนั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเป็นที่เลื่องลือ ป้าหลิวเองกลัวว่าตนเพียงคนเดียวจะรับมือไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ คนเยอะพละกำลังก็มาก เมื่อชักชวนผู้คนมาได้ในใจของนางก็ยิ่งมั่นใจ
โชคดีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้ หากนางรู้ขึ้นมา…
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านซานเอา หมู่บ้านข้างเคียงกับหมู่บ้านหนิงซาน
เมื่อพวกเขามาถึงบ้านตระกูลเฉียว บรรดาผู้ชายในครอบครัวนั้นไม่อยู่ มีเพียงแม่เฒ่าเฉียวและเจิงชุ่ยชุ่ย ผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ที่อยู่ที่นั่น
เจิงชุ่ยชุ่ยกวาดพื้นไปพลาง ก่นด่าสาปแช่งไปพลาง ด่าว่าเซี่ยต้ายาเอาแต่อู้งานอยู่บนเตียง ตระกูลเฉียวรับนางมาเป็นสะใภ้ก็นับว่าซวยไปหลายชาติ
“เจ้าด่าใคร?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเหวี่ยงไม้คานในมือจนเกิดเสียงดังพรึ่บ พร้อมเสียงเอ่ยซักถาม ก่อนจะฟาดมันตรงลงไปยังเจิงชุ่ยชุ่ย
เมื่อจู่ ๆ ก็มีไม้คานฟาดลงมาตรงหน้า เจิงชุ่ยชุ่ยก็กลัวเสียจนใจจะขาด “ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าข้า!”
นางกลัวถึงขั้นโยนไม้กวาดในมือทิ้ง
ไป๋เพ่ยเพ่ยเองไม่ได้ตีโดนคน ทั้งยังไม่ได้ไล่ตามไป หญิงสาวหันหน้าไปหาเซี่ยเหมียวเหมียวพลางเอ่ย “เหมียวเหมียว เจ้ารู้ไหมว่าพี่สาวของเจ้าอยู่บ้านหลังใด?”
“รู้เจ้าค่ะ!" เซี่ยเหมียวเหมียวชี้ไปยังเพิงไม้ซึ่งอยู่ตรงมุมไกลสุดของลานบ้านตระกูลเฉียวแล้วกล่าวว่า "บ้านที่ผุพังที่สุดหลังนั้นเจ้าค่ะ"
แล้วมองเรือนที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยห้องโถงใหญ่และเรือนข้าง สี่ห้องใหญ่เรียงกันเป็นแถว ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากดินอย่างดี ทว่าเมื่อมองยังทางที่เซี่ยเหมียวเหมียวชี้ไปกลับเป็นเพิงไม้ที่ทรุดโทรมที่สุด ซ้ำผนังยังเป็นเพียงหญ้าแห้ง ความโกรธของไป๋เพ่ยเพ่ยก็ปะทุขึ้นโดยพลัน
มีอย่างที่ไหนกันที่ให้คนท้องหรือป่วยหนักมานอนในห้องที่มีสภาพเช่นนี้? นี่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันอีกหรือ
หญิงสาวระงับโทสะแล้วผลักเปิดประตูด้วยมือข้างหนึ่ง บอกว่าเป็นประตู แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่หญ้าแห้ง ไม่มีแม้แต่สลักประตู เพียงใช้มือดันก็สามารถเปิดออกได้
และพบเข้ากับเตียงหญ้าแห้งที่ถูกเปิดออก ใต้ฟูกนอนชุ่มไปด้วยเลือด ครึ่งหนึ่งบดบังไว้ด้วยร่างกายส่วนบนที่เต็มไปด้วยรอยช้ำเลือดช้ำหนอง ใบหน้าเล็กขนาดเท่าฝ่ามือไร้สีเลือด ดวงตาทั้งสองปิดแน่น ไม่รู้ว่าคนยังมีสติอยู่หรือไม่
ไป๋เพ่ยเพ่ยเกือบจะคิดว่านางหมดลมไปแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปเพื่อปฐมพยาบาล หญิงสาวกดเข้าที่ร่องเล็ก ๆ ระหว่างจมูกถึงริมฝีปากบน จากนั้นจึงจับชีพจร หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่หลายหน ในที่สุดเด็กสาวก็ได้สติฟื้นคืน
“…ท่านแม่ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เซี่ยต้ายาที่เพิ่งลืมตาขึ้นมา เมื่อมองเห็นผู้มาเยี่ยมอย่างชัดเจน ใบหน้าก็พลันปรากฏร่องรอยแห่งความกลัว
ไม่เหมือนการพบเจอคนในครอบครัว แต่ราวกับเจอสิ่งที่เลวร้ายเสียมากกว่า
เมื่อนึกถึง ‘ภาพลักษณ์แม่เลี้ยง’ ของเจ้าของร่างเดิม ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าอุปนิสัยของเจ้าของเดิมอาจแย่กว่าที่นางคิดเสียอีก
“ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่แล้ว แม่จะปกป้องเจ้าเอง!”
โดยไม่สนใจการปฏิเสธจากจิตใต้สำนึกของเซี่ยต้ายา ไป๋เพ่ยเพ่ยคว้าข้อมือของเด็กสาวไว้ด้วยท่าทีห่วงใย ไม่ว่าเจ้าของร่างเดิมจะเคยเป็นเช่นไร ต่อจากนี้ไปนางจะรับช่วงต่อ และถือโอกาสนี้แปลงโฉมนางเสียใหม่
ด้วยการทำเช่นนี้ ในอนาคตเมื่อนางแตกต่างจากเจ้าของร่างเดิม หญิงสาวก็สามารถโยนไปได้ว่าตนนั้นสะเทือนอารมณ์จากเรื่องของเซี่ยต้าหยาจึงกลับเนื้อกลับตัวใหม่อย่างฉับพลัน
มนุษย์ เมื่อมีแรงกระตุ้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปบ้างเป็นเรื่องปกติ
ป้าหลิวเดินตามเข้ามาและเห็นใบหน้าที่บวมช้ำ รวมถึงร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเซี่ยต้ายา ก็ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่น ๆ
ได้ยินมาลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวทุบตีลูกสะใภ้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้?!
ให้ตายสิ!
เจ้าเด็กนี่คงไม่ได้จะตีจนตายหรอกใช่ไหม?!
…
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันก่นด่าสาปแช่งเฉียวเล่อเซิง ลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวว่าไม่เอาถ่าน
ป้าหลิวยังพูดกับไป๋เพ่ยเพ่ยอีกว่า “เห็นแล้วหรือยัง บาปกรรมที่เจ้าสร้างขึ้น หากในเวลานั้นเจ้าไม่ทำเกินไป ตระกูลเฉียวจะมาระบายความโกรธแค้นลงที่ร่างกายต้ายาหรือ? เจ้าดูสิว่าต้ายาช่างน่าสงสารนัก แม้ว่านางจะไม่ใช่ลูกในไส้ของเจ้า แต่เจ้าเองก็เลี้ยงนางมากับมือ เจ้ากลับไม่รู้จักปวดใจเสียบ้างหรืออย่างไร…”
“ข้าปวดใจสิ ทำไมจะไม่เจ็บปวดหัวใจเล่า? หัวใจข้าแตกสลายเจียนตาย เกลียดจนอยากจะหั่นลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวเป็นชิ้น ๆ” ภรรยาของตัวเองยังตบตีอย่างไร้ปรานีถึงเพียงนี้ นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปทำกันอย่างนั้นหรือ?
ไม่ได้!
เรื่องนี้จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ หากนางไม่เอาคืนให้เซี่ยต้ายา เช่นนั้นก็ไม่ใช่ไป๋เพ่ยเพ่ยแล้ว
ยังดีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้พูดกล่าวอะไรออกมา ด้วยเพราะยิ่งพูด ป้าหลิวก็ยิ่งไม่เชื่อ ซ้ำจะยิ่งคิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยวางแผนทำอะไรบางอย่าง เตรียมพร้อมจงใจหาเรื่อง นางรู้สึกว่าต้องจับตาดูหญิงสาวให้มากกว่านี้สักหน่อย จะปล่อยให้ไป๋เพ่ยเพ่ยฉวยโอกาสนี้ไม่ได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้เรื่องนี้ ตอนนี้นางมุ่งความสนใจไปที่การช่วยชีวิตเด็ก เซี่ยต้ายานั้นได้สติแล้ว แต่เลือดของนางยังคงไหลอยู่ ด้วยความรีบร้อนของหญิงสาว เธอจึงไม่ได้นำเข็มติดตัวมาด้วย และมีเพียงป้าหลิวเท่านั้นที่นางคุ้นเคยมากที่สุดในหมู่คนเหล่านี้ นางจึงเอ่ยกับป้าหลิว “พี่สะใภ้ ช่วยหาเข็มให้สักสองสามด้ามได้หรือไม่ ต้ายาตกเลือดหนัก จำเป็นต้องหยุดเลือดทันที…”
“ตกเลือดหนักจริง ๆ ด้วย?! นี่… คือการก่อกรรมทำเข็ญจริง ๆ!” เดิมทีคิดว่า ‘ตกเลือดอย่างหนัก’ ที่เซี่ยเหมียวเหมียวกล่าวบอกนั้นเป็นการพูดเกินจริง เมื่อพวกเขามาถึงแล้วจะยังสามารถช่วยเซี่ยต้ายาเอาไว้ได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว…”
ป้าหลิวพลันรู้สึกเศร้าโศกในใจ เด็กสาวดี ๆ คนหนึ่ง แต่งงานได้ไม่กี่ปีก็จะถูกเอาชีวิตไปแล้ว?!
นี่คงไม่ใช่แค่เรื่องค่าสิดสอดจำนวนสูงลิบลิ่วหรอกกระมัง? ตระกูลเฉียวนั้นทำเกินไปแล้วจริง ๆ!
“พี่สะใภ้ ชีวิตของต้ายานี้จะช่วยไว้ได้หรือไม่ เกรงว่าจะขึ้นอยู่กับท่านแล้ว” ไป๋เพ่ยเพ่ยเอ่ยด้วยสีหน้าอ้อนวอน "ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้พอจะช่วยหาเข็มให้ข้าสักสองสามด้ามได้หรือไม่ เข็มเย็บผ้าก็ได้ ขอเพียงมีเข็ม บางทีข้าอาจช่วยชีวิตต้ายาได้"
“ตกเลือดหนักอย่างนี้แล้ว เจ้าจะช่วยชีวิตนางได้อย่างไรอีก?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ เมื่อก่อนข้าเคยเรียนวิชาฝังเข็มจากสำนักฟางหลางมาบ้าง กล่าวกันว่าสามารถหยุดอาหารตกเลือดได้”
"จริงหรือ?!"
"จริงเจ้าค่ะ!"
“รอเดี๋ยว ข้าจะไปหาเข็มมาให้” แม้ป้าหลิวจะรู้สึกสับสนว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะมีทักษะเช่นนี้ได้อย่างไร ด้วยเพราะก่อนหน้าก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนก็ตาม
แต่ตอนนี้ไม่มีทางอื่นที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว นางเองเจ็บปวดหัวใจนักเพราะเฝ้ามองดูเซี่ยต้ายาเติบโตมา ขอเพียงสามารถรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น*[1] นางก็รับหันหลังเพื่อไปหายืมเข็มมาทันที
ป้าหลิวลืมไปชั่วขณะหนึ่งว่าต้องจับตาดูอย่าให้ไป๋เพ่ยเพ่ยคิดสิ่งไม่ดีขึ้นมาได้
ในเวลาเดียวกัน ไป๋เพ่ยเพ่ยขอให้เซี่ยเหมียวเหมียวเข้ามาจับมือของเซี่ยต้ายาเอาไว้ และช่วยปลอบประโลมเซี่ยต้ายา เพื่อที่เซี่ยต้ายาจะได้ไม่ยอมแพ้ "ต้ายา เจ้าได้ยินหรือไม่ แม้เจ้าจะตกเลือดอย่างหนักแต่ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยเจ้าได้ เมื่อป้าหลิวหยิบยืมเข็มมา แม่จะช่วยชีวิตเจ้าเอง เจ้าต้องอดทนไว้นะ!”
“พี่สาว ข้าไม่อยากพรากจากกับท่าน! ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง!” เมื่อเซี่ยเหมียวเหมียวได้ยินดังนั้นก็หวาดกลัวอย่างยิ่ง กลัวว่าเซี่ยต้ายาจะหลับตาลงจริง ๆ เด็กสาวเอ่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
เซี่ยต้ายาเองก็น้ำตาไหลเช่นกัน นางอยากจะพูด แต่นางก็ไม่มีแรง จึงทำได้เพียงมองดูอาสะใภ้รองและน้องสาวอย่างเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกทุกข์ทรมานอย่างยิ่งในหัวใจ
นางคิดว่าอาสะใภ้รองไม่ชอบตนและน้องสาว แต่เด็กสาวไม่คาดคิดว่าเมื่อประสบปัญหาจริง ๆ คนที่มาช่วยเหลือนางกลับเป็นอาสะใภ้รอง
ในชั่วขณะหนึ่ง อารมณ์ของนางปนเปซับซ้อน
*[1] รักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น เปรียบเทียบเรื่องที่รู้ชัดว่าไม่มีความหวังแล้ว แต่ยังมีความหวังเลือนราง
ตอนที่ 3 ฝังเข็มห้ามเลือด
ตอนที่ 3 ฝังเข็มห้ามเลือด
ห้องนี้มีขนาดเล็ก พวกผู้ชายจากหมู่บ้านหนิงซานไม่ได้เข้ามา คอยเฝ้าอยู่ในลานบ้านแทน มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่มารวมตัวกันตรงหน้าประตูเพิงไม้
พวกนางมองดูท่าทางที่น่าสังเวชของเซี่ยต้ายาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะพากันถอนหายใจ พร้อมกับก่นด่าสาปแช่งตระกูลเฉียวอันไร้ค่า ดอกไม้งามสดใสดอกหนึ่งถูกโยนเข้ามาให้ตระกูลเฉียวย่ำยีจนกลายเป็นเช่นนี้ อีกทั้งในใจของพวกนางยังก่นด่าไป๋เพ่ยเพ่ยที่ก่อกรรมทำชั่ว ยอมสละหลานสาวที่แสนดีของตัวเองมาให้คนอื่นหยามเกียรติ
ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครั้งอยู่ในหมู่บ้านนั้น เป็นที่เลื่องลือว่าเซี่ยต้ายาขยันหมั่นเพียร เป็นคนมีความสามารถในการงาน มีคนจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านที่หมายปองอยากจะแต่งนางเข้าบ้าน
ทว่าไป๋เพ่ยเพ่ยกลับกล่าวว่าอย่างไรน่ะหรือ?
กล่าวว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของเซี่ยต้ายาได้ตกลงเรื่องการแต่งงานไว้แล้ว ไม่อาจถอนหมั้นได้ หากกลับคำถอนหมั้น นางจะไม่สามารถไปอธิบายกับพ่อผู้ให้กำเนิดของเด็กสาวในปรโลกได้
อธิบายกับผีน่ะสิ!
เมื่อครั้งได้สินสอดจากตระกูลเฉียวมา นางก็ไม่ได้โอนอ่อน ยึดสินสอดนั้นมา ซ้ำยังไม่ให้สินสอดเดิมของหลานสาวไปอีก ทำให้เซี่ยต้ายาต้องออกจากบ้านไปพร้อมกับเสื้อผ้าเพียงสองชุดอย่างไร้เกียรติ
มาตอนนี้ถึงคราว เซี่ยต้ายาต้องลงไป “กล่าวฟ้อง” ต่อพ่อผู้ให้กำเนิดของนางในปรโลกจริง ๆ แล้ว
แม้ว่าจะเป็นหมู่บ้านใกล้เคียง แต่ครอบครัวไหนไม่มีของอย่างเข็มเย็บผ้าและด้าย ป้าหลิวเองก็พอรู้จักผู้คนในหมู่บ้านนี้อยู่บ้างจึงขอยืมมาได้ในเวลาไม่นาน
“ต้ายา ไม่ต้องกลัว พอแม่แทงเข็มเข้าไป เจ้าก็จะไม่เป็นอะไรแล้ว” ไป๋เพ่ยเพ่ยจับมือของเซี่ยต้ายาขึ้นมาจากมือของเซี่ยเหมียวเหมียวแล้วเอ่ย "เชื่อใจแม่ แม่จะช่วยเจ้าอย่างแน่นอน"
ในตอนนี้เอง เซี่ยต้ายายิ่งอ่อนแอลง
และไม่รู้ว่าเป็นเพราะไป๋เพ่ยเพ่ยให้ความมั่นใจกับเซี่ยต้ายา หรือเพราะตัวเซี่ยต้ายาเองก็ไม่อยากตาย หัวใจของนางจึงเกิดคลื่นความหวังซัดซามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นั่นสิ ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ ใครจะอยากตายกัน?
เซี่ยต้ายาส่งเสียง "อื้อ" เบา ๆ แล้วปริปากเอ่ยแบบไร้เสียงว่า "ข้าเชื่อท่าน"
ในห้องนั้นล้วนเป็นสตรี สิ่งที่เซี่ยต้ายามี บนร่างกายของคนอื่นก็มีทั้งสิ้น ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงกล่าวบอกเซี่ยต้ายา แล้วเปลื้องผ้านางออกโดยไม่สนใจสิ่งใดอย่างไม่ลังเล
และด้วยการถอดเสื้อผ้าออกนี้ ทำให้ไป๋เพ่ยเพ่ยและทุกคนพลันตาแดงก่ำ พวกนางไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าบนร่างกายของเซี่ยต้ายาจะไม่มีจุดที่เป็นปกติเลยสักจุด
ไปตายซะ ลูกชายคนรองตระกูลเฉียว เฉียวเล่อเซิง!
ไปตายซะคนตระกูลเฉียว!
หัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ หญิงสาวพยายามกักความรู้สึกระงับมันไว้ โดยตัดสินใจว่าอีกสักพักเมื่อพบหน้าตัวการ นางจะต้องจัดการเก็บกวาดผู้ชายใจอำมหิตในบ้านนี้ให้ดี
ด้วยความกลัวว่าเข็มเงินอาจไม่สะอาด ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงคนนำหินมาจุดไฟ แล้วจึงนำเข็มมารนไฟ ก่อนจะหาจุดเลือดลมสตรี แล้วแทงเข็มเข้าไปในร่างของเซี่ยต้ายา
ในขณะที่กำลังแทงเข็มลงไป นางก็พูดคุยกับเซี่ยต้ายาไป โดยกล่าวบอกว่าตนกำลังฝังเข็มเข้าที่จุดใดและมีจุดประสงค์เพื่ออะไร
แม้ว่าการเคลื่อนไหวของนางจะอ่อนโยน ทว่ารอยฟกช้ำดำเขียวมากมายบนร่างกายของเซี่ยต้ายาก็ย่อมถูกสัมผัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และราวกับว่าเซี่ยต้ายานั้นเธอสูญเสียประสาทรับความเจ็บปวดไปแล้ว จึงไม่มีคำว่าเจ็บออกมาจากปากของนางแม้เพียงสักคำ
เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นดังนั้น ดวงตาของนางก็ร้อนผ่าว แต่พยายามอดกลั้นเอาไว้ และเอ่ยพูดไปเรื่อย ๆ อย่างนุ่มนวลเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเซี่ยต้ายา
นางพูดด้วยเสียงเบา ๆ นุ่ม ๆ อย่างมีเหตุผลน่าฟังอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงเซี่ยต้ายา แม้แต่คนอื่น ๆ ในห้องต่างก็ถูกดึงดูดจนพากันเงี่ยหูฟัง
ป้าหลิวรู้สึกแปลกประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าครอบครัวของเซี่ยเหล่าเอ้อร์จะมีความสามารถนี้จริง หากรู้แต่แรก แล้วนางเกิดมีอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไปหาให้นางช่วยตรวจดูให้ได้ไม่ใช่หรือ?
เซี่ยเหมียวเหมียวก็ตั้งใจฟังอย่างยิ่ง พยายามจดจำจุดฝังเข็มและผลกระทบของมันอย่างละเอียด แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าอาสะใภ้รองจะช่วยพี่สาวของตนได้จริงหรือไม่ แต่นางก็เต็มใจที่จะเชื่อ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากนางจำทั้งหมดนี้ได้ ครั้งต่อไปที่นางพบกับสถานการณ์เช่นนี้ นางก็จะช่วยได้มิใช่หรือ? ไม่ใช่ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวเฝ้ารอให้พี่สาวของตนพบเจอเหตุการณ์นี้อีกครั้ง นางเพียงกลัวอย่างยิ่งกับความรู้สึกที่ตัวเองนั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยก็เท่านั้น
แน่นอนว่าหลังจากที่ไป๋เพ่ยเพ่ยฝังเข็มลงไปเข็มแล้วเข็มเล่า เลือดของเซี่ยต้ายาก็หยุดลงในที่สุดโดยไม่มีการไหลออกมาอีก
“สวรรค์! น้องสาว เจ้าช่างยอดเยี่ยมนัก!” ป้าหลิวอดไม่ได้ที่จะออกปากชมเชย พร้อมมองไป๋เพ่ยเพ่ยราวกับว่านางกำลังมองดูพระโพธิสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ท่านป้าอีกสองคนก็เช่นกัน ครอบครัวไหนไม่มีหญิงสาวบ้างเล่า หญิงสาวคนไหนบ้างที่เมื่อยามคลอดบุตรไม่ต้องก้าวขาข้างหนึ่งเข้าประตูนรก?
สมัยก่อนเมื่อต้องประสบกับอาการมดลูกตกเลือด ถึงไปตามหมอมาก็ไม่มีประโยชน์ เพียงเฝ้ารอความตายเท่านั้น หากสามารถอดทนไหว ก็มีชีวิตรอด แต่หากทนไม่ไหว นั่นก็หมายถึงชีวิต
และตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว พวกนางค้นพบคนที่สามารถรักษาอาการตกเลือดได้อย่างไม่คาดคิด?!
ถูกต้อง คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสตรีชั่วร้ายที่ปกติใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเป็นที่รู้ไปกันทั่ว จนมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเลื่องลือ นามไป๋เพ่ยเพ่ย
ควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้?
ด้วยตนนั้นเคยกล่าวให้ร้ายถากถางหลับหลังหญิงสาวมาก่อน หากจะขอความช่วยเหลือในอนาคต…
แม้จะกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย แต่ก็ทำได้เพียงพากันพูดดี ๆ กับไป๋เพ่ยเพ่ย อย่างเก้อเขิน โดยหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อพวกนางต้องการความช่วยเหลือ ไป๋เพ่ยเพ่ยจะยื่นมือเข้ามา
“นั่นสิ น้องสาว เจ้ามีฝีมือถึงเพียงนี้ ก็รีบเอาออกมาแต่เนิ่น ๆ สิ หากเจ้าแสดงออกมาตั้งแต่แรก พวกเราคงไปกล่าวขอให้เจ้าช่วยเสียนานแล้ว”
“น้องสาว ตอนนี้เจ้าเองได้เผยออกมาแล้ว อย่างได้ซ่อนมันไว้อีกเลย มีครอบครัวไหนบางที่ไม่มีผู้หญิง มีครอบครัวไหนบ้างที่ไม่มีการคลอดบุตร? หากเจ้าช่วยรักษามารดาที่คลอดบุตรพวกเอาไว้ได้ เจ้าก็ถือเป็นพระโพธิสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่คอยช่วยชีวิตผู้คน”
“น้องสาว เจ้าเองถือเป็นเช่นนั้นเลย!”
…
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกอายที่จะบอกว่าไม่ใช่ว่าในอดีตนางไม่เปิดเผยฝีมือของตน แต่เป็นเพราะนางไม่มีทักษะเพียงพอที่จะเปิดเผยต่างหาก
อีกทั้งคราวนี้ก็ถูกบีบบังคับอย่างไม่มีทางเลือก รักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น จึงจำต้องกัดฟันทำ
ป้าหลิวและคนอื่น ๆ ต่างก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากไป๋เพ่ยเพ่ยมีความสามารถนี้จริง ๆ ทำไมต้องซ่อนมันไว้? ด้วยนิสัยของไป๋เพ่ยเพ่ย เกรงว่าคนทั้งใต้หล้าล้วนรู้เรื่องนี้ไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
หลบซ่อนเอาไว้ เช่นนั้นก็ต้องไม่มีความมั่นใจเป็นแน่ ไม่กล้าแสดงฝีมือออกมาก็ด้วยกลัวว่าจะสร้างเรื่อง
เมื่อเจ้าไปรักษาสตรีหรือภรรยาของใครเข้า หากช่วยชีวิตเอาไว้ได้ก็ย่อมไม่มีปัญหา แต่หากช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ทว่าการรักษาที่ไป๋เพ่ยเพ่ยทำให้แก่เซี่ยต้ายานั้นแตกต่างออกไป ด้วยเซี่ยต้ายามีสภาพเช่นนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีการรักษาทางออกสุดท้ายของอาการนี้คือความตาย หากรักษาก็ยังพอมีแสงแห่งความหวัง
และแม้ว่าจะรักษาไม่ได้ เซี่ยต้ายาก็เป็นเด็กที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเลี้ยงดูมา คนอื่นย่อมไม่สามารถทำอะไรนางได้ อย่างมากก็แค่กล่าวให้ร้ายลับหลังนางสองสามคำเท่านั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยจับชีพจรของเซี่ยต้ายาและตรวจดูให้แน่ใจว่าเลือดหยุดไหลแล้วจริง ๆ จากนั้นนางจึงรบกวนให้ชาวบ้านช่วยต้มน้ำร้อนให้เพื่อมาเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายของเซี่ยต้ายาและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สะอาด
เซี่ยต้ายาผู้น่าสงสาร แต่งเข้าตระกูลเฉียวมาได้ก็สองปีแล้วแต่กลับไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่พอดีตัวเสียด้วยซ้ำ
การค้นหาเสื้อผ้าในกล่องนี้ทำให้ไป๋เพ่ยเพ่ยเดือดดาลอีกครั้ง จึงต้องการจะไปค้นหาจากในบ้านของแม่เฒ่าเฉียว
แม่เฒ่าเฉียวเห็นพวกเขามากันหลายคนจึงซ่อนตัวอยู่นาน ไม่กล้าออกมา แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ นางก็รีบออกมาเพื่อหยุดหญิงสาวเอาไว้ “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน? พวกเจ้าบ้าไปแล้ว จะมาค้นข้าวของในบ้านของคนอื่นตามใจอย่างนี้ได้อย่างไร พวกเจ้าเป็นโจรนี่…”
“โจรงั้นรึ?” ไป๋เพ่ยเพ่ยหัวเราะเยาะเมื่อเห็นนาง “ข้ามาถึงบ้านตระกูลเฉียวนี้อยู่นานนม ไม่เห็นมีแม้แต่ผีสาง ทำไม พอข้ามาค้นหาของเข้าหน่อย คนก็ออกมาเลยงั้นสิ?”
แม่เฒ่าเฉียวนั้นเป็นพวกรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแต่กลัวคนที่แข็งแรงกว่า หากไป๋เพ่ยเพ่ยมาคนเดียว นางเองก็ยังไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไร แต่ปัญหาก็คือไป๋เพ่ยเพ่ยพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย และพวกเขายืนกันอยู่เต็มลานบ้าน
อีกทั้งเสียงของเจิงชุ่ยชุ่ย ลูกสะใภ้ของนาง ก็ทำให้นางกลัวไม่น้อย
เมื่อตกที่นั่งเสียเปรียบ ก็พลันคิดวิธีมือที่ยื่นมาไม่ยอมตบคนยิ้มให้*[1] ขึ้นมา แม่เฒ่าเฉียวจึงยกยิ้ม “โอ๊ย ข้าก็ว่าใคร ที่แท้ก็แม่ยายของลูกชายมาเยี่ยมเยือนนี่เอง ทำเอาข้าตกอกตกใจหมด เห็นคนมามากมายก็คิดว่าเป็นโจรมาปล้นบ้าน จึงต้องไปซ่อนตัวเอาไว้… หากรู้แต่แรกว่าเป็นแม่ยาย คงออกมาเสียนานแล้ว แล้วเจ้ามาทำอะไรหรือ? มา ๆ นั่ง ๆ ข้าจะให้ชุ่ยชุ่ยเอาน้ำมาให้”
เอ่ยจบก็ขยิบตาให้ลูกสะใภ้ใหญ่ของนางอย่างเจิงชุ่ยชุ่ย เพื่อบอกให้หญิงสาวมีไหวพริบเสียหน่อย อย่าได้ก่อเรื่องให้นาง
ไป๋เพ่ยเพ่ยอยากจะกลอกตาเสียจริง ปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณต่อลูกสาวนางถึงเพียงนี้ หนำซ้ำยังทุบตีลูกสาวนางจนอยู่ในสภาพนั้น แล้วยังคิดมาเอาอกเอาใจนางอีกงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ
ไป๋เพ่ยเพ่ยปฏิเสธโดยตรง พร้อมเอ่ยถามทันที "เกิดอะไรขึ้นกับต้ายาของข้า นางเองยังดี ๆ อยู่แล้วแท้งลูกขึ้นมาได้อย่างไร?"
*[1] มือที่ยื่นมาไม่ยอมตบคนยิ้มให้ หมายถึง เมื่ออีกฝ่ายทำดีด้วยหรือสำนึกผิดก็ไม่อาจไม่ทำดีด้วยได้