โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดประวัติ ‘ตะวัน ตัวตุลานนท์’ นักเคลื่อนไหวการเมือง ป่วนขบวนเสด็จ

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 23.50 น. • The Bangkok Insight

เปิดประวัติ "ตะวัน ตัวตุลานนท์" นักเคลื่อนไหวการเมือง ป่วนขบวนเสด็จ เคยถูกจับมาแล้วหลายคดี

จากกรณีที่ นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 20 ปี โดยสารไปกับรถยนต์ มีชายไม่ทราบชื่อเป็นผู้ขับขี่ ไปบีบแตรรถยนต์ลากยาว ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัยภารกิจ 095 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ตะวัน

และตลอดภารกิจมีการปล่อยรถประชาชนร่วมในเส้นทาง พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวบีบแตรลากยาวระหว่างขบวน 095 เสด็จผ่านทางร่วมต่างระดับมักกะสัน และขับรถยนต์ด้วยความเร็วเพื่อไปให้ทันขบวน 095 แต่เมื่อมาถึงบริเวณทางลงทางด่วนพหลโยธิน 1 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่รถปิดท้ายได้สกัดกั้นไม่ให้รถยนต์คันดังกล่าวลงไปร่วมกับขบวน 095 ได้ จึงปรากฏคลิปโต้เถียงดังกล่าว กลายเป็นที่วิจารณ์แก่โลกโซเชียลฯ และในตอนนี้ตะวันก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอีกครั้ง

ตะวัน หรือทานตะวัน ตัวตุลานนท์ คือ อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง แต่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวอิสระ ไม่สังกัดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นที่รู้จักจากการชูป้ายและทำโพลเกี่ยวกับขบวนเสด็จและเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 จนกลายเป็นประเด็นที่สั่นสะเทือนสังคมเป็นอย่างมาก

เส้นทางเข้าสู่การเมือง

ก่อนหน้านี้เจ้าตัวให้สัมภาษณ์สื่อที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยหลายสำนักว่า สมัยที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ไปสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ GED และใช้ผลสอบไปเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มหาวิทยาลัยที่สิงคโปร์ปิดการเรียนการสอน จึงกลับมายังประเทศไทย และเรียนออนไลน์แทน กระทั่งเห็นข่าวพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จึงศึกษาเรื่องการเมืองแล้วไปร่วมชุมนุมตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นมา

ก่อนจะเข้าร่วมการชุมนุมหลายครั้ง และสมัครเป็นการ์ดอาสาสมัครของกลุ่ม We Volunteer (WeVo) ซึ่งทำให้ตะวันได้รู้จักเครือข่ายนักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรม ขณะเดียวกันเธอก็ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างทางสังคม ปัญหาปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงปัญหาการเมืองและสถาบันมากกว่าเดิม

เคยถูกจับกุมข้อหาอะไรบ้าง

ตะวันเคยถูกจับกุมในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกกรณีทำโพลติดสติกเกอร์เรื่องขบวนเสด็จที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 แต่ได้รับการประกันตัว ต่อมาถูกดำเนินคดีกรณีเฟซบุ๊กไลฟ์รอรับขบวนเสด็จ บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 และได้รับการประกันตัวเช่นกัน

แต่ภายหลังถูกถอนประกัน ตะวันโพสต์ และแชร์ข้อความในเฟซบุ๊กที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 และมีพฤติกรรมขับรถเข้าใกล้พื้นที่รับเสด็จ ก่อนที่วันที่ 20 เมษายน 2566 ศาลได้สั่งเพิกถอนการประกันตัว และนำตัวส่งเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างนั้นตะวันอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 37 วัน ก่อนที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นนายประกันให้กับตะวัน และได้รับการประกันตัว โดยศาลสั่งให้นายพิธาเป็นผู้กำกับดูแลความประพฤติของจำเลย มีอำนาจในการว่ากล่าวตักเตือนและควบคุมมิให้จำเลยกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขถือว่าผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราวผิดสัญญาประกัน

และล่าสุด (14 ก.พ. 67) ตะวันก็ประกาศอดอาหารอีกครั้ง หลังจากโดนจับกุมในคดีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ พร้อมกับ “แฟรงค์ - ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร” โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งตะวันได้ฝากข้อความถึงสื่อมวลชน ระบุว่า

“นี่คือคำตอบที่ผู้ใหญ่ในประเทศนี้ให้กับหนูแต่หนูยืนยันที่จะสู้ต่อไปการก้าวขาเรือนจำเราไม่เหลืออะไรนอกจากร่างกายที่มีไว้ต่อสู้หนูจะใช้ร่างกายและจิตวิญญาณที่เหลือเหลืออยู่สู้ต่อไปหนูและแฟรงค์จะอดอาหารและน้ำประท้วงเพื่อ3 ข้อเรียกร้องโดยจะไม่ยื่นประกันตัว

  • ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  • ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่างอีก
  • ประเทศไทยไม่ควรได้เป็นคณะรัฐมนตรีสิทธิมนุษยชน”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...