โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็ก ม.2 แทงเพื่อนดับ! ใช้มีดปอกผลไม้แทงลำคอและท้ายทอย นักเรียนตกใจเสียขวัญ

Eduzones

อัพเดต 29 ม.ค. 2567 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 04.18 น. • eduzones

เด็ก ม.2 แทงเพื่อนดับ! ใช้มีดปอกผลไม้แทงลำคอและท้ายทอย นักเรียนตกใจเสียขวัญ เด็ก ม.2 แทงเพื่อนดับ! ใช้มีดปอกผลไม้แทงลำคอและท้ายทอย นักเรียนตกใจเสียขวัญ . เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กรุงเทพมหานคร / นักเรียนชั้น ม. 2 ใช้มีดปอกผลไม้แทงเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตแล้ว . เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงประมาณ 8 นาฬิกา 30 นาทีวันนี้ ((29 มค)) ระหว่างที่เด็ก ๆ เลิกแถวเคารพธงชาติ (( 8 โมงเช้า)) และกำลังเดินแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน จู่ ๆ นักเรียนชายอายุ 14 ปี ซึ่งศึกษาอยู่ชั้น ม.2 ก็ใช้มีดปอกผลไม้แทงเพื่อนนักเรียนชาย ห้องเรียนเดียวกัน ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอและท้ายทอย กลุ่มนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์พากันแตกตื่นตกใจเสียขวัญ / คณะครูรีบแจ้งหน่วยกู้ชีพพาตัวเด็กที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์มาก เด็กจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา . สำหรับนักเรียนผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นมีข้อมูลว่าเป็นเด็กพิเศษ ((กลุ่มสมาธิสั้น)) หลังก่อเหตุแล้วยังไม่มีการพูดคุย หรือเล่าอะไร . ส่วนมีดที่ใช้เป็นอาวุธนั้น คุณครูสันนิษฐานว่าน่าจะถูกซุกซ่อนไว้ในโรงเรียนก่อนเกิดเรื่อง สืบเนื่องจากทุกเช้า บริเวณทางเข้าโรงเรียนจะมีครูเวรทำหน้าที่ตรวจกระเป๋านักเรียนทุกคน เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธ , วัตถุอันตราย และสิ่งผิดระเบียบเข้ามาในโรงเรียน . ตำรวจ สน.คลองตัน บอกกับทีมข่าวช่อง 7HD ว่ามีข้อมูลว่านักเรียนที่เสียชีวิต อาจเคยกลั่นแกล้ง หรือ บุลลีเพื่อน ทั้งนี้ตำรวจได้พานักเรียนผู้ก่อเหตุพร้อมคุณครูไปโรงพัก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ โดยทางโรงเรียนได้ประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน . ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลวิภาราม เพื่อพบกับครอบครัวของเด็กนักเรียน ม. 2 ที่ถูกแทงจนเสียชีวิต ก่อนที่จะเดินทางมายังโรงเรียนเพื่อติดตามเรื่องราวดังกล่าวด้วยตัวเอง . ขอขอบคุณแหล่งที่มา : CH7NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...