โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ท็อป 10 อสังหาริมทรัพย์ปี 2566 AP ยืนแชมป์เมืองกรุง “หน่วย-มูลค่าเปิดขายใหม่”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2567 เวลา 03.10 น.

เทศกาลจัดอันดับวงการอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้

โดย AREA-เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จัดทำรายงานผลสำรวจขนาดธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวม 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร บางส่วนของ จ.นครปฐม (อ.สามพราน อ.นครชัยศรี ทำเลต่อเนื่องจากถนนเพชรเกษม) บางส่วนของ จ.พระนครศรีอยุธยา (โซนประตูน้ำพระอินทร์ เขตรอยต่อปทุมธานี)

เหตุผลที่โฟกัสตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เพราะเป็นพื้นที่ที่มีขนาดธุรกิจที่อยู่อาศัยใหญ่โตที่สุดของประเทศไทย ประเมินกันว่า หน่วยเปิดขายใหม่ของบ้านและคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ จำนวน 100 หน่วย จะมีการกระจุกตัวอยู่ในเมืองกรุงและเมืองบริวารถึง 70 หน่วย หรือมีส่วนแบ่งตลาด 70% ของตลาดรวมทั่วประเทศ

พบว่า ในด้านจำนวนหน่วย ปรากฏชื่อของ “LPN-ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” แทรกเข้ามาอยู่ในทำเนียบ 10 อันดับแรก แต่ในด้านมูลค่าโครงการพบว่ามีอีก 2 รายที่เบียดแทรกขึ้นมาคือ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์-พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค”

AP ยืนแชมป์ 4 ปีติดต่อกัน

โดย “ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานกรรมการ ศูนย์ประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การลงทุนใหม่ หรือการเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2566 สะท้อนสถานะตลาดโดยรวมว่า เกมธุรกิจอยู่ในพอร์ตการลงทุนของผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดย 10 บริษัทแรกของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 59.6% ของจำนวนหน่วย และ 59.8% ของมูลค่าการพัฒนาโดยรวม

นอกจากนี้ หากรวมโครงการของบริษัทมหาชนและบริษัทลูกทั้งหมด (บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯมีจำนวน 39-40 บริษัท) สัดส่วนของที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 80% เลยทีเดียว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อนโควิด ที่บิ๊กแบรนด์มีสัดส่วนรวมกันอยู่ที่ 70-75%

ไฮไลต์อยู่ที่ค่ายเอพี (ไทยแลนด์) ครองแชมป์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน สำหรับบริษัทพัฒนาที่ดินใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดถึง 9.9% ในแง่จำนวนหน่วย และ 14.5% ของมูลค่าการพัฒนาโดยรวม

ขณะที่แชมป์เก่า ค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ในช่วงก่อนหน้านี้เคยครองแชมป์ 10 ปีติดต่อกัน จากการเป็นเจ้าของสถิติสัดส่วนการพัฒนาในแง่จำนวนหน่วยสูงถึง 15% ของตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

ท็อป 10 อสังหา

แสนสิริ-ออริจิ้นสปีดไม่ตก

สำหรับรายละเอียดท็อป 10 มีดังนี้ (ดูกราฟิกประกอบ)

เริ่มจาก “บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)” ที่มี “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดตัวบ้านและคอนโดมิเนียม 54 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 10,015 หน่วย รวมมูลค่าโครงการ 80,939 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.9% ของหน่วยขายทั้งหมด และมูลค่าการพัฒนารวมกันมีสัดส่วน 14.5% ของทั้งหมด โดยมีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 8.082 ล้านบาท นับเป็นโครงการที่ครองสถิติ 3 ด้าน ทั้งจำนวนโครงการสูงสุด จำนวนหน่วยสูงสุด และมูลค่าการพัฒนาสูงสุด

“บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 20 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 9,239 หน่วย รวมมูลค่า 29,845 ล้านบาท คิดเป็น 9.1% ของหน่วยขายทั้งหมด มีมูลค่าโครงการ 5.3% มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.230 ล้านบาท นับว่าเป็นบริษัทใหม่ที่มีอายุองค์กร 13-14 ปี (ก่อตั้งปี 2554) สามารถไต่ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในแง่จำนวนหน่วยในปี 2566

“บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” โดย “อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ เปิดตัวจำนวน 37 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 8,112 หน่วย รวมมูลค่า 66,529 ล้านบาท คิดเป็น 8.0% ของหน่วยขายทั้งหมด แต่มีมูลค่าการพัฒนา 11.9% มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 8.201 ล้านบาท เป็นบริษัทที่เปิดตัวจำนวนโครงการสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ที่จำนวน 37 โครงการ และมีมูลค่าการพัฒนาสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของตาราง

ASW-เสนาฯ-พฤกษาฯเกาะกลุ่ม

“บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ ASW โดย “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งโหงวเฮ้งธุรกิจ กำลังมือขึ้นจากโปรเจ็กต์ร่วมทุนพัฒนา branded residence บนเกาะภูเก็ต เปิดตัวจำนวน 10 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 6,747 หน่วย รวมมูลค่า 22,027 ล้านบาท คิดเป็น 6.6% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.265 ล้านบาท เป็นบริษัทที่ก่อตั้งเมื่อปี 2548 หรือไม่ถึง 20 ปี แต่สร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก

“บริษัท เสนา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 21 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 6,367 หน่วย รวมมูลค่า 19,681 ล้านบาท คิดเป็น 6.3% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.091 ล้านบาท นับเป็นบริษัทที่มาแรงมากอีกรายหนึ่ง หลังจากเปิดโมเดลร่วมทุน (JV-Joint Venture) กับพันธมิตรกลุ่มฮันคิว ฮันชิน จากประเทศญี่ปุ่น เน้นสร้างที่อยู่อาศัยราคาปานกลาง และมีโครงการ “บ้านร่วมทางฝัน” เพื่อผู้มีรายได้น้อยด้วย

“บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 15 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 5,044 หน่วย รวมมูลค่า 14,436 ล้านบาท คิดเป็น 5.0% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 2.862 ล้านบาท ก่อนหน้านี้เป็นแชมป์เก่าติดต่อกันนับสิบปี เพิ่งมาเว้นช่วง 3 ปีในสถานการณ์โควิด โดยมีการรีโมเดลแผนธุรกิจ เพิ่มน้ำหนักการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ (รีเคอริ่งอินคัม) ขึ้นมาเสริม เช่น อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล เป็นต้น นับเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับราคาหุ้นในระยะยาว

LPN-ศุภาลัย-เอสซี-ลลิลโตดี

“บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ LPN เปิดตัวจำนวน 10 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 4,408 หน่วย รวมมูลค่า 10,136 ล้านบาท คิดเป็น 4.3% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 2.299 ล้านบาท ถือเป็นบริษัทมหาชนที่มีการสร้างที่อยู่อาศัยในราคาที่ย่อมเยาที่สุด เฉลี่ยที่ 2.299 ล้านบาท ในอดีตเป็นเจ้าของฉายาเจ้าพ่อคอนโดฯตลาดกลาง-ล่าง ปัจจุบันถูกบังคับจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องยาวนาน หันมาเพิ่มพอร์ตสินค้าตลาดกลาง-บนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

“บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 10 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 3,767 หน่วย รวมมูลค่า 13,163 ล้านบาท คิดเป็น 3.7% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.494 ล้านบาท เน้นขายบ้านราคาปานกลาง และโฟกัสลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการซื้อที่คุ้มค่า (Value for Money) รวมทั้งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศที่ออสเตรเลีย

“บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 23 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 3,733 หน่วย รวมมูลค่า 37,886 ล้านบาท คิดเป็น 3.7% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 10.149 ล้านบาท มีมูลค่าการพัฒนาโดยรวมเป็นอันดับ 3 เป็นรองเฉพาะเอพี (ไทยแลนด์) และแสนสิริ

เสือซุ่มดูเหมือนจะเป็น “บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 11 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 3,117 หน่วย รวมมูลค่า 9,709 ล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของหน่วยขายทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.115 ล้านบาท เป็นบริษัทที่ติด 1 ใน 10 ด้านจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ แต่หลุดโผท็อป 10 ในด้านมูลค่าโครงการพัฒนาใหม่

แลนด์ฯ-เพอร์เฟคโตเงียบ

“ดร.โสภณ” ระบุด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่น่าสนใจ คือ “บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)” ที่เปิดตัวจำนวน 13 โครงการ มีหน่วยขายรวมกัน 2,978 หน่วย รวมมูลค่า 34,497 ล้านบาท คิดเป็น 6.2% ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 11.584 ล้านบาท ถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุดในทำเนียบท็อป 10

และ“บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)” เปิดตัวจำนวน 10 โครงการใหม่ มีหน่วยขายรวมกัน 1,841 หน่วย รวมมูลค่า 15,744 ล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 8.552 ล้านบาท ถือเป็นบริษัทที่แม้ทำโครงการไม่มาก จำนวนหน่วยไม่มาก แต่มูลค่าการพัฒนากลับสูง ทำให้ราคาเฉลี่ยค่อนข้างสูง และถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุดเป็นอันดับที่ 8 ของตาราง

“แนวโน้มในอนาคต บริษัทพัฒนาใหญ่ ๆ คงจะกินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากรัฐบาลไม่ส่งเสริมนักพัฒนาที่ดินระดับ SMEs ด้วยการบังคับใช้พระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 (แก้ไขเพิ่มเติมปี 2564) ที่คุ้มครองเงินดาวน์ของผู้ซื้อบ้าน ซึ่งจะทำให้ทุกบริษัทมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและมีแบรนด์ที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ยิ่งกว่านั้นยังทำให้ผู้ซื้อมีความมั่นใจ ทำให้ตลาดกลับมาคึกคักขึ้นอีก” ดร.โสภณกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท็อป 10 อสังหาริมทรัพย์ปี 2566 AP ยืนแชมป์เมืองกรุง “หน่วย-มูลค่าเปิดขายใหม่”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...