โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามของ 'ผู้ชายขายน้ำ' การหักเหลี่ยมของคนรวยที่สุดในจีนสองคน

The Better

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • THE BETTER

'จงสานส่าน' คือบุคคลที่รวยที่สุดในจีนจากธุรกิจน้ำแร่ 'หนงฟู'แต่เบื้องหลังความสำเร็จของเขาถูกตั้งคำถามจากชาวจีนเรื่อง 'ความมีคุณธรรม'โดยเฉพาะการที่เขาถูกกล่าวหาว่าหักหลังผู้ที่เคยช่วยเหลือเขามาก่อน คือ จงชิ่งโห้ว ผู้ก่อตั้งบริษัทวาฮาฮาฮา ซึ่งเป็นบริษัทครื่องดื่มชั้นนำของจีน

กรณีอื้อฉาวนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ในรายงานพิเศษ "ทำไมคนจีนถึงเกลียด 'จงสานส่าน' คนที่รวยที่สุดในประเทศ"

แต่เบื้องหลังการหักเหลี่ยมระหว่าง จงสานส่าน กับ จงชิ่งโห้ว ยังมีอะไรที่ตื่นเต้นมากกว่านั้น ถือเป็นกรณีศึกษาการชิงไหวชิงพริบทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า บริษัทวาฮาฮา เป็นเจ้ายุทธจักรกิจการน้ำดื่มมาก่อน แล้วต่อมาหนงฟูจึงถือกำเนิดขึ้นมา สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ วาฮาฮาเป็นน้ำเปล่าที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ส่วนหนงฟูเป็นผลิตภันฑ์น้ำแร่ภูเขา

ความจริงน้ำทั้งสองน้ำไม่น่าจะเป็นศัตรูกันโดยตรง แต่เพราะ จงสานส่าน ต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดมาไว้ในกำมือ

ในช่วงทศวรรษที่ 90 คนจีนเริ่มคุ้นเคยกับการกิน 'น้ำใส่ขวด' นั่นคือน้ำเปล่าบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการกรอง แต่หลังจากนั้นไม่นาน บริษัทหย่างเซิงถัง ของ จงสานส่าน ซึ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแร่ภูเขาหนงฟู เริ่มปฏิบัติการชิงตลาดจากน้ำเปล่า

เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2543 จงสานส่าน ได้ประกาศในงานแถลงข่าวเพื่อบอกว่าการทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ว่าการดื่มน้ำเปล่าเป็นเวลานานไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ และบอกว่าต่อไปนี้บริษัทของเขาจะผลิตแต่ "น้ำแร่หนงฟู" เท่านั้นไม่มีน้ำเปล่าอีกต่อไป

นี่คือการเปิดศึกระหว่างน้ำแร่ที่นำโดยหนงฟู กับน้ำเปล่าที่นำโดยวาฮาฮา

เมื่อประกาศทำสงครามแล้ว ก็ต้องเริ่มรบในทันที พร้อมๆ กันนั้น บริษัทของ จงสานส่าน ได้เปิดตัวโฆษณาในสถานีโทรทัศน์แห่งชาติและช่องทีวีระดับมณฑลเพื่อโปรโมทว่าน้ำแร่ดีกว่าน้ำเปล่าตรงไหน

วิธีการของเขาก็คือ เขาใช้ดอกแดฟโฟดิล หรือดอกจุ้ยเซียน/สุ่ยเซีน (水仙花) ที่ปลูกในน้ำธรรมชาติกับที่ปลูกในน้ำแร่มาเทียบกันว่าแบบไหนจะเติบโตเร็วกว่านั้น ในโฆษณานี้ปรากฎว่าดอกจุ้ยเซียนที่เลี้ยงในน้ำแร่เติบโตเร็วกกว่ามาก

เราจะเห็นว่าวิธีการของ จงสานส่าน ก็คือใช้การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อชักชวนให้ผู้บริโภคเปลี่ยนใจ

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมของปีเดียวกัน บริษัทของจงสานส่าน ได้จัดโครงการ "เยาวชนทั่วประเทศที่มุ่งมั่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย" (全国青少年争当小小科学家) ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษามากกว่า 2,700 แห่งทั่วประเทศ เนื้อหากิจกรรมเฉพาะคือการดำเนินการทดลองเปรียบเทียบทางชีวภาพโดยใช้น้ำแร่ธรรมชาติและน้ำบริสุทธิ์ เพื่อพิสูจน์ว่า “น้ำแร่ธรรมชาติ” มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าน้ำเปล่า

นี่คือการตอกย้ำอีกครั้งว่า จงสานส่าน ต้องการกำจัดคู่แข่งด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเสียด้วย เพราะจีนปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ ที่เชื่อในลัทธิวัตถุนิยม และการพิสูจน์ที่เป็นวัตถุวิสัย (จับต้องได้) และยังไม่สนับสนุน "ความเชื่อที่เลื่อนลอย"

เจอไม้นี้เข้า คู่แข่งที่เป็นบริษัทน้ำเปล่าจะแก้ลำอย่างไร?

ปรากฎว่า ผู้ผลิตน้ำเปล่าตัดสินใจผนึกกำลังเพื่อต่อสู้กลับ โดยตัวแทนของบริษัทน้ำเปล่า 6 แห่งนำโดยบริษัทวาฮาฮาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 หน่วยงาน รวมถึงสำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งรัฐ และสำนักงานสาธารณสุข

แต่หลักใหญ่ๆ ก็คือ วาฮาฮาและพันธมิตรร่วมกันฟ้องหนงฟูในข้อหาแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม

ดูเหมือนว่าวาฮาฮาจะเลือกใช้นิติศาสตร์ในการสวนกลับ แต่ในเมื่อพวกเขาถูกโจมตีด้วยหลักวิทยาศาสตร์ วาฮาฮาก็ใช้มันตอบโต้หนงฟูด้วย

ในเวลาต่อมา วาฮาฮาปล่อยโฆษณาเปรียบเทียบน้ำเปล่ากับน้ำแร่ในการเลี้ยงปลาทอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าน้ำเปล่าปลอดภัยกว่าน้ำแร่

และในเวลาเดียวกันก็ยังมีข่างลือแพร่สะพัดว่า พบแบคทีเรียอันตรายในน้ำแร่หนงฟู แต่หนงฟูตอบโต้ว่าคนปล่อยข่าวอาจจะเป็นวาฮาฮา จากนั้นหนงฟูก็อัดโฆษณาเข้าไปอีก

และมีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารอย่างต่อเนื่องพร้อมๆ กัน โดยชี้ว่าแม้ว่าน้ำเปล่าจะกรองสารแขวนลอย แบคทีเรีย และสารอันตรายอื่นๆ ออกไป แต่กระบวนการนี้ยังกรองโพแทสเซียม เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุอื่นๆ และแร่ธาตุอนินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในน้ำอีกด้วย ทำให้น้ำเปล่ามีแร่ธาตุที่จำเป็นน่อยเกินไป และการดื่มน้ำเปล่าที่กรองบริสุทธิ์เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์

แต่ในที่สุด หนงฟูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในแง่กฎหมาย ต้องจ่ายเงินค่าปรับ 200,000 หยวน

หนงฟูยังแพ้ในแง่ธุรกิจ (ในระยะสั้น) เพราะยอดขายน้ำเปล่าของวาฮาฮา ในปี 2543 มีมูลค่าเกือบ 2,00 ล้านหยวน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 25% อัตราการเติบโตมากกว่า 40% ต่อปี ส่วนแบ่งการตลาดของน้ำเปล่าของวาฮาฮา เคยสูงถึง 40%-60% จนเกือบจะอยู่ในสถานะผูกขาด

แต่ในระยะยาว ปรากฏว่า จงสานส่าน กลับเป็นผู้ชนะ เพราะเขาสามารถสั่งสมความมั่งคั่งจนกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในจีนเป็นเวลา 4 ปี และปีล่าสุดเขาก็ยังครองตำแหน่งนี้

รายงานพิเศษโดย ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ภาพจงสานส่าน จาก The Borderless World ภาพจงชิ่งโห้ว จาก CCTV中国中央电视台

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...