โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“วัดทิพยวารีวิหาร” (กัมโล่วยี่) สถานที่มูเตลูสุดปัง หมุนกังหันเปลี่ยนดวงได้ ไม่ต้องไปไกลถึงฮ่องกง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.40 น.

เข้าสู่ปี 2568 หลายคนน่าจะมีความเชื่อว่าต้องไปมูเตลูเพื่อสิริมงคลในชีวิต ชะล้างสิ่งไม่ดีไว้ปีเก่า แล้วเริ่มอะไรดี ๆ ในปีใหม่“วัดทิพยวารีวิหาร” หรือ “กัมโล่วยี่”อดีตวัดญวนแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่หลายคนแวะเวียนเข้าไปกราบไหว้ เพราะเชื่อว่าเทพเจ้าในวัดแห่งนี้จะช่วยคุ้มครอง

ทั้งยังมี “เทพเปลี่ยนดวง”เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงฮ่องกงก็สามารถหมุนกังหันเสริมบารมีได้ นอกจากนี้ยังมี“เจ้าพ่อมังกรเขียว”ไว้สักการะบูชา ซึ่งตรงกับนักษัตรประจำปีนี้ คือ ปี “มะเส็ง” อีกด้วย

เปิดประวัติ “วัดทิพยวารีวิหาร”

“วัดทิพยวารีวิหาร” สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ทั้งยังเป็นวัดญวนมาก่อน เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทานที่ดินฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งพระนคร ให้เป็นพื้นที่อาศัยของชาวญวน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่า “บ้านญวน” เต็มไปด้วยชาวญวน

รวมไปถึงชาวจีนบางส่วน ซึ่งทั้งหมดอพยพติดตาม องเชียงชุน โอรสเจ้าเมืองเว้ และพระยาราชาเศรษฐี ญวนม่อเทียนซื่อ เข้ามาในสยามช่วง พ.ศ. 2319

ทว่าต่อมา สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท “วังหน้า”

ในรัชกาลที่ 1 ทรงไม่ไว้ใจชาวญวนขึ้นมา เนื่องจากในตอนนั้น องเชียงสือ พระนัดดาเจ้าเมืองเว้ที่หนีมาสยาม ได้ลักลอบกลับไปที่เมืองญวน ทำให้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวต้องย้ายออกไปจากพระนคร ชุมชนดังกล่าวจึงกลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนสืบมา ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดร้าง

กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 พระอาจารย์ไหซัน (พระธรรมรสจีนศาสน์ ปลัดสงฆ์จีนนิกาย) พระภิกษุชาวหูหนาน ได้เข้ามาพำนักที่วัดกามโล่ตื่อ (ชื่อเดิม) ที่ร้างอยู่ ก่อนเชิญชวนให้คหบดีชาวจีนที่ค้าอยู่แถบนั้นมาช่วยกันบูรณะวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2449 จนเมื่อแล้วเสร็จก็เรียกชื่อใหม่ว่า“กัมโล่วยี่”ส่วนชื่อไทยนั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ ทรงช่วยคิดนามถวายว่า“ทิพยวารี”มาจากบ่อน้ำทิพย์ที่อยู่คู่กับวัดมายาวนานตั้งแต่แรก

ภายในวัดทิพยวารีวิหาร ประกอบไปด้วยพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศากยมุนี พระไภษัชยคุรุ และ พระอมิตาภะ แต่ที่แนะนำและเป็นไฮไลต์ของวัดแห่งนี้ที่ทุกคนต้องมากราบไหว้คือ “เจ้าพ่อมังกรเขียว” และ “เทพเปลี่ยนดวง”

เหตุที่หลายคนล้วนมาสักการะบูชา “เจ้าพ่อมังกรเขียว”หรือ “เทพมังกรเขียว”(แซเล่งเอี๊ย) เพราะเชื่อว่าเป็นผู้ปกปักรักษาน้ำทิพย์ประจำวัด มีพลังเข้มขลัง ช่วยคุ้มครองชะตา เสริมบารมี อีกทั้งชื่อ “แซเล่งเอี๊ย”ยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงมังกรเขียวที่ศาลเจ้าพ่อมังกรเขียว แชเล่งโกวเบี่ย ที่ริมแม่น้ำหั่งกั่ง อีกด้วย

ส่วนอีกความเชื่ออาจได้รับมาจากตำนานเจ้าพ่อมังกรเขียว ที่ ศาลเจ้าแชเล้ง หรือ ศาลเจ้าอังจี่เสี่ยอ๊วง ที่แต้จิ๋ว ซึ่งมีตำนานเล่าขานมาว่าเดิมเคยเป็นงูเขียวร่วมเดินทางทัพในสมัยราชวงศ์ซ่ง จนกองทัพรบชนะ งูนี้ก็มาร่วมอวยชัยด้วย จึงทำให้ราชสำนักยกย่องให้เป็นมังกรเขียว ทั้งยังเชื่อว่ามังกรเขียวยังช่วยให้ฝนตกตามฤดู ทำให้ผู้คนสัญจรทางน้ำปลอดภัย (แอบกระซิบว่าเหมาะกับการไหว้ในช่วงปีนี้อย่างมาก เพราะตรงกับนักษัตรมังกรพอดิบพอดี)

ด้าน “เทพเปลี่ยนดวง”เชื่อว่าใครหลายคนที่เป็นสายมูต้องรู้จัก วัดกังหัน หรือ แชกงหมิว ใน ฮ่องกง ว่ากันว่าองค์เทพจะช่วยเปลี่ยนดวง จากร้ายให้กลายเป็นดี คนเกลียดให้กลับมารัก ซึ่งที่วัดกัมโล่วยี่ก็มีเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องบินไกลไปถึงต่างประเทศ จึงทำให้เมื่อใครมาเยือนที่วัดแห่งนี้จะต้องมาไหว้บูชาสักการะท่านอยู่เสมอ

ในวัดยังมี “เทพอุ้มสม” หรือ เทพฮัว-ฮะหน่อเซียน ที่เหมือนกับวัดบำเพ็ญจีนพรต ซึ่งช่วยเรื่องความรัก เมตตามหานิยม หากใครที่อยากให้ลูกน้องบริวารรักใคร่กลมเกลียวกันก็เพียงนำลูกอมไปไหว้แล้วนำมาแจกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ช่วยได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภิญโญ พงศ์เจริญ, ดาวพลูโต, วิกรานต์ ปอแก้ว, บุศรินทร์ ปัทมาคม, ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล, สมชาย แซ่จิว, โหรวสุ, การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ และธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล. ศาสตร์แห่งโหร 2567. กรุงเทพฯ: มติชน, 2566.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มกราคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วัดทิพยวารีวิหาร” (กัมโล่วยี่) สถานที่มูเตลูสุดปัง หมุนกังหันเปลี่ยนดวงได้ ไม่ต้องไปไกลถึงฮ่องกง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...