โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บล.ทิสโก้ชี้ ! หุ้นไทยอ่อนแอซ้ำซ้อน ขาดปัจจัยหนุน คาดดัชนีผันผวนในขาลงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

Wealthy Thai

อัพเดต 09 พ.ย. 2566 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2566 เวลา 06.56 น.

บล.ทิสโก้ชี้ หุ้นไทยอาจผันผวนในขาลงจนถึงสิ้นปี เพราะขาดปัจจัยหนุนแถมมีปัจจัยลบทั้งภายในประเทศและนอกประเทศกดดัน ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า การปรับเกณฑ์แจกเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่แรงตามคาด ภาวะสงคราม และความกังวลประเด็นขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FEDอย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นโอกาสการสะสมหุ้นเพื่อลงทุนระยะกลางถึงยาว
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัดเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้เป็นแนวโน้มแกว่งไซด์เวย์ดาวน์ต่อไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยขับเคลื่อนจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยภายในประเทศที่กดดันหุ้นไทย ประเด็นแรก คือ กรอบเวลาการจัดทำงบประมาณปี2567 ที่อาจล่าช้าถึง6 เดือน คาดว่าจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจประมาณ 0.2-0.8% ต่อไตรมาส หลัก ๆ มาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงโดยเฉพาะการใช้จ่ายด้านลงทุน อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมทั้งปีอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากเชื่อว่ารัฐจะเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณชดเชยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567ประเด็นที่สองคือ โครงการการแจกเงินดิจิทัลส่อแววล่าช้าไม่ทันแจก1 กุมภาพันธ์2567 เนื่องจาก1. รัฐบาลปรับแผนแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมเงินบางส่วนจากธนาคารออมสินมาเป็นการใช้เงินงบประมาณแบบผูกพัน และ2. ต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบรองรับ ดังนั้นการแจกเงินดิจิทัลน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนเมษาถึงพฤษภาคม นอกจากนี้ รัฐบาลมีแนวโน้มจะปรับเกณฑ์ผู้ได้รับเงินดิจิทัลมาเป็นเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย มองในแง่ดีคือช่วยลดภาระเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว แต่มองในอีกมุมหนึ่ง ผลกระทบเชิงบวกต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าก็จะน้อยไปจากเดิม เพราะฉะนั้นโอกาสที่เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเติบโตทะลุระดับ4% ก็เป็นไปได้น้อยด้านปัจจัยภายนอกประเทศที่กดดันหุ้นไทยในช่วงนี้ มี2 ประเด็น คือ1. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ10 ปี(10Y US Bond Yield) ที่ขึ้น6 เดือนติดต่อกัน แตะระดับสูงสุดที่5% แม้ล่าสุดจะเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ยังทรงตัวในระดับสูงสุดรอบ16 ปี หลัก ๆ เป็นผลจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงสงวนท่าทีการใช้นโยบายดอกเบี้ยในระดับสูงนาน (Higher for Longer) ทำให้โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นในการประชุมเดือน ธ.ค. ยังคงมีอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับ Dot Plot และ 2. สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสส่อแววยืดเยื้อ หลังจากที่อิสราเอลยกระดับการบุกภาคพื้นดิน ยังเป็นปัจจัยถ่วงของตลาดการเงินและการลงทุนต่อไปนายอภิชาติกล่าวอีกว่า แม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะยังผันผวนและไม่สดใสนัก แต่ในแง่ของการประเมินมูลค่าในหลายแง่มุมดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันเหมาะสำหรับสะสมเพื่อการลงทุนระยะกลาง-ยาว จากการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจมาก เช่น อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้นปี2567 (Forward P/E) อยู่ที่ประมาณ14 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 17 เท่า หรืออยู่ที่ -1SD และในแง่ของอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (PBV) นอกจากจะปรับตัวลงมาแตะระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยระยะยาวแล้ว ระดับ PBV ที่ 1.3-1.4 เท่าในปัจจุบันยังเป็นระดับที่มีนัยสำคัญ เพราะเป็นเส้นแนวโน้ม PBV ขาขึ้นในระยะยาวที่เคยผ่านวิกฤติมาแล้วถึง 3 ครั้ง คือ วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540, วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 และวิกฤติ COVID-19 ที่บริเวณ 0.5-0.6 เท่า, 0.8-0.9 เท่า และ 1.2-1.3 เท่า ตามลำดับด้านหุ้นแนะนำในเดือน พฤศจิกายน เราเลือกหุ้นที่คาดงบไตรมาสนี้จะเติบโตและมีปัจจัยบวกเฉพาะ อาทิ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีต่อเนื่อง - AOT, BDMS หุ้นที่มีเงินปันผลจ่ายสูง - DMT, MAJOR, MC, TASCO และหุ้นที่ราคาปรับตัวลงหนักคาดหวังรีบาวด์จากจุดต่ำ (Bottom Fishing) - CPAXT เพราะฉะนั้น หุ้นเด่นที่เราแนะนำในเดือน พฤศจิกายน คือ AOT, BDMS, CPAXT, DMT, MAJOR, MC และ TASCO ด้านแนวรับสำคัญของดัชนีหุ้นไทยเดือนนี้อยู่ที่1,360, 1,340 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,300-1,310 จุด และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ และ 1,400 จุด และ 1,420 จุด ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...