โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระบาง” พระพุทธรูปสำคัญแห่งล้านช้าง ที่สยามอัญเชิญมา-อัญเชิญกลับ ถึง 2 ครั้ง!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 06.34 น.
พระบาง

“พระบาง” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่ง “ล้านช้าง” ที่ในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ มีการอัญเชิญมายังราชสำนักสยาม แต่แล้วก็มีการอัญเชิญกลับถึง 2 ครั้ง เป็นเพราะเหตุใดกัน?

เรื่องนี้ ปฐมพงษ์ สุขเล็ก เล่าไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม ปี 2556 ว่า การอัญเชิญ “พระบาง” มาสู่ราชสํานักไทยทั้ง 2 ครั้ง ล้วนแต่เกิดจากการขนย้ายทรัพย์สินไพร่พลในฐานะฝ่ายที่มีชัยชนะทั้งสิ้น

การอัญเชิญ “พระบาง” สมัยพระเจ้าตาก

ปฐมพงษ์ เล่าว่า ใน พ.ศ. 2322 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปปราบกบฏเมืองเวียงจันทน์ เมื่อปราบกบฏเรียบร้อยแล้วได้ขนย้ายกวาดต้อนบรรดาเชื้อพระวงศ์ ทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ รวมถึง พระบาง และพระแก้วมรกต กลับมายังกรุงธนบุรีด้วย

เมื่อพระเจ้าตากทรงทราบว่า สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพกลับกรุงธนบุรีพร้อมด้วยพระบางและพระแก้วมรกต ก็ทรงจัดแต่งสถานที่ และการมหรสพในการสมโภช รวมถึงเสด็จพระราชดําเนินไปรับพระพุทธรูปสำคัญทั้งสองด้วยพระองค์เอง

อย่างไรก็ดี หลังเหตุการณ์การสมโภชพระบางข้างต้นแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวถึงพระบางอีกเลยตลอดสมัยกรุงธนบุรี

เรื่อง “พระบาง” มาปรากฏอีกครั้งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ เจ้านันทเสน ทูลขอพระราชทานพระบางคืนกลับไปล้านช้าง และ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบางคืนให้

เหตุใดเจ้านันทเสนถึงกล้าทูลขอพระราชทาน? ทั้งที่ “พระบาง” เป็นสัญญะของอํานาจเหนือล้านช้างของรัชกาลที่ 1

สาเหตุของการพระราชทานพระบางกลับคืนล้านช้าง น่าจะมีสาเหตุจากความเชื่อเรื่อง “ผีรักษาพระพุทธรูป” ที่เจ้านันทเสนกราบทูลต่อรัชกาลที่ 1 ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขํา บุนนาค) ดังนี้ (เว้นวรรคและย่อหน้าใหม่โดย กอง บก.)

“พระแก้วกับพระบางมีปิศาจที่รักษาพระพุทธรูปไม่ชอบกัน ถ้าอยู่ด้วยกันเมืองใดก็ไม่มีความสบายที่เมืองนั้น การเห็นเป็นอย่างมา 3 ครั้ง แล้วคือ

“แต่เมื่อครั้งพระแก้วมรกตอยู่เมืองเชียงใหม่ กรุงศรีสุตนาคนหุตก็อยู่เย็นเป็นสุข ครั้งพระเจ้าไชยเชษฐาเชิญพระแก้วมรกตจากเมืองเชียงใหม่ไปไว้ด้วยกับพระบางที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเชียงใหม่ก็เป็นกบฏต่อกรุงศรีสุตนาคนหุต แล้วพม่ามาเบียดเบียนจนต้องย้ายราชธานีลงมาตั้งอยู่ ณ นครเวียงจันทน์

“ครั้นอัญเชิญพระบางลงมาไว้นครเวียงจันทน์กับพระแก้วมรกตด้วยกันอีก ก็เกิดเหตุจลาจลต่าง ๆ บ้านเมืองไม่ปกติจนเสียนครเวียงจันทน์ให้กับกรุงธนบุรี

“ครั้งอัญเชิญพระแก้วมรกตกับพระบางลงมาไว้ด้วยกันในกรุงธนบุรี ไม่ช้าก็เกิดเหตุจลาจล ขออย่าให้ทรงประดิษฐานพระบางกับพระแก้วมรกตไว้ด้วยกัน”

หลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ปราบดาภิเษก สร้างพระนคร รวมถึงวัดพระศรีรัตนศาสดารามเรียบร้อยแล้ว เอกสารทางประวัติศาสตร์ฉบับต่างๆ ได้กล่าวถึงแต่เพียง “พระแก้วมรกต” ในการอัญเชิญมาสู่พระนครแห่งใหม่ และอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ปฐมพงษ์ ผู้เขียนบทความระบุว่า สำหรับพระบางนั้น เชื่อว่าน่าจะอัญเชิญจากโรงพระราชวังเดิมมาพร้อมกัน หากไม่นํามาประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็น่าจะต้องอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง เพราะเป็นพระพุทธรูปสําคัญทั้ง 2 องค์ ที่พระองค์เองเป็นผู้อัญเชิญมาจากล้านช้าง

ดังนั้น เหตุผลเรื่องความเชื่อ “ผีรักษาพระแก้วมรกต” และ “ผีรักษาพระบาง” ไม่ถูกกัน จนทําให้บ้านเมืองทั้ง 3 แห่งที่อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ไว้ด้วยกันเกิดเหตุร้าย จนถึงขั้นเสียบ้านเสียเมือง อีกทั้งในขณะกรุงรัตนโกสินทร์อยู่ในช่วงเวลาเริ่มก่อร่างสร้างเมือง รัชกาลที่ 1 จึงพระราชทานพระบางกลับคืนสู่ล้านช้าง สอดคล้องกับที่เจ้านันทเสนกล้ากราบทูลขอพระราชทานพระบางกลับคืนสู่ล้านช้าง เพราะเจ้านันทเสนเองเป็นผู้ที่แจ้งเรื่องผีรักษาพระพุทธรูปทั้งสอง

การอัญเชิญครั้งที่ 2 สมัย “พระนั่งเกล้าฯ”

ปฐมพงษ์ เล่าว่า พระบาง ถูกอัญเชิญมาสู่ไทยเป็นครั้งที่ 2 ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุเจ้าอนุวงศ์เป็นกบฏ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ พระยาราชสุภาวดี ซึ่งต่อมาคือ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ยกทัพไปปราบ

เมื่อปราบกบฏเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้นําพระบางกลับลงมาสู่กรุงรัตนโกสินทร์ด้วย จึงมีประเด็นที่น่าสนใจว่า เจ้าพระยาบดินทรเดชา “รู้” หรือ “ไม่รู้” เรื่องผีรักษาพระบาง เพราะหากรู้เรื่องผีรักษาพระบาง เหตุใดเจ้าพระยาบดินทรเดชาจึงนําพระบางกลับมาสู่กรุงรัตนโกสินทร์อีก

ย้อนไปครั้งที่รัชกาลที่ 1 พระราชทานพระบางกลับคืนสู่ล้านช้าง ซึ่งน่าจะเกิดราวๆ พ.ศ. 2327 คราวนั้นเจ้าพระยาบดินทรเดชาอายุได้ไม่กี่ปี ต่อมา เจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น) ผู้เป็นบิดา ได้นําตัวนายสิงห์เข้ารับราชการในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 ที่ทรงมีพระราชสมภพ เมื่อ พ.ศ. 2310

เมื่อเทียบเหตุการณ์การพระราชทานพระบางกลับคืนล้านช้าง ช่วงเวลานั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร มีพระชนมายุราว 16 พรรษา เมื่อพิจารณาถึงเรื่องพระชนมายุ และการสนองงานในราชสํานัก จึงน่าจะเป็นไปได้ว่า พระองค์ทรงรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผีรักษาพระแก้วมรกตและผีรักษาพระบางไม่ถูกกัน

รัชกาลที่ 3 ทรงรับรู้เรื่องผีรักษาพระแก้วมรกตและพระบาง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) อัญเชิญไปไว้วัดจักรวรรดิราชาวาส เพราะเป็นพระอารามที่อยู่นอกพระนคร เพื่อไม่ให้ใกล้ชิดกับพระแก้วมรกต ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ปรากฏหลักฐานดังนี้

“ครั้นเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว…จึงทรงพระราชศรัทธาให้เชิญพระบาง พระแฑรกคํา พระฉันสมอ ไว้ในหอพระนาค วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้นภายหลังได้ทรงสดับการแต่หลังมา จึงทรงดําริว่า จะขัดแก่การซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้ทรงบังคับมาแต่ก่อน เพื่อจะให้เป็นมงคลแก่พระนครหาควรไม่ ควรจะให้พระมีชื่อซึ่งลาวนับถือว่ามีปิศาจสิง 3 พระองค์ให้ไปอยู่ภายนอกพระนคร

“จึ่งพระราชทานพระบางให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาเชิญไปไว้วัดกระวัดราชาวาศ พระราชทานพระฉันสมอ ให้เจ้าพระยาพลเทพ (ฉิม) ไปไว้วัดอับษรสวรรค์ พระราชทานพระแฑรกคําให้พระยาราชมนตรี (ภู่) ไปไว้วัดคฤหบดี เป็นภายนอกพระนครทั้งสามพระองค์”

จากเหตุผลข้างต้น จึงน่าจะเชื่อได้ว่า เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รับรู้เรื่องความเชื่อเรื่องผีรักษาพระแก้วและพระบางไม่ถูกกัน จากคําบอกเล่าของผู้คนในราชสํานัก หรือคําเล่าของบิดาก็เป็นได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุผลที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) อัญเชิญพระบางกลับมาสู่ราชสํานักไทยเป็นครั้งที่ 2 จึงน่าจะเป็นการแสดงถึงแสนยานุภาพของฝ่ายที่มีชัยชนะเหนือศัตรู กล่าวคือ พระบางถือเป็นสัญญะแห่งอํานาจเหนือล้านช้าง

เข้าสู่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พบหลักฐานว่า เสนาบดีเข้าชื่อกันทําเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวาย เรื่องราษฎรกล่าวว่าพระบางทําให้ฝนแล้ง เป็นที่โจษจันไปทั่ว ทำให้ท้ายที่สุด พ.ศ. 2409 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าอุปราชเมืองหลวงพระบาง อัญเชิญพระบางกลับสู่ล้านช้าง (หลวงพระบาง) เช่นเดิม

เหตุผลในการพระราชทานพระบางคืนกลับไปสู่ “ล้านช้าง” ในครั้งที่ 2 ไม่ต่างกับเหตุผลครั้งแรก คือการเชื่อถือว่า ผีรักษาพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ เมื่ออยู่เมืองใดเมืองนั้นย่อมประสบความเดือดร้อน นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระบาง” พระพุทธรูปสำคัญแห่งล้านช้าง ที่สยามอัญเชิญมา-อัญเชิญกลับ ถึง 2 ครั้ง!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...