HRW แฉแหลก! จีน สั่งปิด-รื้อถอน มัสยิดนับพันแห่งทั่วประเทศ
วันที่ 22 พ.ย. 66 มีรายงานว่า ฮิวแมนไรต์วอตช์ หรือ HRW ซึ่งเป็นกลุ่มมนุษยชน ได้เปิดเผยว่า ทางการจีน ได้สั่งปิด มัสยิดหลายร้อยแห่งในทางตอนเหนือของจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ มณฑลหนิงเซี่ยและกานซู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในจีนรองจากซินเจียง โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการ “ทำลายล้างชนกลุ่มน้อยทางศาสนา” ของจีน
ซึ่ง HRW ได้กล่าวว่า รัฐบาลจีนกำลังลดจำนวนมัสยิดในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยและมณฑลกานซู่ลงอย่างมาก
โดยที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้มีมาตรการคุมเข้มการขยายตัวของชนกลุ่มน้อย ทางศาสนาและชาติพันธุ์ในประเทศมาโดยตลอด และนับตั้งแต่ปี 59 เมื่อ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เรียกร้องให้มีการ “ล้างบาง” ศาสนาในจีน การเปลี่ยนแปลงมัสยิดไปเป็นอย่างอื่นก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น
และเมื่อเดือน เม.ย. 61 ทางการจีนได้ออกคำสั่งว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐควรควบคุมการก่อสร้างและสถานที่จัดกิจกรรมอิสลามอย่างเคร่งครัด” และ “ปฏิบัติตามหลักการรื้อถอนมากขึ้นและสร้างให้น้อยลง”
ซึ่งมีรายงานว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อตรวจสอบการรื้อถอนมัสยิดในหมู่บ้าน 2 แห่งในหนิงเซี่ย และพบว่า ระหว่างปี 62-64 พบว่ามัสยิด 7 แห่ง ถูกรื้อถอนโดม และหอคอยสุเหร่า และมี 4 แห่งที่อาคารถูกแปรสภาพ ไปเปป็นอย่างอื่น
ด้าน ฮันนาห์ ธีเกอร์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพลีมัธ กล่าวว่า การรื้อถอนห้องสำหรับการชำระล้างเป็น “วิธีหนึ่งในการทำให้แน่ใจว่า คุณจะไม่สามารถใช้งานที่นี่ได้ เพื่อที่มันจะได้ถูกรื้อถอนออกไป”
นอกจากนี้ ยังได้มีการประมาณการว่า มัสยิดในหนิงเซี่ยประมาณ 1,300 แห่ง หรือ 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดที่จดทะเบียน ได้ถูกปิดไปแล้วตั้งแต่ปี 63 ที่ผ่านมา โดยยังไม่รวมถึงมัสยิดที่ถูกปิดหรือรื้อถอนเนื่องจากมีการจดแจ้งสถานะไม่เป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนปี 2020
ทั้งนี้ HRW ไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนของมัสยิดที่ถูกปิดหรือปรับเปลี่ยนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่รายงานของรัฐบาลระบุว่า น่าจะมีหลายร้อยแห่ง