โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการไขข้อสงสัย ทำไม พระพุทธรูปมีตุ่มขึ้น เต็มทั้งองค์ ชาวบ้านขอเลขเด็ด

Khaosod

อัพเดต 16 พ.ย. 2566 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 01.54 น.

นักวิชาการไขข้อสงสัย ทำไมพระพุทธรูปประจำวันเกิดวันศุกร์ วัดดัง มีตุ่มขึ้นเต็มทั้งองค์ โค้งสุดท้ายหวยออก ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด เสี่ยงโชค

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 สืบเนื่องกรณีโลกออนไลน์ แชร์ภาพพระพุทธรูปวัดโบสถ์การ้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งมีพื้นผิวขรุขระคล้ายตุ่มทั่วทั้งองค์ โดยพระพุทธรูปดังกล่าว เป็นพระประจำวันเกิดวันศุกร์มีความสูงประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร มีความแปลกที่มีเม็ดตุ่มขึ้นเต็มองค์ เมื่อนำมือไปลูบจับดูเหมือนมีตุ่มแข็งๆ ผุดออกมาจากองค์ พระสร้างความแปลกประหลาดมาก

จึงมีชาวบ้านนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้และอธิษฐานขอเลขเด็ด โดยการจุดธูปขอเลขเนื่องจากใกล้วันหวยออกโค้งสุดท้ายได้เลขเด็ด 490, 495

ต่อมา ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เท่าที่พิจารณาจากภาพถ่ายสันนิษฐานว่าการที่องค์พระที่ผิวขรุขระขึ้นตุ่ม เกิดจากความชื้น แต่ไม่แน่ใจว่าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวทำจากวัสดุประเภทใด หากเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นใหม่ เข้าใจว่าหล่อจากโลหะแล้วทาสีทองทับ

ซึ่งโดยปกติหากเกิดสนิมจะขึ้นเป็นจุดๆ เช่นนี้ เมื่อเกิดความชื้นที่อาจซึมขึ้นจากฐานปูนที่องค์พระตั้งอยู่ พื้นผิวจึงปูดออกมาเป็นจุดๆ คล้ายตุ่มขนาดเล็กดังที่เห็น แต่หากพระพุทธรูปองค์นี้ทำจากหินหรือปูนปั้น ความชื้นที่เกิดขึ้นจะทะลุตามรูพรุน แต่มักทำให้ผิวแตกออก ไม่ใช่ขึ้นเป็นตุ่มอย่างโลหะ

“พระรุ่นใหม่ๆ มักทำจากทองเหลือง นำสังกะสีผสมกับทองแดง ตรงไหนทองแดงกระจุกตัวมากหน่อย ก็ขึ้นสนิมง่าย จะปูดออกมาเป็นจุดๆ ระยะยาว คาดว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะเกิดสนิมขึ้นอีกต่อเนื่อง สุดท้ายต้องล้างสีทองออกแล้วขัดสนิม” ผศ.ดร.พิพัฒน์ กล่าว

ผศ.ดร.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับเทคนิคสมัยโบราณมีการใช้ ‘ยางรัก’ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติทาบนผิว แล้วปิดทองทับ ความชื้นจึงสามารถระบายออกได้ ต่างจากการทาด้วยสีน้ำมันในยุคใหม่ หากนำสีดังกล่าวทาทับพระพุทธรูปโบราณและโบราณสถานจะเกิดความเสียหายดังที่ปรากฏเป็นข่าวหลายครั้ง เช่น พระพุทธรูปที่วัดอรุณราชวราราม ซึ่งพระพักตร์แตกเสียหาย

“การใช้สีน้ำมันเหมือนการนำสีไปหุ้ม ความชื้นสะสมอยู่ข้างในเยอะ พอหินเกิดความชื้นจึงแตกออก แต่เทคนิคโบราณเป็นการลงรักปิดทอง ความชื้นระบายออกได้ ถามว่ากรณีที่เกิดกับโบราณสถาน โบราณวัตถุวัดผิดหรือไม่ ก็ผิดในเชิงอนุรักษ์ แต่เข้าใจได้ว่ามีความพยายามบำรุงศาสนา ก็อยากให้ทุกอย่างดูใหม่ จึงควรทำคู่ขนานกัน หันไปใช้เทคนิคแบบโบราณ แต่ต้นทุนแพงเป็นหมื่นเป็นแสน ถ้าชุมชนเข้มแข็งอาจพอช่วยได้” ผศ.ดร.พิพัฒน์ กล่าว

ที่มา มติชนออนไลน์ ภาพบางส่วนจาก โหนกระแส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...