โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก สไปรต์ - ปรากฏการณ์สุดพิศวง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 02.34 น.

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

www.facebook.com/buncha2509

ชวนรู้จัก สไปรต์ – ปรากฏการณ์สุดพิศวง

เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สิ่งที่ตามมาก็คือ ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ฟ้าร้อง และอาจมีลูกเห็บตก แต่ธรรมชาติมักมีความอัศจรรย์ซ่อนอยู่เสมอ เพราะสูงเหนือเมฆฝนฟ้าคะนองขึ้นไป อาจเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ จำนวนหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกแบบรวมว่า เหตุการณ์แสงสว่างแบบชั่วคราว (Transient Luminous Events, TLEs)

ภาพที่ 1 แสดงปรากฏการณ์ต่างๆ ในชั้นบรรยากาศที่เกี่ยวเนื่องกับพายุฝนฟ้าคะนอง และแสดงเหตุการณ์แสงสว่างแบบชั่วคราวบางแบบ ตัวอย่างเช่น Red Sprite, ELVES, Blue Jet และ Gigantic Jet เป็นต้น

ลองมารู้จัก สไปรต์ (sprite) หรือสไปรต์แดง (red sprite) กันก่อนครับ

ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะเด่นเป็นแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นในช่วงเวลาสั้นมากๆ ตามปกติเร็วกว่า 0.01 วินาที และเกิดที่ระดับความสูงราว 50-70 กิโลเมตร

ทั้งนี้ สไปรต์อาจมีเส้นสีแดงจางๆ พุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับ 90 กิโลเมตร หรือมีเส้นสีฟ้าๆ เรียกว่า เทนดริล (tendril) ห้อยระบายย้อยลงมาถึงระดับ 24-32 กิโลเมตรจากพื้น สไปรต์ที่มีเส้นห้อยระบายนี้ดูคล้ายแมงกะพรุนยักษ์ จึงเรียกว่า สไปรต์แมงกะพรุน (jellyfish sprite) ซึ่งอาจมีขนาดใหญ่ถึงราว 48 กิโลเมตร คูณ 48 กิโลเมตร

สไปรต์ยังมีรูปร่างอื่นที่พบน้อยกว่า เช่น รูปร่างคล้ายแคร์รอต เรียกว่า สไปรต์แคร์รอต (carrot sprite) และรูปร่างเป็นแท่งผอมยาวในแนวดิ่ง เรียกว่า คอลัมน์สไปรต์ (column sprite) เรียกย่อว่า c-sprite และเดิมทีมีชื่อเรียกขำๆ ว่า สไปรต์อดอาหาร (diet sprite)

คำว่า sprite ของฝรั่ง หมายถึง ภูตแบบหนึ่ง มาจากคำว่า spiritus ในภาษาละตินที่แปลว่า spirit การที่ฝรั่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า sprite เนื่องจากมันดูลึกลับนั่นเองครับ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2562 ผมได้รับแจ้งจากเพื่อนสมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆท่านหนึ่ง คือ ร.ต.ภคิน ทะพงค์ นักบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าถ่ายภาพสไปรต์ได้ ภาพนี้น่าจะเป็นภาพแรกๆ หรืออาจเป็นภาพแรกที่คนไทยถ่ายปรากฏการณ์หายากนี้ได้ ดูภาพที่ 2 ครับ

กัปตันภคินเล่าว่า “เริ่มจากสังเกตเห็นฟ้าแลบอยู่ข้างหน้า จึงพยายามถ่ายภาพตรวจหายอดเมฆคิวมูโลนิมบัส เพื่อนำเครื่องบินหลบออกจากบริเวณที่มีเมฆ จึงได้ภาพนี้มา ในตอนแรกคิดว่าเป็นแสงจากเงาสะท้อนกระจก แต่เมื่อมองดูอีกทีจึงได้สังเกตได้ว่าเคยเห็นปรากฏการณ์นี้ในหนังสือของอาจารย์บัญชามาแล้ว เมื่อเครื่องลงจอด จึงค้นหาใน Google อีกทีเพื่อยืนยันว่านี่คือ sprites จริงๆ”

‘หนังสือ’ ที่กัปตันภคินกล่าวถึงคือ Cloud Guide ที่ผมเขียน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สารคดีครับ ดูภาพที่ 3 และหากสนใจ สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.rimkhobfabooks.com/9786167767918.html

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2566 กัปตันภคินได้ส่งภาพและข้อความมาทาง FB messenger ให้ผมทราบว่า “เหมือนจะถ่ายติดสไปรต์ครับ เมื่อคืน แต่ไกลๆ ลิบๆ เลย” ซึ่งผมพิจารณาภาพแล้วก็คิดว่าเป็นสไปรต์จริงๆ

สไปรต์เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เนื่องจากพบว่า สไปรต์มักเกิดร่วมกับฟ้าผ่าแบบบวก (positive flash) ที่เกิดจากเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ ฟ้าผ่าแบบบวกเป็นการแลกเปลี่ยนประจุระหว่างยอดเมฆฝนฟ้าคะนองกับพื้น โดยปรากฏเสมือนว่าประจุบวกจากยอดเมฆเคลื่อนมาลงสู่พื้น

คำอธิบายอย่างง่ายแบบหนึ่งเสนอว่า เมื่อประจุบวกถูกปลดปล่อยออกไปจากยอดเมฆ ก็จะทำให้ความต่างศักย์ระหว่างยอดเมฆกับบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน ผลก็คืออิเล็กตรอนถูกเร่งให้เคลื่อนที่สูงขึ้นไปในบรรยากาศ อิเล็กตรอนดังกล่าวจะพุ่งไปชนกับโมเลกุลของก๊าซในอากาศ หากอิเล็กตรอนชนกับโมเลกุลของก๊าซไนโตรเจน ก็จะทำให้โมเลกุลอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น คือเก็บพลังงานเอาไว้ชั่วคราว ต่อมาโมเลกุลจะคายพลังงานออกมาในรูปของแสงสีแดงและสีฟ้า

อย่างไรก็ดี ภาพถ่ายจากกล้องความเร็วสูงระดับ 10,000 เฟรมต่อวินาที แสดงรายละเอียดให้เห็นว่า จริงๆ แล้วสไปรต์ประกอบด้วยกลุ่มก้อนของพลาสมา (ก๊าซที่ถูกไอออไนซ์) จำนวนมาก ก้อนพลาสมาแต่ละก้อนมีขนาดในช่วง 10-100 เมตร ซึ่งเริ่มต้นจากความสูงราว 80 กิโลเมตร พุ่งลงมาอย่างรวดเร็วด้วยอัตราเร็วราว 10% ของอัตราเร็วแสง หลังจากนั้นราวไม่กี่มิลลิวินาที ก็จะมีก้อนพลาสมาอีกกลุ่มพุ่งขึ้นไป

ภาพสไปรต์ภาพแรกสุดถ่ายได้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ.1989 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา โดยใช้เทคนิควิดีโอสำหรับแสงความเข้มต่ำ ส่วนภาพถ่ายสไปรต์แบบสีภาพแรก ถ่ายได้เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1994 ดูภาพที่ 4 ครับ และสังเกตระดับความสูงประมาณ 80 กิโลเมตร

อย่างไรก็ดี มีเกร็ดเรื่องเล่าตั้งแต่ปี ค.ศ.1730 ซึ่งมีผู้ตีความว่าน่าจะมีคนเคยเห็นสไปรต์มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว หากสนใจลองค้นเรื่อง Johann Georg Estor ใน Wikipedia และดูหัวข้อย่อย Discovery of the Sprite (lightning) ได้

ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ https://spritacular.org ซึ่งคนทั่วโลกสามารถร่วมสนุกแบ่งปันรูปถ่ายสไปรต์ เพื่อเป็นข้อมูลให้นักวิทยาศาสตร์และคนทั่วไปได้เรียนรู้ นับเป็นหนึ่งกิจกรรมในโครงการ NASA Citizen Science ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมวิทยาศาสตร์ให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง

ยังมีปรากฏการณ์ TLEs หรือเหตุการณ์แสงสว่างแบบชั่วคราวรูปแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น สไปรต์เฮโล (sprite halo) เอลฟส์ (ELVES) ซูเปอร์โบลต์พุ่งขึ้น (upward superbolt) บลูเจ็ต (blue jet) บลูสตาร์เตอร์ (blue starter) และไจแกนติกเจ็ต (gigantic jet) เอาไว้จะหาจังหวะเหมาะเล่าให้อ่านกันครับ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวนรู้จัก สไปรต์ – ปรากฏการณ์สุดพิศวง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...