โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.มหาดไทย สั่งให้ กรุงเทพมหานคร แจ้งนิติคอนโด-โรงแรม-หอพัก-ห้างสรรพสินค้า เข้าตรวจสอบอาคารหลังเกิดแผ่นดินไหว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 08.34 น.

รมว.มหาดไทย ออกหนังสือด่วน สั่งการให้ "กรุงเทพมหานคร" แจ้งนิติบุคคลคอนโด เจ้าของโรงแรม หอพัก ห้างสรรพสินค้า และอาคารที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย เข้าตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจหลังเกิดแผ่นดินไหว

วันที่ 31 มีนาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร/ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร เรื่องการตรวจสอบสภาอาคารเพื่อประเมินความปลอดภัยในการใช้งานอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. ซึ่งมีศูนย์กลางในประเทศเมียนมา สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้พื้นที่กรุงเพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคละวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ สร้างความเสียหายทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง รวมถึงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนที่พักอาศัย อาคารสาธาธารณะ อาคารขนาดใหญ่ ฯลฯ ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานอาคารที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวเป็นอย่างมาก

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พิจารณาแล้ว เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้อาคาร และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน อาศัยอำนาจตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 32 (6) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเหาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ให้ดำเนินการดังนี้

1. ให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป และป้าย ดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคาคาร โครงสร้างของตัวอาคารและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของตัวอาคาร แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

เมื่อเจ้าพนักงานห้องถิ่นได้พิจารณาตรวจสอบรายงานแล้วหากสภาพอาคารอาจไม่ปลอดภัย หรือเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน มีอำนาจตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พศ. 2522 ประกอบกับกฎกระทรวงการแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นกยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2563 และกฎกระทรวงกำหนดแบบคำขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) กรณีพบว่าอาคารมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจจะก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย ให้มีคำสั่งแก้ไขอาคาร ตามแบแบบ ค.10

(2) กรณีฉุกเฉินที่ไม่อาจรอช้าได้เนื่องจากอาคารมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภัยอันตรายให้มีคำสั่งดำเนินการเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายดังกล่าว และห้ามมิให้ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคาร ตามแบบ ค.11

(3) กรณีเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแก้ไขอาคารตามแบบ ค.10 และอาคารนั้นมีสภาพที่อาจเป็นภยันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ให้มีคำสั่งรื้อถอนอาคาร ตามแบบ ค.12

2. รายงานผลการดำเนินงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...