โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รพ.รามาธิบดี งดให้บริการใน "อาคารหลัก" 48 ชม. ตรวจความปลอดภัย หลังเกิดไฟไหม้

สวพ.FM91

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

รพ.รามาธิบดี ประกาศงดให้บริการใน "อาคารหลัก" (อาคาร 1) งดผ่าตัด-รักษาผู้ป่วยนอก เป็นเวลา 48 ชม. เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย หลังเกิดเหตุไฟไหม้

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นอาคาร 9 ชั้น สำหรับชั้นที่ 1-4 เป็นห้องปฏิบัติการ และชั้นที่ 5-9 เป็นที่พักผู้ป่วย โดยเหตุเกิดชั้นที่ 2 ของทางด้านฝั่งซ้าย ชุดปฏิบัติการภายในอาคารได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากด้านฝั่งซ้ายของทุกชั้น มาทางด้านฝั่งขวาของทุกชั้น โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (ไฟไหม้ รพ.รามาธิบดี ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว อยู่ระหว่างเร่งระบายควัน)

ล่าสุด วันนี้ (12 มีนาคม 2568) พบว่าทางโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการตามปกติ โดยมีการติดป้ายประกาศของโรงพยาบาล พร้อมโพสต์แจ้งในเพจเฟซบุ๊ก ประกาศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับที่ 1

โดยระบุว่า เนื่องด้วยในวันที่ 11 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 19.20 น. พบเหตุกลุ่มควันและเพลิงไหม้ที่อาคารหลัก (อาคาร 1) โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงได้แจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเข้ามาระงับเหตุ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย และประชาชนที่รับการรักษาอยู่ภายในอาคารหลักออกนอกพื้นที่ในทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าระงับเหตุ โดยปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดีได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

ในระยะแรก โรงพยาบาลรามาธิบดีจะของดให้บริการภายในอาคารหลัก (อาคาร 1) ทั้งหมด ทั้งการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก รวมทั้งงดการผ่าตัด เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยภายในอาคารและของดให้บริการผู้ป่วยใหม่ที่ห้องฉุกเฉิน

สำหรับงานเวชระเบียน การบริจาคโลหิตและจุดเจาะเลือดขอให้ใช้บริการที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์แทน ส่วนอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ เบื้องต้นเปิดให้บริการตามปกติ

หากมีความคืบหน้าทางโรงพยาบาลรามาธิบดีจะแจ้งให้ทราบต่อไป หรือหากท่านมีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการในระหว่างนี้ได้ที่ Call Center 0-2201-1000 และ 0-2200-3000 จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...