โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดชื่อจังหวัด กรมอุตุฯเตือนรับมือ "อุณหภูมิร้อนจัด" ฤดูร้อน 2568

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 07.08 น.
ภาพ : ORAPIN WACHANGNGOEN

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า (17-23 ก.พ.) เตือนหลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง 20-60% ของพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่า ชี้ภาคตะวันออกหนักสุด เปิด 3 เกณฑ์หลักประกาศเข้า “ฤดูร้อน” ปี 2568 พร้อมคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยปีนี้ ระบุมี 14 จังหวัดเสี่ยงเจออากาศร้อนจัด ตั้งแต่ 42.0-43.9 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยในปี 2568 ว่า จะมีเกณฑ์พิจารณาหลัก ๆ 3 เกณฑ์ด้วยกัน ได้แก่

1.พื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด ตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียส ขึ้นไป

2.มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว) ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน จะเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน

3.เกณฑ์อากาศร้อน ใช้อุณหภูมิสูงสุดประจำวัน

  • อากาศร้อน (Hot) อุณหภูมิตั้งแต่ 35.0-39.9 องศเซลเซียส
  • อากาศร้อนจัด (Very Hot) อุณหภูมิตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะมีโอกาสเกิดอุณหภูมิร้อนจัดในปี 2568 เบื้องต้นประกอบไปด้วย 14 จังหวัด (ดูกราฟิกประกอบ) โดยคาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 42.0-43.9 องศาเซลเซียส ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสานตอนบน อีสานตอนล่าง อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับ 40.0-41.9 องศาเซลเซียส

จังหวัดที่จะมีอุณหภูมิร้อนสุด ปี 2568

  • แม่ฮ่องสอน
  • เชียงใหม่
  • ลำปาง
  • ตาก
  • ลำพูน
  • อุตรดิตถ์
  • พิษณุโลก
  • สุโขทัย
  • เลย
  • หนองคาย
  • หนองบัวลำภู
  • ชัยภูมิ
  • ขอนแก่น
  • อุดรธานี
จังหวัดที่คาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดในปี 2568

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคาดหมายอากาศทั่วไป ระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. 68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศเวียดลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. 68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่เกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณทีมีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค

วันที่ 17-23 ก.พ. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 18-23 ก.พ. อากาศเย็นในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างและด้านตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 16-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างและด้านตะวันตกของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง หลังจากนั้น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 18-22 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 23 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 -40 ของพื้นที่

ในช่วงวันที่ 18-22 ก.พ. ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดสงขลา ลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในวันที่ 23 ก.พ. ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

นมีฝฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันที่ 18-22 ก.พ. ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในวันที่ 23 ก.พ. ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพฯและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 17 กุมภาพันธ์ 2568 12.00 น.)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชื่อจังหวัด กรมอุตุฯเตือนรับมือ “อุณหภูมิร้อนจัด” ฤดูร้อน 2568

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...