โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บีโอไอรอถก "คีรี" จัดสิทธิประโยชน์ให้เมืองการบิน ไม่ต้องแก้สัญญาสร้าง Terminal อู่ตะเภา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.39 น.

บีโอไอรอไฟเขียวสิทธิประโยชน์ให้ UTA หากยื่นขอรับการส่งเสริมเริ่มสร้างอาคารผู้โดยสาร อุตสาหกรรมอื่นทั้งโรงเเรม MRO ไมซ์ โลจิสติกส์ ธีมปาร์ก เทรนนิ่งการบินตามมาเพียบ ด้าน EEC ชี้รองรับคนเหลือแค่ 5 ล้านได้ ไม่ต้องแก้สัญญา พร้อมถก “คีรี” เดินหน้าลงทุนต่อไม่ต้องรอรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการก่อสร้าง โดยหากแยกเป็นในส่วนของอาคารผู้โดยสาร (Terminal) นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กับทางบีโอไอ แต่ก่อนหน้านี้ทางบอร์ดบีโอไอได้เห็นชอบในหลักการที่จะส่งเสริมกิจการที่เป็นอาคารผู้โดยสารไว้แล้ว

ดังนั้นเมื่อ UTA พร้อมก็สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้เลยทันที เช่นเดียวกับในส่วนเมืองการบินที่เหลือทางบีโอไอพร้อมที่จะส่งเสริม แต่จะต้องมาหารือกันว่าจะมีประเภทกิจการอะไรที่เกิดขึ้นบ้างในเมืองการบิน เพื่อที่บีโอไอจะได้ดีไซน์แพ็กเกจสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมให้ เนื่องจากจำนวนพื้นที่ของโครงการดังกล่าวกว่า 6,000 ไร่ นับว่าใหญ่มาก และสามารถเกิดกิจการและกิจกรรมอื่นที่หลากหลายมาก เช่น ร้านอาหาร ศูนย์กระจายสินค้า

ทั้งนี้ โครงการนี้ต้องเกิดขึ้น เพราะมันจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล ส่วนต้องรอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ก่อนหรือไม่นั้นอยู่ที่เอกชนและการหารือกับทางสำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“เราต้องขอหารือกับทาง UTA ก่อนว่าองค์ประกอบที่จะเกิดขึ้นในเมืองการบินนั้นมีอะไรบ้าง มีธุรกิจอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นธุรกิจที่ซัพพอร์ตด้านการบิน เช่น ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ศูนย์เทรนนิ่ง ศูนย์โลจิสติกส์ และอีกส่วนเราจะเห็นธุรกิจด้านไมซ์ (MICE Business) โรงแรม ศูนย์ประชุม และอาจจะมีธีมปาร์ก และอาจจะมีส่วนที่เป็นที่พักอาศัย ดังนั้นมันก็จะเหมือนเมืองหนึ่งเมือง ฉะนั้นการสร้างเมืองขึ้นมามันต้องมีประโยชน์เกิดขึ้นกับทางในแง่ชุมชน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตามมาและเศรษฐกิจของประเทศด้วย”

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวว่า นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) เตรียมเข้าพบ EEC เพื่อเจรจาเรื่องของสิทธิประโยชน์ และแผนใหม่ในการสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินอู่ตะเภาในส่วนที่เป็นอาคารผู้โดยการ เพื่อเตรียมเดินหน้าการก่อสร้างตามแผน

โดยนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร UTA ยืนยันว่าจะไม่รอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพราะล่าช้ากว่ากำหนดไปมาก ส่วนการลดขนาดของโครงการจากที่จะรองรับผู้โดยสารจำนวน 12 ล้านคน จะเหลือเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น เนื่องจากมีการประเมินแล้วว่าจำนวนผู้โดยสารอาจไม่ได้มีจำนวนมากตามที่เคยคาดการณ์เอาไว้ ด้วยรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีปริมาณผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาใช้สนามบินก็อาจยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม สัญญาที่ได้เคยลงนามกันไว้ในสัญญา ได้เปิดช่องไว้แล้วว่า หากโครงการในส่วนใดยังไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ สามารถมาเจรจากับทาง EEC ได้ โดยจะพิจารณาและหารือกันใหม่โดยที่ไม่ต้องแก้สัญญา เพราะไม่ได้มีการผิดสัญญาใด ๆ โดยเป้าหมายการลงทุนยังคงต้องรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนเช่นเดิม ซึ่งทางเอกชนระบุตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญาแล้วว่าจะแบ่งการก่อสร้างเป็นเฟส ๆ จำนวน 8 เฟส

ดังนั้น ในช่วงแรกก็สามารถสร้างตามแผนใหม่ที่ 5 ล้านคนได้ และเมื่อรถไฟความเร็วสูงพร้อม มีดีมานด์ มีจำนวนผู้โดยสารเข้ามาใช้ถึง 80% เอกชนจะต้องขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นด้วย และท้ายที่สุดเป้าหมายก็ยังคงต้องอยู่ที่รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนอยู่ดี

สำหรับสิทธิประโยชน์ขณะนี้ยังคงรอเข้า ครม. และยืนยันว่าในแต่ละโครงการที่จะเกิดขึ้นในโครงการสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งจะมีหลากหลายกิจการ สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ก่อนได้เลย

โดยมีในส่วนของบีโอไอก็สามารถขอได้ ส่วน UTA จะรอขอสิทธิประโยชน์จาก EEC หรือไม่ นั่นยังอยู่ระหว่างการหารือกันอยู่

“ที่เอกชนต้องก่อสร้างก่อนรถไฟจะมา เพราะมันมีกิจการอื่นรอลงทุนอยู่ เขาไม่รอรถไฟ พอรถไฟมาก็ค่อยเอาแผนมาปรับให้ตรงกัน ส่วนทางลอดอุโมงค์ที่เชื่อมระหว่างรถไฟกับตัวอาคารตอนนี้อาจให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้ามาดูเตรียมพร้อมการลงทุนเพื่อทำอุโมงค์ไว้รอ เพราะถ้าเกิดโครงการพัฒนาอู่ตะเภาเริ่มไปแล้ว และมีการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 จะไม่สามารขุดอุโมงค์ใต้รันเวย์ได้

ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องมาหารือกันอีกครั้ง แต่หลัก ๆ เราได้คุยกันในประเด็นนี้ไปแล้วทั้งรัฐและ รฟท. ส่วนเรื่องรถไฟความเร็วสูงยังคงรอการแก้ไขสัญญาส่งเรื่องไปที่อัยการตรวจอยู่ ยังคุยกันไม่เสร็จ คาดว่าเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2568 ก็น่าจะชัดเจนว่าจะไปทางไหน”

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง มูลค่าการลงทุนของโครงการในรูปแบบ PPP รวมประมาณ 290,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็น “สนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3″ เชื่อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิด้วยรถไฟความเร็วสูง ทำให้ทั้ง 3 สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง 200 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ โครงการจะทำให้เกิดศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจเป้าหมาย โดยเฉพาะการเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Logistics & Aviation” รวมถึงการเป็นศูนย์กลางของ “มหานครการบินภาคตะวันออก” ที่จะครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่เมืองประมาณ 30 กม. โดยรอบสนามบิน (พัทยาถึงระยอง) ซึ่งเป็นการสานต่อเจตนารมณ์การพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดที่ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย

โดยเข้าเชื่อมโยงเป็นส่วนขยายของกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปทางตะวันออก ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้สะดวก ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินและประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บีโอไอรอถก “คีรี” จัดสิทธิประโยชน์ให้เมืองการบิน ไม่ต้องแก้สัญญาสร้าง Terminal อู่ตะเภา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...