โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดี ปภ. สรุปความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวและการให้ความช่วยเหลือประชาชน

VoiceTV

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 17.58 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (28 มีนาคม 2568) เวลา 22.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ลึก 10 กิโลเมตร ในช่วงบ่ายวันนี้ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้สั่งการให้มีการรวบรวมข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นและประสานการปฏิบัติเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที

โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เวลา 19.46 น.) มีจังหวัดรายงานได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวแล้ว จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ชัยนาท ลำพูน เลย กำแพงเพชร รวมถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและรายงานข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับกรุงเทพมหานครนั้น มีรายงานอาคารร้าวและถนนทรุดตัว และมีอาคารถล่มจำนวน 1 จุด โดยเป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจากรายงาน ณ เวลา 21.30 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 ราย เสียชีวิต 8 ราย และสูญหายอีก 101 ราย จากเหตุอาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่ม ซึ่งทาง กทม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์มีผลกระทบและความเสียหายเป็นวงกว้าง เพื่อให้การสั่งการ อำนวยการ และประสานการปฏิบัติในทุกระดับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยกรณีแผ่นดินไหวเป็นสาธารณภัยระดับ 3 (สาธารณภัยขนาดใหญ่) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งเป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ซึ่งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดจะแปรสภาพเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดขึ้นตรงการสั่งการอำนวยการจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

“เหตุการณ์สาธารณภัยเป็นเหตุการณ์ภัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในครั้งนี้เป็นภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยที่ไม่สามารถทำการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ สิ่งที่ทำได้คือการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ การลดผลกระทบให้มีน้อยที่สุด และการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอง ทันทีที่ทราบว่ามีเหตุการณ์อาคารถล่มในเขตกรุงเทพมหานคร ได้สั่งระดมทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กทม. ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในอาคารที่ถล่ม และสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการให้พร้อมออกปฏิบัติการทันที โดยกำหนดให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต.บางพูน อ.เมืองฯ จ. ปทุมธานี เป็นจุดระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย (Staging Area) ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยเมื่อช่วงเย็น ทีม USAR ปภ. ได้ไปสมทบกับทีม USAR กทม. และร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในอาคารที่ถล่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ หากมีความคืบหน้ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะรายงานข้อมูลให้สาธารณชนทราบเป็นระยะ สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อื่น ได้สั่งการให้จังหวัดเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดนด่วน พร้อมประสานทุกภาคส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด” นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าว

นายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากจังหวัดต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน และประสานการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ เวลา 9.30 น. จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลืออีกครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ร่วมประชุมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและครบถ้วนในทุกด้าน ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และขอให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขตเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธาารณภัยพร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติการในพื่้นที่ข้างเคียงและกรุงเทพมหานคร”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะปักหลักติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ รวมถึงวิธีการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews และหากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...