จีนส่งสัญญาณ “พร้อมเปิดเจรจาการค้า” กับสหรัฐ หลังทรัมป์เปรยลดภาษี
"จีน" ส่งสัญญาณพร้อมเปิดโต๊ะเจรจาการค้ากับ "สหรัฐ" หลังทรัมป์แสดงท่าทีอ่อนลง พร้อมยอมรับอัตราภาษี 145% ต่อสินค้าจีนสูงเกินไป
วันที่ 23 เมษายน 2567 เซ็บไซต์ The News รายงานว่า จีนกล่าวเมื่อวันพุธว่า ประตูสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐยังคงเปิดกว้าง ภายหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาส่งสัญญาณเมื่อวันอังคารว่าอาจลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อช่วยคลายความกังวลในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าก้าวร้าวของเขา ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาไม่มีเจตนาจะปลดประธานธนาคารกลางสหรัฐ เจอโรม พาวเวลอีกด้วย
โดยนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม เขาได้ ขึ้นภาษีสินค้าจีน 145% ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ โดยเริ่มจากข้อกล่าวหาเรื่องบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทานของสารเฟนทานิล และต่อมาขยายเป็นภาษีที่อ้างว่าเพื่อตอบโต้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ 125% แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จีนย้ำว่า ยังพร้อมเปิดการเจรจา
ด้าน กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “จีนได้กล่าวมาตลอดว่าไม่มีผู้ชนะในสงครามภาษีและสงครามการค้า …ประตูสำหรับการเจรจายังคงเปิดกว้าง”
ขณะเดียวกัน สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก็ออกมาเตือนว่า "สงครามการค้าเป็นการบั่นทอนสิทธิของทุกประเทศ ทำลายระบบการค้าพหุภาคี และกระทบต่อระเบียบเศรษฐกิจโลก"
โดยทรัมป์เองกล่าวยอมรับว่าอัตราภาษี 145% เป็นระดับที่สูงมาก และกล่าวว่า "จะลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนลงอย่างมาก แต่ก็จะไม่ใช่ศูนย์ ท้ายที่สุดจีนต้องทำข้อตกลง เพราะไม่เช่นนั้น พวกเขาก็จะไม่สามารถค้าขายกับสหรัฐได้”
ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในการประชุมปิดที่จัดโดย JPMorganว่า ภาษีเหล่านี้ถือเป็นการคว่ำบาตรทางการค้าแบบตอบโต้
และเขาเชื่อว่าจะมีการคลี่คลายในอนาคตอันใกล้นี้
ข่าวนี้ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และตลาดหุ้นเอเชียตอบรับเชิงบวกในวันถัดมา เช่น ฮ่องกงและญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นประมาณ 2%
ในขณะที่ราคาทองคำซึ่งพุ่งก่อนหน้านี้ เริ่มปรับตัวลดลง