โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MFC เปิดตัว 4 กองทุน "Thai ESGX" ขาย IPO 2–8 พ.ค. 68 ตอบโจทย์ทุกการลงทุนทุกด้านความยั่งยืนในหุ้นไทย

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 07.35 น.

บลจ.เอ็มเอฟซี เสนอขายกองทุน "Thai ESGX" พร้อมกัน 4กองทุน ตอบโจทย์การลงทุนด้านความยั่งยืนในหุ้นและกิจการไทยโดดเด่น ESG ครอบคลุม "หุ้นไทย-หุ้นปันผลไทย-หุ้นอิสลามิกไทย-กองทุนผสม" รองรับการสับเปลี่ยน LTF ไป Thai ESGX ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000บาทและเปิดให้ลงทุนใหม่อีก 300,000บาท พร้อมกับ นักลงทุนทั่วไป เปิดขาย IPO ครั้งแรกสำหรับเงินลงทุนใหม่เฉพาะปี 2568 ระหว่างวันที่ 2-8 พ.ค. 68นี้

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า บลจ.เอ็มเอฟซี ได้จัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX หรือ Thai ESG Extra) รองรับมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ของ ปี 2568ซึ่งกระทรวงการคลังสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม ESG และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย โดยเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนทั้งหมดไปยังกองทุน Thai ESGX สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000บาท และเปิดโอกาสให้ลงทุนใหม่ได้อีก 300,000บาท ภายในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568นี้ เท่านั้น

นายธนโชติ กล่าวว่า บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดตัวกองทุน Thai ESGX จำนวน 4กองทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนทุกกลุ่มตามระดับความเสี่ยง ประกอบด้วย กลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน ได้แก่ 1.กองทุนเปิด เอ็มเอฟซีตราสารทุนไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (MEQUITY-Thai ESGX), 2.กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไฮ-ดิวิเดนด์ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (HIDIV-Thai ESGX), 3.กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี FTSE ชะรีอะฮ์ อินเวสเมนท์ ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (MIF-Thai ESGX) และ 4.กองทุนผสม ได้แก่ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีผสมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (MIX-Thai ESGX) กำหนดเสนอขาย IPO ครั้งแรก 2-8 พ.ค. นี้

(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนกลุ่มหุ้นยั่งยืน ได้แก่ MEQUITY-Thai ESGX , HIDIV-Thai ESGX และ MIF-Thai ESGX เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai ในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของ NAV ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการและการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ที่ผ่านการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดย ผู้ทวนสอบ มีบรรษัทภิบาล (Governance: G) ในระดับดีเลิศ ซึ่งต้องได้รับ CGR ซึ่งจัดทำโดย IOD ตั้งแต่ 90คะแนนเป็นต้นไป มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (Corporate Value Up Plan) การยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผน

ปัจจุบันมีหุ้นในตลาด ที่โดดเด่นด้าน E หรือ ESG จำนวน 228แห่งและมีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งผ่านการทวนสอบจำนวน 161แห่ง ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้

"จุดเด่นของกองทุน MEQUITY-Thai ESGX เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai ขณะที่กองทุน HIDIV-Thai ESGX เน้นลงทุนหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนกองทุน MIF-Thai ESGX เน้นลงทุนในหุ้นซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักศาสนาอิสลามและเป็นหุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของ NAV โดยทั้ง 3กองทุนมีระดับความเสี่ยง 6" นายธนโชติ กล่าว

ส่วนกองทุน MIX-Thai ESGX เป็นกองทุนผสม ซึ่งมีระดับความเสี่ยง 5ลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 80%ของ NAV โดยลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65%ของ NAV นอกจากนี้ ทั้ง 4กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่เกินปีละ 1ครั้ง

ทั้งนี้ กองทุน Thai ESGX มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกหรือกิจการในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของ NAV ตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65%ของ NAV

สำหรับผู้สนใจลงทุนกองทุน Thai ESGX ผู้ถือหน่วยลงทุน LTF เดิม สามารถแจ้งความประสงค์ในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนมากองทุน Thai ESGX เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินใหม่สูงสุดไม่เกิน 500,000บาท (ปีที่ 1ไม่เกิน 300,000บาท ส่วนปีที่ 2 – 5ลดหย่อนปีละเท่า ๆ กัน โดยไม่เกินปีละ 50,000บาท) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 13พฤษภาคม - 30มิถุนายน 2568

ส่วนเงินลงทุนใหม่เฉพาะปี 2568สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ใช้เงินลงทุนใหม่ในการสั่งซื้อหน่วยลงทุนกองทุน Thai ESGX เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินใหม่ไม่เกิน 30%ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000บาท โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องลงทุนในหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 2พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568

สำหรับเงินลงทุนใหม่หลังปี 2568สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ใช้เงินลงทุนใหม่ในการสั่งซื้อหน่วยลงทุนกองทุน Thai ESGX เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินเดียวกับกองทุน Thai ESGโดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. เอ็มเอฟซี โทร. 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Centerกด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร. 0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร. 0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร. 043-204-014-16 สาขาเชียงใหม่ โทร. 0-5321-8480-82 สาขาระยอง โทร. 033-100-340 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324–25 หรือที่เว็บไซต์ www.mfcfund.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...