Apple ลดซื้อหุ้นคืน 1 หมื่นล้านดอลล์ ชี้ภาษีทรัมป์ดันต้นทุนพุ่ง อีก 900 ล้านดอลล์
Apple ประกาศลดวงเงินซื้อหุ้นคืนเหลือ 1 แสนล้านดอลลาร์ ซีอีโอเผยภาษีนำเข้าอาจเพิ่มต้นทุนไตรมาสนี้อีก 900 ล้านดอลลาร์ พร้อมย้ายฐานการผลิต iPhone ไปอินเดีย
วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าApple Inc. ได้ประกาศลดขนาดโครงการซื้อหุ้นคืน (share buyback) ลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยซีอีโอ Tim Cook กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่าภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ขณะที่ Apple กำลังปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ของตน เพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดี Donald Trump
ซีอีโอApple ยังกล่าวว่าแผนการใช้จ่ายมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของApple เพื่อขยายกิจการในสหรัฐฯ จะครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในการลงทุน (capital outlays) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการสร้างโรงงานเซิร์ฟเวอร์และชิปโดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านการผลิต นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า Appleได้เริ่มจัดเก็บสินค้าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ขายในสหรัฐในไตรมาสนี้จะไม่ผลิตในจีน
นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงการที่หนึ่งในบริษัทที่ทำกำไรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
Thomas Monteiro นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Investing.com กล่าวว่า“เราคาดว่าจะได้เห็นการซื้อหุ้นคืนมากกว่านี้ การที่บริษัททำแบบนี้แสดงว่า Tim Cook กำลังสะสมเงินสดไว้ใช้ยามยาก …แม้จะไม่ใช่เรื่องแย่โดยตรง แต่มันก็บ่งบอกว่าบริษัทอาจไม่มั่นใจในอนาคตระยะสั้นเท่ากับไตรมาสก่อน ๆ”
หลังจากการประกาศผลประกอบการ หุ้นของApple ร่วงลง 4.3%
Appleระบุว่ารายได้และกำไรในไตรมาส 2 ตามปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดวันที่ 29 มีนาคม อยู่ที่ 9.536 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.65 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 9.468 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 1.63 ดอลลาร์ตามลำดับ โดยยอดขาย iPhone อยู่ที่ 4.684 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.617 หมื่นล้านดอลลาร์
สำหรับไตรมาสที่ 3 ตามปีงบประมาณ Appleคาดว่ารายได้จะเติบโตในระดับต่ำถึงกลางตัวเลขหลักเดียว ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 4.28% หรือประมาณ 8.945 หมื่นล้านดอลลาร์
แต่บริษัทคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง โดยอยู่ที่ 45.5-46.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 46.58%
ซีอีโอApple กล่าวว่าหากสมมติว่าอัตราภาษีและนโยบายระหว่างประเทศยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจนสิ้นไตรมาส บริษัทคาดว่าภาษีนำเข้าจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้
พร้อมระบุว่า iPhone ส่วนใหญ่ที่ขายในสหรัฐในไตรมาสนี้จะผลิตในอินเดีย ส่วน iPad, Mac และ Apple Watch ส่วนใหญ่จะผลิตในเวียดนาม ขณะที่ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดนอกสหรัฐยังคงผลิตในจีน
นอกจากนี้ ซีอีโอApple ยังระบุด้วยว่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในสหรัฐจะส่งผลต่อตัวเลขในงบดุลของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดย Appleมีการจัดซื้อชิปจาก 12 รัฐในสหรัฐ เป็นจำนวน 19 พันล้านชิ้น และจะขยายโรงงานของตนในรัฐต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่ มิชิแกน เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย แอริโซนา เนวาดา ไอโอวา โอเรกอน นอร์ทแคโรไลนา และวอชิงตัน
อ้างอิง : reuters.com