หุ้นไทยวันนี้ แกว่งขึ้นในกรอบ 1,180-1,200 จุด รับความหวังสหรัฐฯ-จีนเจรจาการค้า แรงซื้อ Thai ESGX หนุน
หุ้นไทยวันนี้ 7 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,180-1,200 จุด ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ขานรับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ ประกอบกับแรงซื้อหุ้นใหญ่ของกองทุน Thai ESGX ที่เข้ามาหนุน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ติดตามการแถลงของธนาคารกลางจีน PBOC ตลาดคาดหวังเครื่องมือการเงินใหม่ และมาตรการกระตุ้นด้านเทคโนโลยี การค้าภายในประเทศและการบริโภคเพื่อชดเชยผลกระทบจากการส่งออก ทิศทางตลาดที่ผ่านมามีช่วงชะลอตัวลง + พักฐานมา 2 วัน เริ่มมีโอกาสชะลอการปรับตัวลง หรือ ดีดกลับสั้นได้ ประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,180 และ 1,175 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,195 และ 1,205 จุด
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways หลังตลาดอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และติดตามการประกาศผลประกอบการ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของ FOMC คาดไม่มีผลต่อบรรยากาศลงทุนมากนัก หลังตลาดคาดจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย
อย่างไรก็ดีมองความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษีของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจโลกจะยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อการเติบโตของผลประกอบการ 2Q68 ทำให้บรรยากาศลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวังและทำให้ SET ปรับขึ้นได้จำกัด โดยมีแนวต้าน 1,215-1,235 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวขึ้นตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดตลาดเช้าวันนี้ จากสัญญาณบวกของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่มีรายงานว่าเตรียมเจรจากันที่สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ ทำให้เป็นปัจจัยหนุนหลักต่อตลาดหุ้น
ขณะเดียวกันยังมีแรงทยอยซื้อหุ้นขนาดใหญ่จากกองทุน Thai ESGX เข้ามาเสริมและช่วยผลักดันดัชนี และยังรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐอย่างไร โดยให้แนวต้าน 1,200 จุด แนวรับ 1,180 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,175 – 1,195 จุด ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะลดพอร์ตการลงทุนเช่นเดิม แม้จะมีข่าวเจรจาการค้าก็ตามแต่ก็เชื่อว่ายังยืดเยื้อและใช้เวลาทำให้ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยง โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 1 ม.ค. – 4 พ.ค. อยู่ที่ 12.45 ล้านราย (+0.4%YoY) ค่อนข้างขยายตัวต่ำและเป็นไปได้ที่จะไปไม่ถึงระดับ 38 ล้านราย (เป้าหมายที่ตั้งไว้)
อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรในกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) กลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC IVL) ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการคลายความกังวลการค้าสหรัฐฯและนานาประเทศ