โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 46 โครงการแสนล้าน ชง ครม.สัญจร 5 จังหวัดภาคใต้ 18 ก.พ.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 04.25 น.

ระหว่างวันที่ 16-18 ก.พ. 68 จะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2568 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย 5 จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา ทางภาครัฐ และภาคเอกชนได้เตรียมโครงการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดไว้มากมาย แต่ถูกตัดเหลือ 46 โครงการตามกรอบวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด

แต่ได้มีการเปิดช่องให้เสนอโครงการระดับนโยบายที่คนในพื้นที่ต้องการในลักษณะ “แปะโป้ง” ไว้ก่อน แม้จะไม่ได้รับงบประมาณในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้

นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มอ่าวไทย 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ถือเป็นที่ตั้งของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งอยู่บริเวณตอนบนของภาคใต้ของประเทศไทย ส่วน จ.ระนองอยู่ฝั่งอันดามัน ตัวเศรษฐกิจหลักอยู่ที่ฐานจังหวัดในอ่าวไทยเป็นหลัก

โดยเฉพาะ 2 จังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช มีประชากรรวมกันเกือบ 2.5 ล้านคน หากรวม 3 จังหวัดประมาณเกือบ 3 ล้านคน ขณะที่ประชากรรวมของภาคใต้มีประมาณ 9 ล้านคน ตั้งแต่เหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา และการกีดกันทางการค้าค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้น ภาคใต้ต้องการเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจนอกจากภาคการท่องเที่ยว จึงต้องการหากิจการทางเศรษฐกิจอื่นมาเพิ่มให้มากกว่านี้

โดยเฉพาะการฟื้นตัวในระยะยาวต้องอาศัยศักยภาพ ไม่ใช่จะสามารถใช้ภาวะเศรษฐกิจปกติมาขับเคลื่อนทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นมาได้

ดังนั้น ในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ แต่ละจังหวัดจึงเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดทั้งในระยะสั้น และโครงการเชิงนโยบายในระยะยาว ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณมากเป็นหลาย 100 ล้านบาท ถึงระดับพันล้านบาท เช่น ศูนย์การแพทย์ สนามบินพัทลุง สินค้าประมง ห่วงโซ่ความเย็น การท่องเที่ยว วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช สู่มรดกโลก ฯลฯ

ข้อเสนอแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยมีการจัดสรรงบประมาณที่จะให้แต่ละจังหวัด และกลุ่มจังหวัด 100 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคราชการ 50 ล้านบาท และภาคเอกชน 50 ล้านบาท

ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) เป็นลักษณะโครงการเชิงนโยบายที่จังหวัดและกลุ่มจังหวัดอยากจะขอสนับสนุนให้บรรจุโครงการไว้ แต่ไม่รู้ว่าได้รับงบประมาณสนับสนุนเมื่อใด และโครงการเร่งรัด แบ่งเป็นส่วนของราชการ 50 ล้านบาท และกลุ่มเอกชนอีก 50 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะต้องผ่านการกลั่นกรองของหน่วยงานส่วนกลางอีกครั้ง

โครงการทั้งหมดที่ภาครัฐและภาคเอกชนเสนอร่วมกันมีทั้งหมด 46 โครงการ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 23 โครงการ และส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) รวมทั้งสิ้น 23 โครงการเช่นกัน สำหรับโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้ยอ

ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีทั้งหมด 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มความปลอดภัย ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนเกาะมุกข์-ควนรา (เป็นตอน ๆ) 2.โครงการก่อสร้างผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก สายดอนแบก-พลายทอง หมู่ที่ 1 ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง

3.โครงการแก้ไขและป้องกันน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 42 กม.30+500-30+900 ตอนคลองแงะ-นาจวก 4.โครงการเพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ประสบภัยในกรณีฉุกเฉิน 5.โครงการพัฒนาพื้นที่น้ำตกกะเปาะเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ 6.โครงการพัฒนาพื้นที่เขาเจ้าเมืองเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) มีทั้งหมด 7 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนา Soft Power ยกระดับขีดความสามารถอาหารใต้สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว

2.โครงการกำจัดวัชพืชและพืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา 3.พัฒนาเขตนวัตกรรมมูลค่าสูงภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

4.โครงการจัดตั้งศูนย์การส่งออกสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ พร้อม Lab รับรองคุณภาพและออกใบรับรองสินค้าเกษตร (One Stop Export Center : OSEC) 5.การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวตัวอย่างแบบครบวงจรของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 6.โครงการจัดตั้งศูนย์แพทย์แบบองค์รวม และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และ 7.โครงการก่อสร้างอาคารหอประชุมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นครศรีฯชูงบฯอาหารมูลค่าสูง

นายประยูร เงินพรหม ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชผลักดันทั้งหมด 5 โครงการ แบ่งเป็นส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงและก่อสร้างสะพานคลองเก เนื่องจากเหตุภัยพิบัติ 2.โครงการปรับปรุงชั้นพื้นทางและผิวทางถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต สายบ้านหัวไทร-บ้านปากคลองแดน (นศ.ถ.1-0059)

ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการแช่แข็งวัตถุดิบอาหารทะเลมูลค่าสูง ด้วยการแช่แข็งด้วยน้ำเกลือ (Brine Freezing) 2.โครงการสีสันราชดำเนิน Light & Sound 3.โครงการนครศรีเที่ยวทั้งปี

สุราษฎร์ฯชงรับทุเรียนแสนตัน

นายอาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จ.สุราษฎร์ธานี เตรียมนำเสนอ ครม.สัญจรทั้งหมด 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีทั้งหมด 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเกษตรอัจฉริยะ Web App “Durian Smart Farm Plus+” งบประมาณ 26 ล้านบาท

โดยวางแผนเพื่อเตรียมรับมือในอีก 2 ปีข้างหน้า ผลผลิตทุเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ฯจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิมที่มีผลผลิตอยู่ประมาณ 40,000 ตัน/ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ตัน/ปี ให้สามารถส่งออกได้ทั้งหมด ป้องกันปัญหาทุเรียนล้นตลาดในอนาคต

โดยจะมีการวัดค่าดิน การใส่น้ำ การใส่ปุ๋ย การวัดคุณภาพของผลผลิต, การเพิ่มคุณภาพของทุเรียน เช่น การวัดระดับความสุก-แก่ ปริมาณแป้ง ก่อนเก็บเกี่ยว และการประชาสัมพันธ์การใช้งาน GIS และ IOT (Internet of Things) จะมีการระบุแปลง มีคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบ นอกจากนี้จะวางแผนการตลาดล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

2.โครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 401 ตอนกิโลศูนย์-หนองบัว ต.วัดประดู่ อ.เมือง 401 บริเวณหน้า บขส. ต.ประดู่ ถือเป็นเส้นทางสัญจรหลักสำหรับเข้าเมือง แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม ดินโคลนจากภูเขาจะไหลลงไปอุดท่อระบายน้ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังสูงเกือบ 1 เมตร จึงขอเสนอเพื่อให้การขุดลอกท่อใหม่ และทำคันป้องกันน้ำท่วมถาวร ของบประมาณ 12 ล้านบาท

3.โครงการยกระดับอุทยานธรรมเขานาในหลวง อ.พนม สู่การท่องเที่ยวระดับสากล หลังจากได้รับผลการโหวตรางวัลแหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ทางขึ้นเขามีระยะทางรวม 500 ม. เป็นดินแดงที่ถมไว้ มีความสูงชัน ด้านไหล่ทางเป็นเหว ไม่มีขอบกั้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุจึงของบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูทางขึ้นวัดป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

4.โครงการศูนย์เตือนภัยเพื่อการท่องเที่ยว (เขื่อนรัชชประภา) หลังจากเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มถึง 2 ครั้ง พบปัญหาว่าการค้นหาตำแหน่งเรือที่ล่มเป็นไปอย่างล่าช้า จึงขอเสนอให้มีการตั้งศูนย์เตือนภัย งบประมาณ 1.5 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันท่วงที และสร้างความเชื่อมั่นให้
นักท่องเที่ยวได้

ส่วนโครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.) มี 1 โครงการ ได้แก่ โครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 4112 ตอน 1 สวนแตง-ไชยา ต.วัง อ.ท่าชนะ เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังบนผิวจราจร จึงของบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจร และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร

นครศรีธรรมราช

สงขลาชูสู่เมืองมรดกโลก

รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาแจ้งว่า ได้เสนอ ครม.สัญจร ส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย-ถนนสาย สข.2080 แยก ทล. หมายเลข 42-บ้านท่าม่วง-ถนนสาย สข.2082 แยก ทล. หมายเลข 42-บ้านเทพา

2.โครงการซ่อมแซมและป้องกันการกัดเซาะไหล่ทางหลวงชนบทสาย สข.2004 แยก ทล.43 (กม.ที่ 44+428)-เขตเทศบาลนครสงขลา 3.โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Hi (หรอย) Hatyai 4.โครงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อส่งเสริมและสร้างรายได้สู่การท่องเที่ยวชุมชน 5.โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Hi Songkhla สีสันชายหาดวิถีเมืองสองเล

ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารภาคใต้ ครัวใต้สู่ครัวโลก (Southern Food Hub To The World) 2.โครงการพัฒนาศักยภาพเมืองและชุมชนเพื่อสนับสนุนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก

3.โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณแยกน้ำกระจาย จังหวัดสงขลา 4.โครงการจัดตั้งเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) หาดใหญ่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และ 5.โครงการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง ตอนที่ 1 (ถนนเลี่ยงเมืองหาดใหญ่-ทล.4145)

พัทลุงชงโครงการป้องน้ำท่วม

นายกิตติพิชญ์ กลับคุณ ประธานหอการค้าจังหวัดพัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดพัทลุงเสนอ ครม.สัญจรทั้งหมด 3 โครงการ แบ่งเป็นส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองปรางหมู่ ความยาว 360 เมตร บ้านป่ายาง หมู่ที่ 7 ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง 2.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองเตราะ (ฝั่งทิศใต้) ความยาว 210 เมตร ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง

ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 1 โครงการ ได้แก่ โครงการยกระดับมาตรฐานทางและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน ควบคุม 1302 ตอน พัทลุง

“ชุมพร” ดันขยาย “เพชรเกษม” 8 เลน รองรับสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาคถนน-ราง

จังหวัดชุมพรถือเป็นประตูสู่ภาคใต้ โดยถูกกำหนดในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ให้เป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค” ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงแรกนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 420 กม. มาสิ้นสุดที่ จ.ชุมพร รวมถึงโครงการ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งจะเริ่มต้นที่ จ.ชุมพร ขณะที่ปัจจุบันจังหวัดชุมพรเองมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคเกษตร และการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับยังไม่เพียงพอ

นายกมล เรืองตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดชุมพรเตรียมเสนอที่ประชุม ครม.สัญจรทั้งหมด 10 โครงการ แบ่งเป็นโครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองน้อย หมู่ที่ 8 ต.ครน อ.สวี

2.โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองอาร์ ถนนสายปังหวาน-บ้านท่าแพ ช่วง กม.ที่ 0+700 หมู่ที่ 7 ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ 3.โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองน้อย หมู่ที่ 8 และ 14 ต.ครน อ.สวี และ 4.โครงการปรับปรุงขยายถนนสาย ชพ.5064 แยก ทช.ชพ.4004-ทางเข้าสนามบินชุมพร ต.ชุมโค อ.ปะทิว

ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.) มีทั้งหมด 6 โครงการ โดย 4 โครงการแรกเป็นโครงการตามกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท และอีก 2 โครงการเป็นโครงการระดับนโยบายที่นำเสนอถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญสูงที่คนในพื้นที่ต้องการ แม้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ แต่ถ้าจะทำโครงการในอนาคตก็ขอให้นำโครงการที่ผ่าน ครม.แล้ว นำมาพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณอันดับต้น ๆ

โดยเฉพาะ 1.โครงการขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 สายสี่แยกปฐมพร-พัทลุง จาก 4 ช่องจราจร เป็น 8 ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ 170 กม. มูลค่าโครงการระดับแสนล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการใช้งบประมาณสูง จึงขอให้ทยอยก่อสร้างเป็นเฟส ๆ ไป โดยช่วงแรกขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 จากสี่แยกปฐมพร ผ่านอำเภอหลังสวน

ไปสิ้นสุดที่อำเภอละแม ระยะทาง 100 กม. เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีล้งทุเรียนตั้งอยู่จำนวนมาก ทำให้ช่วงฤดูที่ผลผลิตทุเรียนออกจะมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกจำนวนมาก และถือเป็นถนนเส้นเศรษฐกิจสำคัญ

“ทางหอการค้าจังหวัดชุมพรเสนอให้ขยายถนนเพชรเกษมจาก 4 เลน เป็น 8 เลนเอง (1) เพื่อลดความแออัด เนื่องจากชุมพรเป็นประตูสู่ภาคใต้ การวิ่งรถไปภาคใต้ต้องผ่านชุมพร ช่วงปกติมีรถวิ่งผ่านประมาณ 2 หมื่นคันต่อวัน ช่วงเทศกาลประมาณ 3 หมื่นคันต่อวัน ค่อนข้างแออัด และเกิดอุบัติเหตุทำให้การจราจรหยุดชะงักบ่อย (2) ฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วม ทำให้การสัญจรในภาคใต้มีปัญหาติดขัด (3) ช่วงฤดูกาลทุเรียนออกมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมากวิ่งขนส่งทุเรียนบริเวณ อ.หลังสวน

นอกจากนี้ ชุมพรจำเป็นต้องทำโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ตามกรอบเดิมกำหนดเฟสแรกจะแล้วเสร็จปี 2573 และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) กำหนดให้ภาคใต้ตอนบนเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค”

ชุมพร

ดังนั้น ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นจะมีการขนส่งทางรถไฟ โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงแรกนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 420 กม. มาสิ้นสุดที่ จ.ชุมพร ซึ่งนโยบายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะให้ชุมพรเป็น “ศูนย์กลางการขนส่งทางราง” จึงจำเป็นต้องทำโครงข่ายเชื่อมต่อระบบการขนส่งทั้งทางรถ และทางรางในระดับภูมิภาค

และ 2.โครงการป้องกันอุทกภัย เนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2567 เกิดน้ำท่วมหนักบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 จำนวน 3 จุด ระหว่างสี่แยกปฐมพร-อ.หลังสวน ได้แก่ 1.บริเวณพระธาตุสวี 2.หน้า ตชด.41 และ 3.หน้า บขส. ส่งผลให้รถวิ่งลงไปภาคใต้ไม่ได้นานกว่า 10 ชม. จึงต้องการของบประมาณเพื่อขยายและขุดลอกคลองสวีที่ตีบตันให้กว้างขึ้น เพื่อระบายน้ำลงทะเลให้ได้เร็วที่สุด

สำหรับ 4 โครงการตามกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) แบ่งเป็น ภาคเกษตร 53% ภาคการท่องเที่ยว 38% ที่เหลือ 10% เป็นภาคอุตสาหกรรม และอื่น ๆ ซึ่งการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรต้องใช้เวลา จึงมาผลักดันภาคการท่องเที่ยวที่จะสามารถสร้างเม็ดเงินได้เร็ว และปักธงเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) มูลค่าสูง

ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนถ้ำเขาพลู ต.สวนแตง อ.ละแม งบประมาณ 10 ล้านบาท โดยแผนระยะสั้นให้คนมาผ่อนคลายระหว่างเดินทางลงภาคใต้ และอนาคตหากนักท่องเที่ยวเข้ามามากจะขยายเป็นที่พักค้างคืน มาแช่ออนเซ็น มาอบเซาน่าได้

2.โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขาดินสอ ต.สะพลี อ.ปะทิว งบประมาณ 28 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ปรับปรุงถนนขึ้นจุดชมวิว และสร้างจุดเด่นใหม่ ๆ รองรับนักท่องเที่ยวปีละนับแสนคนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

3.โครงการก่อสร้างสะพานพรุกระจูด ความยาว 50 เมตร ชนิดมีทางเท้ากว้าง 1.50 เมตร ต.หาดทรายรี อ.เมือง งบประมาณ 12 ล้านบาท จะช่วยย่นระยะทางได้ 5-10 กม. ทำให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย เนื่องจากช่วงฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วม

4.โครงการก่อสร้างคลองผันน้ำ (ขุดใหม่) ความยาว 3,343 เมตร พร้อมอาคารประกอบ โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มน้ำคลองชุมพร) ระยะที่ 2 ต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 46 โครงการแสนล้าน ชง ครม.สัญจร 5 จังหวัดภาคใต้ 18 ก.พ.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...