เปิด 46 โครงการแสนล้าน ชง ครม.สัญจร 5 จังหวัดภาคใต้ 18 ก.พ.นี้
ระหว่างวันที่ 16-18 ก.พ. 68 จะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2568 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย 5 จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา ทางภาครัฐ และภาคเอกชนได้เตรียมโครงการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดไว้มากมาย แต่ถูกตัดเหลือ 46 โครงการตามกรอบวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด
แต่ได้มีการเปิดช่องให้เสนอโครงการระดับนโยบายที่คนในพื้นที่ต้องการในลักษณะ “แปะโป้ง” ไว้ก่อน แม้จะไม่ได้รับงบประมาณในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้
นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มอ่าวไทย 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ถือเป็นที่ตั้งของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งอยู่บริเวณตอนบนของภาคใต้ของประเทศไทย ส่วน จ.ระนองอยู่ฝั่งอันดามัน ตัวเศรษฐกิจหลักอยู่ที่ฐานจังหวัดในอ่าวไทยเป็นหลัก
โดยเฉพาะ 2 จังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช มีประชากรรวมกันเกือบ 2.5 ล้านคน หากรวม 3 จังหวัดประมาณเกือบ 3 ล้านคน ขณะที่ประชากรรวมของภาคใต้มีประมาณ 9 ล้านคน ตั้งแต่เหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา และการกีดกันทางการค้าค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้น ภาคใต้ต้องการเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจนอกจากภาคการท่องเที่ยว จึงต้องการหากิจการทางเศรษฐกิจอื่นมาเพิ่มให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะการฟื้นตัวในระยะยาวต้องอาศัยศักยภาพ ไม่ใช่จะสามารถใช้ภาวะเศรษฐกิจปกติมาขับเคลื่อนทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นมาได้
ดังนั้น ในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ แต่ละจังหวัดจึงเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดทั้งในระยะสั้น และโครงการเชิงนโยบายในระยะยาว ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณมากเป็นหลาย 100 ล้านบาท ถึงระดับพันล้านบาท เช่น ศูนย์การแพทย์ สนามบินพัทลุง สินค้าประมง ห่วงโซ่ความเย็น การท่องเที่ยว วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช สู่มรดกโลก ฯลฯ
ข้อเสนอแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยมีการจัดสรรงบประมาณที่จะให้แต่ละจังหวัด และกลุ่มจังหวัด 100 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคราชการ 50 ล้านบาท และภาคเอกชน 50 ล้านบาท
ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) เป็นลักษณะโครงการเชิงนโยบายที่จังหวัดและกลุ่มจังหวัดอยากจะขอสนับสนุนให้บรรจุโครงการไว้ แต่ไม่รู้ว่าได้รับงบประมาณสนับสนุนเมื่อใด และโครงการเร่งรัด แบ่งเป็นส่วนของราชการ 50 ล้านบาท และกลุ่มเอกชนอีก 50 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะต้องผ่านการกลั่นกรองของหน่วยงานส่วนกลางอีกครั้ง
โครงการทั้งหมดที่ภาครัฐและภาคเอกชนเสนอร่วมกันมีทั้งหมด 46 โครงการ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 23 โครงการ และส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) รวมทั้งสิ้น 23 โครงการเช่นกัน สำหรับโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ส่วนที่ 1 โครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีทั้งหมด 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มความปลอดภัย ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนเกาะมุกข์-ควนรา (เป็นตอน ๆ) 2.โครงการก่อสร้างผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก สายดอนแบก-พลายทอง หมู่ที่ 1 ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
3.โครงการแก้ไขและป้องกันน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 42 กม.30+500-30+900 ตอนคลองแงะ-นาจวก 4.โครงการเพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ประสบภัยในกรณีฉุกเฉิน 5.โครงการพัฒนาพื้นที่น้ำตกกะเปาะเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ 6.โครงการพัฒนาพื้นที่เขาเจ้าเมืองเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) มีทั้งหมด 7 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนา Soft Power ยกระดับขีดความสามารถอาหารใต้สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว
2.โครงการกำจัดวัชพืชและพืชต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา 3.พัฒนาเขตนวัตกรรมมูลค่าสูงภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
4.โครงการจัดตั้งศูนย์การส่งออกสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ พร้อม Lab รับรองคุณภาพและออกใบรับรองสินค้าเกษตร (One Stop Export Center : OSEC) 5.การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวตัวอย่างแบบครบวงจรของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 6.โครงการจัดตั้งศูนย์แพทย์แบบองค์รวม และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และ 7.โครงการก่อสร้างอาคารหอประชุมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นครศรีฯชูงบฯอาหารมูลค่าสูง
นายประยูร เงินพรหม ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชผลักดันทั้งหมด 5 โครงการ แบ่งเป็นส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงและก่อสร้างสะพานคลองเก เนื่องจากเหตุภัยพิบัติ 2.โครงการปรับปรุงชั้นพื้นทางและผิวทางถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต สายบ้านหัวไทร-บ้านปากคลองแดน (นศ.ถ.1-0059)
ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการแช่แข็งวัตถุดิบอาหารทะเลมูลค่าสูง ด้วยการแช่แข็งด้วยน้ำเกลือ (Brine Freezing) 2.โครงการสีสันราชดำเนิน Light & Sound 3.โครงการนครศรีเที่ยวทั้งปี
สุราษฎร์ฯชงรับทุเรียนแสนตัน
นายอาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จ.สุราษฎร์ธานี เตรียมนำเสนอ ครม.สัญจรทั้งหมด 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีทั้งหมด 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเกษตรอัจฉริยะ Web App “Durian Smart Farm Plus+” งบประมาณ 26 ล้านบาท
โดยวางแผนเพื่อเตรียมรับมือในอีก 2 ปีข้างหน้า ผลผลิตทุเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ฯจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิมที่มีผลผลิตอยู่ประมาณ 40,000 ตัน/ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ตัน/ปี ให้สามารถส่งออกได้ทั้งหมด ป้องกันปัญหาทุเรียนล้นตลาดในอนาคต
โดยจะมีการวัดค่าดิน การใส่น้ำ การใส่ปุ๋ย การวัดคุณภาพของผลผลิต, การเพิ่มคุณภาพของทุเรียน เช่น การวัดระดับความสุก-แก่ ปริมาณแป้ง ก่อนเก็บเกี่ยว และการประชาสัมพันธ์การใช้งาน GIS และ IOT (Internet of Things) จะมีการระบุแปลง มีคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบ นอกจากนี้จะวางแผนการตลาดล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
2.โครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 401 ตอนกิโลศูนย์-หนองบัว ต.วัดประดู่ อ.เมือง 401 บริเวณหน้า บขส. ต.ประดู่ ถือเป็นเส้นทางสัญจรหลักสำหรับเข้าเมือง แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม ดินโคลนจากภูเขาจะไหลลงไปอุดท่อระบายน้ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังสูงเกือบ 1 เมตร จึงขอเสนอเพื่อให้การขุดลอกท่อใหม่ และทำคันป้องกันน้ำท่วมถาวร ของบประมาณ 12 ล้านบาท
3.โครงการยกระดับอุทยานธรรมเขานาในหลวง อ.พนม สู่การท่องเที่ยวระดับสากล หลังจากได้รับผลการโหวตรางวัลแหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ทางขึ้นเขามีระยะทางรวม 500 ม. เป็นดินแดงที่ถมไว้ มีความสูงชัน ด้านไหล่ทางเป็นเหว ไม่มีขอบกั้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุจึงของบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูทางขึ้นวัดป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
4.โครงการศูนย์เตือนภัยเพื่อการท่องเที่ยว (เขื่อนรัชชประภา) หลังจากเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มถึง 2 ครั้ง พบปัญหาว่าการค้นหาตำแหน่งเรือที่ล่มเป็นไปอย่างล่าช้า จึงขอเสนอให้มีการตั้งศูนย์เตือนภัย งบประมาณ 1.5 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันท่วงที และสร้างความเชื่อมั่นให้ นักท่องเที่ยวได้
ส่วนโครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.) มี 1 โครงการ ได้แก่ โครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 4112 ตอน 1 สวนแตง-ไชยา ต.วัง อ.ท่าชนะ เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังบนผิวจราจร จึงของบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจร และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร
สงขลาชูสู่เมืองมรดกโลก
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาแจ้งว่า ได้เสนอ ครม.สัญจร ส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย-ถนนสาย สข.2080 แยก ทล. หมายเลข 42-บ้านท่าม่วง-ถนนสาย สข.2082 แยก ทล. หมายเลข 42-บ้านเทพา
2.โครงการซ่อมแซมและป้องกันการกัดเซาะไหล่ทางหลวงชนบทสาย สข.2004 แยก ทล.43 (กม.ที่ 44+428)-เขตเทศบาลนครสงขลา 3.โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Hi (หรอย) Hatyai 4.โครงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อส่งเสริมและสร้างรายได้สู่การท่องเที่ยวชุมชน 5.โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Hi Songkhla สีสันชายหาดวิถีเมืองสองเล
ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารภาคใต้ ครัวใต้สู่ครัวโลก (Southern Food Hub To The World) 2.โครงการพัฒนาศักยภาพเมืองและชุมชนเพื่อสนับสนุนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก
3.โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณแยกน้ำกระจาย จังหวัดสงขลา 4.โครงการจัดตั้งเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) หาดใหญ่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และ 5.โครงการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง ตอนที่ 1 (ถนนเลี่ยงเมืองหาดใหญ่-ทล.4145)
พัทลุงชงโครงการป้องน้ำท่วม
นายกิตติพิชญ์ กลับคุณ ประธานหอการค้าจังหวัดพัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดพัทลุงเสนอ ครม.สัญจรทั้งหมด 3 โครงการ แบ่งเป็นส่วนที่ 1 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองปรางหมู่ ความยาว 360 เมตร บ้านป่ายาง หมู่ที่ 7 ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง 2.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองเตราะ (ฝั่งทิศใต้) ความยาว 210 เมตร ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
ส่วนที่ 2 กรอ.กลุ่มจังหวัดเสนอ 1 โครงการ ได้แก่ โครงการยกระดับมาตรฐานทางและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน ควบคุม 1302 ตอน พัทลุง
“ชุมพร” ดันขยาย “เพชรเกษม” 8 เลน รองรับสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาคถนน-ราง
จังหวัดชุมพรถือเป็นประตูสู่ภาคใต้ โดยถูกกำหนดในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ให้เป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค” ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงแรกนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 420 กม. มาสิ้นสุดที่ จ.ชุมพร รวมถึงโครงการ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งจะเริ่มต้นที่ จ.ชุมพร ขณะที่ปัจจุบันจังหวัดชุมพรเองมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคเกษตร และการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับยังไม่เพียงพอ
นายกมล เรืองตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดชุมพรเตรียมเสนอที่ประชุม ครม.สัญจรทั้งหมด 10 โครงการ แบ่งเป็นโครงการสำคัญที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มี 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองน้อย หมู่ที่ 8 ต.ครน อ.สวี
2.โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองอาร์ ถนนสายปังหวาน-บ้านท่าแพ ช่วง กม.ที่ 0+700 หมู่ที่ 7 ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ 3.โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองน้อย หมู่ที่ 8 และ 14 ต.ครน อ.สวี และ 4.โครงการปรับปรุงขยายถนนสาย ชพ.5064 แยก ทช.ชพ.4004-ทางเข้าสนามบินชุมพร ต.ชุมโค อ.ปะทิว
ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยของภาคเอกชน (กรอ.) มีทั้งหมด 6 โครงการ โดย 4 โครงการแรกเป็นโครงการตามกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท และอีก 2 โครงการเป็นโครงการระดับนโยบายที่นำเสนอถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญสูงที่คนในพื้นที่ต้องการ แม้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ แต่ถ้าจะทำโครงการในอนาคตก็ขอให้นำโครงการที่ผ่าน ครม.แล้ว นำมาพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณอันดับต้น ๆ
โดยเฉพาะ 1.โครงการขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 สายสี่แยกปฐมพร-พัทลุง จาก 4 ช่องจราจร เป็น 8 ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ 170 กม. มูลค่าโครงการระดับแสนล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการใช้งบประมาณสูง จึงขอให้ทยอยก่อสร้างเป็นเฟส ๆ ไป โดยช่วงแรกขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 จากสี่แยกปฐมพร ผ่านอำเภอหลังสวน
ไปสิ้นสุดที่อำเภอละแม ระยะทาง 100 กม. เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีล้งทุเรียนตั้งอยู่จำนวนมาก ทำให้ช่วงฤดูที่ผลผลิตทุเรียนออกจะมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกจำนวนมาก และถือเป็นถนนเส้นเศรษฐกิจสำคัญ
“ทางหอการค้าจังหวัดชุมพรเสนอให้ขยายถนนเพชรเกษมจาก 4 เลน เป็น 8 เลนเอง (1) เพื่อลดความแออัด เนื่องจากชุมพรเป็นประตูสู่ภาคใต้ การวิ่งรถไปภาคใต้ต้องผ่านชุมพร ช่วงปกติมีรถวิ่งผ่านประมาณ 2 หมื่นคันต่อวัน ช่วงเทศกาลประมาณ 3 หมื่นคันต่อวัน ค่อนข้างแออัด และเกิดอุบัติเหตุทำให้การจราจรหยุดชะงักบ่อย (2) ฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วม ทำให้การสัญจรในภาคใต้มีปัญหาติดขัด (3) ช่วงฤดูกาลทุเรียนออกมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมากวิ่งขนส่งทุเรียนบริเวณ อ.หลังสวน
นอกจากนี้ ชุมพรจำเป็นต้องทำโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ตามกรอบเดิมกำหนดเฟสแรกจะแล้วเสร็จปี 2573 และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) กำหนดให้ภาคใต้ตอนบนเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค”
ดังนั้น ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นจะมีการขนส่งทางรถไฟ โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงแรกนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 420 กม. มาสิ้นสุดที่ จ.ชุมพร ซึ่งนโยบายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะให้ชุมพรเป็น “ศูนย์กลางการขนส่งทางราง” จึงจำเป็นต้องทำโครงข่ายเชื่อมต่อระบบการขนส่งทั้งทางรถ และทางรางในระดับภูมิภาค
และ 2.โครงการป้องกันอุทกภัย เนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2567 เกิดน้ำท่วมหนักบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 จำนวน 3 จุด ระหว่างสี่แยกปฐมพร-อ.หลังสวน ได้แก่ 1.บริเวณพระธาตุสวี 2.หน้า ตชด.41 และ 3.หน้า บขส. ส่งผลให้รถวิ่งลงไปภาคใต้ไม่ได้นานกว่า 10 ชม. จึงต้องการของบประมาณเพื่อขยายและขุดลอกคลองสวีที่ตีบตันให้กว้างขึ้น เพื่อระบายน้ำลงทะเลให้ได้เร็วที่สุด
สำหรับ 4 โครงการตามกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) แบ่งเป็น ภาคเกษตร 53% ภาคการท่องเที่ยว 38% ที่เหลือ 10% เป็นภาคอุตสาหกรรม และอื่น ๆ ซึ่งการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรต้องใช้เวลา จึงมาผลักดันภาคการท่องเที่ยวที่จะสามารถสร้างเม็ดเงินได้เร็ว และปักธงเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) มูลค่าสูง
ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนถ้ำเขาพลู ต.สวนแตง อ.ละแม งบประมาณ 10 ล้านบาท โดยแผนระยะสั้นให้คนมาผ่อนคลายระหว่างเดินทางลงภาคใต้ และอนาคตหากนักท่องเที่ยวเข้ามามากจะขยายเป็นที่พักค้างคืน มาแช่ออนเซ็น มาอบเซาน่าได้
2.โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขาดินสอ ต.สะพลี อ.ปะทิว งบประมาณ 28 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ปรับปรุงถนนขึ้นจุดชมวิว และสร้างจุดเด่นใหม่ ๆ รองรับนักท่องเที่ยวปีละนับแสนคนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
3.โครงการก่อสร้างสะพานพรุกระจูด ความยาว 50 เมตร ชนิดมีทางเท้ากว้าง 1.50 เมตร ต.หาดทรายรี อ.เมือง งบประมาณ 12 ล้านบาท จะช่วยย่นระยะทางได้ 5-10 กม. ทำให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย เนื่องจากช่วงฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วม
4.โครงการก่อสร้างคลองผันน้ำ (ขุดใหม่) ความยาว 3,343 เมตร พร้อมอาคารประกอบ โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มน้ำคลองชุมพร) ระยะที่ 2 ต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 46 โครงการแสนล้าน ชง ครม.สัญจร 5 จังหวัดภาคใต้ 18 ก.พ.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net