โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : ริกเตอร์หรือแมกนิจูด? ไขความต่างของสองคำที่มาพร้อมแรงสั่นสะเทือน

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 22.57 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนตระหนักและเริ่มให้ความสนใจกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวมากยิ่งขึ้น โดยคำศัพท์ที่ได้ยินจากการรายงานข่าว ได้แก่ “ริกเตอร์” และ “แมกนิจูด” มักก่อให้เกิดความสับสนว่า แท้จริงแล้วแผ่นดินไหวมีวิธีการวัดขนาดอย่างไร และค่าที่รายงานนั้นหมายถึงอะไรกันแน่

ดร.สุทธิพงษ์ น้อยสกุล อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลผ่านรายการ Mahidol Science Café ถามตอบข้อสงสัยแผ่นดินไหว เอาไว้ว่า แท้จริงแล้วในการวัดค่าแผ่นดินไหวนั้น “ไม่มีหน่วยวัด” แต่ “ริกเตอร์” คือชื่อมาตราวัดขนาดแผ่นดินไหว ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย ประเทศไทยก็ใช้มาตราริกเตอร์ในการวัดขนาดแผ่นดินไหวด้วยเช่นกัน

ริกเตอร์

กรมทรัพยากรธรณีให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตราริกเตอร์ (Richter scale) ไว้ดังนี้
มาตราริกเตอร์ (Richter scale) ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2478 โดย Charles F.Richter โดยเป็นตัวเลขที่ทำให้สามารถเปรียบเทียบขนาดของแผ่นดินไหวต่าง ๆ กันได้ เป็นมาตราที่วัดขนาดของแผ่นดินไหว ซึ่งบันทึกได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismograph) ไม่ใช่หน่วยวัดเพื่อแสดงผลของความเสียหายที่เกิดขึ้น

แมกนิจูด

ข้อมูลที่เผยแพร่ในบทความออนไลน์ เรื่อง ชีวิตสับสน : หน่วยของขนาดและความรุนแรงของแผ่นดินไหว ไม่ใช่ทั้ง “ริกเตอร์” และ “แมกนิจูด” โดย นิตยสารสาระวิทย์ โดย สวทช. กล่าวถึงแมกนิจูดเอาไว้ว่า แมกนิจูด (magnitude) แปลว่า ขนาด(ของแผ่นดินไหว) ไม่ใช่หน่วย ซึ่งในข่าวต่างประเทศจะใช้คำว่า 7.8 magnitude earthquake/quake เมื่อแปลเป็นไทยก็คือ “แผ่นดินไหวขนาด 7.8” นั่นเอง ทำให้ไม่ต้องเติมแมกนิจูดต่อท้าย

นอกจากนี้ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับ แมกนิจูด (magnitude) เอาไว้ว่า
แมกนิจูด (magnitude) แปลว่า ขนาด(ของแผ่นดินไหว) ซึ่งแบ่งความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง ได้ดังนี้

ขนาด ความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง 1-2.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ 3-3.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน 4-4.9 เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว 5-5.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่ 6-6.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย 7.0 ขึ้นไป เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น ข้อมูลจาก : กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ความรุนแรงของแผ่นดินไหว

นอกจากมาตราวัดริกเตอร์และขนาดแมกนิจูดแล้ว อีกหนึ่งคำที่ผู้คนมักเกิดความสับสนเมื่อได้ยินคือ “ความรุนแรงของแผ่นดินไหว (intensity)” ซึ่งกำหนดระดับความรุนแรง โดยใช้ความรู้สึกของการสั่นสะเทือนกับความเสียหายที่เกิดขึ้น สำหรับประเทศไทยใช้ “มาตราเมอร์คัลลิ” ในการวัดระดับความรุนแรง โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ มาตราเมอร์คัลลิ (Mercalli scale) ไว้ดังนี้

มาตราเมอร์คัลลิ (Mercalli scale) เป็นมาตราวัดแบบใช้คำบรรยายที่บอกให้ทราบถึงความรุนแรงของความไหวสะเทือนที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยสังเกตความรุนแรงของความเสียหายหรือความรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหว มาตราเมอร์คัลลิเดิมกำหนดขึ้นโดยจูเซปเป แมร์คัลลิ (Giuseppe Mercalli) นักธรณีวิทยาชาวอิตาลี ใน พ.ศ. 2445 แบ่งระดับความเข้มเป็น 10 ระดับ ต่อมามาตรานี้ได้ปรับปรุงใหม่แบ่งความเข้มเป็น 12 ระดับ ดังนี้

อันดับที่ ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ I เป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ II พอรู้สึกได้สำหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ ในอาคารสูง ๆ III พอรู้สึกได้สำหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก IV ผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว V รู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว VI รู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว VII ทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฎความเสียหาย VIII เสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา IX สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก X อาคารพัง รางรถไฟบิดงอ XI อาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบนพื้นดินอ่อน XII ทำลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน ข้อมูลจาก : กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

แผ่นดินไหวขนาดเท่าไรกันแน่ ทำไมตัวเลขจึงไม่ตรงกัน?

ดร.สุทธิพงษ์ น้อยสกุล กล่าวว่า อีกชื่อหนึ่งของ “มาตราริกเตอร์” คือ “มาตราท้องถิ่น” ดังนั้น แต่ละพื้นที่ก็จะมีวิธีการวัดที่แตกต่างกันได้ ทำให้ในการแปลงหน่วยอาจจะไม่ได้ตัวเลขที่ตรงไปตรงมาเหมือนการวัดขนาดสิ่งของด้วย “มาตราเมตริก” (Metric System) เช่น เมตร เซนติเมตร หรือ กิโลกรัม เนื่องจากแต่ละพื้นที่บนโลกอาจแปลงค่ามาตราริกเตอร์ต่างกันได้

จากข้อมูลโดย นิตยสารสาระวิทย์ โดย สวทช. พบว่า มาตราริกเตอร์ ไม่สามารถใช้วัดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิน 7 ได้ ต่อมาจึงได้มีการพัฒนามาตราวัดแผ่นดินไหวอื่น ๆ ขึ้นมาเพิ่มเติม เช่น มาตราโมเมนต์ (Mw), มาตราคลื่นตัวกลาง (mb), มาตราคลื่นผิว (MS) ซึ่งมาตราวัดแผ่นดินไหวที่นิยมใช้คือ มาตราโมเมนต์ (Mw) ที่สามารถวัดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้อย่างแม่นยำ

ดังนั้น เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เราอาจได้เห็นค่าขนาดของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็น 8.2 ซึ่งเป็นค่าตามมาตราริกเตอร์ (ML) ที่ใช้เป็นมาตรฐานในประเทศไทย ในขณะที่หน่วยงานนานาชาติ เช่น USGS, EMSC วัดด้วยมาตราโมเมนต์ (Mw) ได้ขนาด Mw 7.7 นั่นเอง

5 เมษายน 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
เขียนและรวบรวม โดย นัฐภรณ์ ผลพฤกษา

อ้างอิง

https://www.facebook.com/MahidolSC/videos/1671942647041493
https://www.nstda.or.th/sci2pub/richter-magnitude
https://earthquake.tmd.go.th/mi.htm
http://legacy.orst.go.th/?knowledges=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7-%E0%B9%91%E0%B9%97-%E0%B8%95
https://www.dmr.go.th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...