อุตสาหกรรมขุดบิตคอยน์ ปั่นป่วน หลังสหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้าไทย-มาเลเซีย-จีน 9 เม.ย.68
"อุตสาหกรรมขุดบิตคอยน์" ปั่นป่วน หลังสหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้าไทย-มาเลเซีย-จีน 9 เม.ย.68 Luxor เร่งส่งเครื่องขุด 5,600 เครื่องออกจากไทยก่อนทรัมป์ขึ้นภาษี 36%
วันที่ 3 เมษายน 2658 เวลา 21.55 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Lauren Lin หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Luxor Technology บริษัทซอฟต์แวร์และบริการสำหรับการขุด Bitcoin กำลังเร่งรีบอย่างหนัก เมื่อมีเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ในการขนส่งเครื่องขุดบิตคอยน์ประมาณ 5,600 เครื่อง จากประเทศไทยไปยังสหรัฐ ก่อนที่ภาษีนำเข้าที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำหนดกับประเทศไทยจะมีผลบังคับใช้
“วันนี้เรากำลังวุ่นสุด ๆ …ในอุดมคติ เราอยากเช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อนำเครื่องไปส่งให้ทัน เรากำลังพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์ทุกทางเพื่อขนเครื่องออกไปให้ได้”
ทั้งนี้ความพยายามของเธอสะท้อนถึงความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมขุดบิตคอยน์ ภายหลังจากประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ อุตสาหกรรมนี้ถูกจับอยู่ท่ามกลางสงครามการค้าของทรัมป์ โดยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายตั้งฐานในสหรัฐ ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานหลักฝังรากอยู่ในเอเชีย ผู้ขุดบิตคอยน์ใช้คอมพิวเตอร์เฉพาะทางในการแก้สมการคณิตศาสตร์ เพื่อมีโอกาสยืนยันธุรกรรม และรับรางวัลเป็นบิตคอยน์
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 ว่าจะบังคับใช้ภาษีนำเข้าขั้นต่ำ 10% กับทุกประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2568 พร้อมเก็บภาษีเพิ่มเติมกับราว 60 ประเทศที่มีดุลการค้าขาดดุลกับสหรัฐมากที่สุด
ประเทศไทยและมาเลเซียจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่านั้น คือ 36% และ 24% ตามลำดับ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน 2568
สหรัฐได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขุดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของโลก หลังจากจีนสั่งแบนอุตสาหกรรมนี้ในปี 2564 ผู้ขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐระดมทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในรัฐที่มีพลังงานราคาถูก เช่น เท็กซัส และสั่งซื้อคอมพิวเตอร์เฉพาะทางจากผู้ผลิตจีนอย่าง Bitmain Technologies Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ขุดบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุด
กาดี กลิกเบิร์ก (Gadi Glikberg) ซีอีโอของ CodeStream กล่าวว่า“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูด ไม่ใช่แค่เพราะต้นทุนพลังงาน แต่เพราะเสถียรภาพทางกฎหมาย กฎระเบียบ และเศรษฐกิจ …ภาษีที่เพิ่งประกาศไม่น่าจะทำให้เกิดการย้ายฐานครั้งใหญ่ แต่จะทำให้แผนการขยายในอนาคตชะลอหรือต้องทบทวนใหม่ เพราะผู้ขุดต้องประเมินประสิทธิภาพต้นทุนในระยะยาวอีกครั้ง”
หุ้นของบริษัทขุดบิตคอยน์ที่จดทะเบียนในสหรัฐ เช่น MARA Holdings และ CleanSpark Inc. ร่วงลงราว 10% ในวันพฤหัสบดี หลังจากทรัมป์ประกาศแผนขึ้นภาษี
ทาราส คูลิก (Taras Kulyk) ซีอีโอของ Synteq Digital ซึ่งเป็นหนึ่งในนายหน้าซื้อขายเครื่องขุดรายใหญ่ที่สุด กล่าวว่า มาตรการภาษีล่าสุดจะกดดันการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมนี้ พร้อมระบุว่า “เรายังมีเครื่อง Bitmain อีกหลายพันเครื่องที่กำลังเร่งนำเข้าจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย”
Bitmain ได้ย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคนี้หลังจากทรัมป์กำหนดภาษีนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอื่น ๆ จากจีนในปี 2561 โดยการประกาศเมื่อวันพุธหมายความว่า จีนจะถูกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) ในอัตรา 34% ซึ่งอาจทำให้ภาษีเฉลี่ยของสินค้านำเข้าจากจีนพุ่งสูงถึง 65% ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์
ผู้ขุดคริปโตในสหรัฐเผชิญกับความล่าช้าในการรับเครื่องจักรใหม่มาตั้งแต่ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง หลังจากที่ให้คำมั่นระหว่างการหาเสียงว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้เพื่อให้ Bitcoin ผลิตในอเมริกา
บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมจึงเริ่มปรับตัว เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม Bitmain ประกาศเปิดโรงงานในสหรัฐ แต่ยังไม่เปิดเผยสถานที่ชัดเจน MicroBT คู่แข่งสัญชาติจีนอีกเจ้าหนึ่ง ได้ทำข้อตกลงซื้อขายกับ Riot Blockchain Inc. โดยใช้โรงงานประกอบสินค้าในสหรัฐของ MicroBT เป็นฐานการผลิต ในเดือนธันวาคม Luxor ประกาศข้อตกลงซื้อเครื่อง WhatsMiner (ASIC) ของ MicroBT มูลค่า 131 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าดีลนี้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจของ MicroBT ในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการประกอบอุปกรณ์ในประเทศ
อย่างไรก็ตามความพยายามเหล่านี้ไม่น่าจะสามารถป้องกันผู้ซื้อ ASIC จากต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ วูลฟี่ เจา (Wolfie Zhao) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของสื่ออุตสาหกรรม TheMinerMag กล่าวว่าหากมีการเก็บภาษีนำเข้ากับชิ้นส่วนหลัก ๆ เราอาจเห็นต้นทุนการลงทุน (Capex) ของผู้ประกอบการขุดคริปโตในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น นั่นจะเพิ่มแรงกดดันให้กับตลาดที่กำลังชะลอตัวอยู่แล้ว
อ้างอิง : bloomberg.com