โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อันดับ 1 ของโลก! ผลไม้คว้าแชมป์ 96 คะแนน "ราชาสารอาหาร" แต่กินผิดเจอพิษถึงตาย

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อย่าเพิ่งกินถ้ายังไม่แกะเมล็ด! ส่องผลวิจัย BBC เผยความลับ

ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก! "เชอริโมยา" คว้า 96 คะแนนดัชนีโภชนาการ เผยคุณประโยชน์แต่มีข้อควรระวังถึงตาย

เมื่อพูดถึงผลไม้เพื่อสุขภาพที่เป็นสุดยอดอาหารหรือซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ผู้บริโภคมักจะนึกถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รี ทับทิม หรืออะโวคาโดนำเข้าที่มีการทำการตลาดอย่างแพร่หลาย ทว่าผลการวิเคราะห์ทางคลินิกอย่างเข้มงวดกลับยกให้ผลไม้เมืองร้อนชนิดหนึ่งเป็นที่สุดแห่งคุณค่าทางโภชนาการ โดยสถานีโทรทัศน์บีบีซี (BBC) ได้เผยแพร่รายงานการจัดอันดับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดในโลก และผลไม้ที่คว้าคะแนนสูงสุดบนดัชนีนี้ด้วยคะแนนสูงถึง 96 เต็ม 100 คะแนน คือ "เชอริโมยา" (Cherimoya) หรือผลไม้ในตระกูลน้อยหน่า

การค้นพบความเหนือชั้นทางโภชนาการของเชอริโมยา หรือที่ในประเทศไทยมักคุ้นเคยกันในกลุ่ม "น้อยหน่าออสเตรเลีย" ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากเป็นผลไม้ที่เพาะปลูกได้ดีในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ทำให้สามารถเข้าถึงสุดยอดผลไม้ที่มีประโยชน์ทางเคมีต่อร่างกายสูงที่สุดในโลกได้ในราคาประหยัด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวิตามินเสริมราคาแพง

"เชอริโมยา" คืออะไร?

เชอริโมยา มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Annona cherimola เป็นผลไม้ในตระกูลน้อยหน่า มีลักษณะภายนอกที่ดูธรรมดา เปลือกสีเขียวหนาคล้ายเกล็ดซ้อนทับกันคล้ายดอกอาติโชก ทว่าเนื้อเยื่อภายในกลับมีความหนาแน่น นุ่มเนียนเป็นสีขาวบริสุทธิ์และมีเมล็ดสีดำขนาดใหญ่แทรกอยู่

รสชาติของเชอริโมยามีความซับซ้อนเฉพาะตัว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าผลไม้ระหว่างประเทศอธิบายว่า รสสัมผัสของมันคือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างกล้วยหอมสุกและสับปะรดสด โดยมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มคล้ายกับคัสตาร์ดแช่เย็น ทำให้สามารถใช้ช้อนตักทานจากเปลือกได้ทันที จึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการรับประทานเป็นของหวานจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูป

  • ถิ่นกำเนิด: มีสายพันธุ์ดั้งเดิมอยู่ตามหุบเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนที่นักเดินเรือในอดีตจะนำไปแพร่กระจายและเพาะปลูกในเขตภูมิอากาศร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
  • คุณสมบัติเด่น: มีคอเลสเตอรอลเป็นศูนย์ และมีอัตราส่วนของน้ำต่อมวลสารสูงมาก จึงช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกายได้ดีเยี่ยม
  • วิธีรับประทานให้อร่อย: แนะนำให้นำไปแช่ตู้เย็นเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนนำมาผ่าครึ่งตามยาว เพื่อให้เนื้อเซ็ตตัวคล้ายคัสตาร์ดก่อนใช้ช้อนตักรับประทานสด ๆ

ข้อแตกต่างสำคัญที่ต้องรู้: อย่าสับสนกับ "น้อยหน่าไทย"
แม้ว่าเชอริโมยาจะจัดอยู่ในวงศ์ผลไม้ตระกูลน้อยหน่า (Annonaceae) เหมือนกัน แต่ผู้บริโภคไม่ควรสับสนกับน้อยหน่าพื้นเมืองของไทย เนื่องจากมีลักษณะเนื้อสัมผัสและพฤติกรรมการกินที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนี้:

  • น้อยหน่าไทย (Local Sugar Apple): เนื้อสัมผัสจะมีลักษณะเป็นร่วนซุย มีรสหวานแหลม และมี "เสี้ยนเนื้อ" ค่อนข้างหนาแน่นอยู่รอบ ๆ เมล็ดจำนวนมาก ทำให้ไม่เหมาะกับการนำไปปั่นหรือทำขนมหวานแบบฝรั่งเนื่องจากแยกกากยาก
  • เชอริโมยา (Cherimoya / น้อยหน่าออสเตรเลีย): เนื้อในจะมีความหนาแน่น เนียนละเอียด และหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันจนมีลักษณะคล้ายคัสตาร์ดหรือไอศกรีมแช่เย็น ที่สำคัญคือ ไม่มีเสี้ยนเนื้อแป้ง มารบกวน รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยวละมุนคล้ายผลไม้รวม (กล้วยผสมสับปะรด) จึงทำให้ปอกเปลือกแล้วใช้ช้อนตักกินหรือนำไปปั่นทำสมูทตี้ได้ง่ายกว่ามาก

ทว่าสิ่งเดียวที่ผลไม้ตระกูลน้อยหน่าทั้งสองสายพันธุ์นี้มีเหมือนกันคือ "พิษในเมล็ด" ซึ่งเมล็ดแก่สีดำของทั้งน้อยหน่าไทยและเชอริโมยา ต่างก็มีสารกลุ่มแอนโนนาซินที่เป็นพิษต่อระบบประสาทเช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะรับประทานน้อยหน่าสายพันธุ์ใด การแกะเมล็ดออกให้หมดจดก่อนกินจึงเป็นกฎเหล็กด้านความปลอดภัยที่ห้ามละเลยเด็ดขาด

ตัวเลขทางโภชนาการและกลไกการทำงานต่อร่างกาย

คะแนนโภชนาการ 96 แต้มจาก BBC มาจากการวิเคราะห์อย่างพิถีพิถันเกี่ยวกับสารอาหารหลักและสารอาหารรองที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบสรีรวิทยาในร่างกายมนุษย์ โดยเชอริโมยามีสารประกอบทางเคมีที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายดังนี้:

  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน: วิตามินซีที่เข้มข้นสูงในผลไม้ชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม
  • สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง: อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปจับและสะเทินฤทธิ์ของอนุมูลอิสระในกระแสเลือด ช่วยลดการอักเสบระบบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจเรื้อรังและการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็ง
  • ระบบขับถ่ายและควบคุมน้ำตาล: ปริมาณใยอาหารหรือไฟเบอร์ที่สูงจะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ควบคุมความเร็วในการดูดซึมกลูโคส และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลันอันจะนำไปสู่โรคเบาหวานประเภทที่ 2

คำเตือนสำคัญ: สารพิษอันตรายในเมล็ดและเปลือก

แม้ว่าเนื้อของเชอริโมยาจะมีประโยชน์เทียบเท่ากับอาหารเสริมเกรดการแพทย์ แต่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีความรู้และข้อควรระวังในการรับประทานอย่างเข้มงวด เนื่องจากส่วนประกอบภายนอกของพืชชนิดนี้มีสารพิษทำลายระบบประสาทที่รุนแรง

หน่วยงานทางการแพทย์ออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่า ห้ามรับประทานเมล็ดสีดำขนาดใหญ่และเปลือกที่มีลักษณะเหนียวของเชอริโมยาโดยเด็ดขาด เนื่องจากส่วนประกอบเหล่านี้มีสารแอนโนนาซิน (Annonacin) เข้มข้นสูง ซึ่งหากร่างกายได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีผลการวิจัยทางคลินิกยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเกิดโรคพาร์กินสันชนิดผิดปกติ (Atypical Parkinson's Disease) และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง ดังนั้น ผู้บริโภคต้องทำการแกะเมล็ดออกให้หมดจดอย่างพิถีพิถันก่อนนำเนื้อไปปั่นเป็นสมูทตี้ หรือก่อนป้อนให้เด็กเล็กรับประทาน

บทสรุป

ในขณะที่แนวโน้มการบริโภคอาหารทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่อาหารจากธรรมชาติที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ เชอริโมยาหรือผลไม้ในตระกูลน้อยหน่าจึงกำลังเปลี่ยนสถานะจากผลไม้พื้นเมืองไปสู่สินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีผลไม้ชนิดนี้เติบโตหรือหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด สุดยอดอาหารเสริมที่ดีที่สุดต่อร่างกายนี้ไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ มีเพียงแค่ช้อนคันเดียวก็สามารถรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายได้อย่างเต็มที่

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...