โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบวิธีไล่รัฐบาล ‘ไอติม’ ลั่น! หากศาลรธน.ตีตกพรก.4แสนล้าน ‘อนุทิน ‘ต้องยุบสภา-ลาออก

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.02 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

7 ก.ค.2569-ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยคำร้องที่สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.ก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ โดยจุดยืนของพรรคประชาชนเราเคยพูดไว้แล้วว่าเราไม่อาจที่จะสามารถเห็นด้วยได้ โดยเฉพาะก้อน 2 แสนล้านบาทหลังที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวที่จะสามารถผลักดันหรือสามารถที่จะเสนอได้ผ่านโครงการงบประมาณปกติ ที่สภาฯ มีกลไกในการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เรามองว่าการที่จงใจนำเรื่องดังกล่าวไปอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะหลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ โดยการใช้กลไกการออก พ.ร.ก. ฉะนั้น ย้ำว่าหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องนำเข้าสภาฯ จุดยืนของพรรคประชาชนคือเราไม่สามารถเห็นด้วยได้ แต่หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่ารัฐบาลก็ต้องมีความรับผิดชอบ 2 ส่วนคือ 1.การรับผิดชอบทางการคลังว่าเงินที่กู้ไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร และ 2.ความรับผิดชอบทางการเมือง หากเราพยายามที่จะอ้างอิงธรรมเนียมปฏิบัติก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่าในกรณีที่พ.ร.ก.ถูกคว่ำโดยสภาฯ นายกรัฐมนตรีจะต้องยุบสภาหรือลาออก แต่กรณีนี้หากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่เป็นการถูกคว่ำโดยสภาฯ แต่เป็นการคว่ำโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่มีเหตุการณ์ในอดีตที่นำมาอ้างอิงได้ แต่ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบทางการเมืองทางใดทางหนึ่ง

เมื่อถามว่า ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะมีงบส่วนหนึ่งที่คล้ายกับจะนำไปกู้อีก 2 แสนล้านบาท มองว่าเป็นการใช้งบซ้ำซ้อนกันหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ซ้ำซ้อนหรือไม่ต้องดูรายละเอียด แต่ตนตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่าการที่รัฐบาลนำไปอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังนั้น ทั้งที่สามารถผลักดันผ่านงบประมาณปกติได้ เพราะเมื่อไปอยู่ในพ.ร.ก.กู้เงินเช่นนั้นจะทำให้กลไกการตรวจสอบของสภาฯ ไม่สามารถเอื้อมไปถึงเท่าที่ควร ทำให้มุมหนึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมากลั่นกรองอนุมัติซึ่งมาจากฝ่ายบริหารเอง เหมือนเป็นการตั้งเอง ชงเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...