MAJOR ร่วมวงจี้ ก.ล.ต. ตรวจแบบ 246-2 หลัง TRUE เปิดประเด็นข้อมูลถือหุ้นผิดปกติ
MAJOR แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังพบการยื่นแบบ 246-2 ระบุมีผู้ได้มาหุ้นบริษัทเกือบ 10% พร้อมอ้างถือครองหุ้นบุริมสิทธิ ทั้งที่บริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลือและไม่เคยเสนอขายแก่บุคคลทั่วไป อีกทั้งผู้ยื่นรายงานไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท ก่อนหน้า TRUE ก็เคยแจ้ง ก.ล.ต. ในประเด็นลักษณะเดียวกัน โดยรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับ
MAJOR แจ้ง ก.ล.ต. ตรวจสอบแบบ 246-2 หลังพบข้อมูลถือหุ้นผิดปกติ
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้แจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลการยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) หลังพบข้อมูลที่อาจมีความคลาดเคลื่อน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 บริษัทได้รับรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (แบบ 59) ซึ่งระบุว่ามีบุคคลรายหนึ่งในตำแหน่ง "ผู้บริหารชั่วคราว" แจ้งการได้มาหุ้นสามัญของ MAJOR จำนวน 41,132,700 หุ้น โดยระบุวันที่ทำรายการย้อนหลังเป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2551
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 บุคคลรายดังกล่าวได้ยื่นแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. โดยระบุว่าได้มาหุ้นสามัญประมาณ 0.3776% และหุ้นบุริมสิทธิประมาณ 4.64% ส่งผลให้ถือครองสิทธิออกเสียงรวมประมาณ 9.99%
ชี้ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลือ และผู้ยื่นไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
MAJOR ระบุว่า จากการตรวจสอบภายในพบข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุว่ามีการถือครองหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากบริษัทไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิแก่ประชาชนทั่วไป และปัจจุบันไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลืออยู่แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทตรวจสอบแล้วพบว่า บุคคลผู้ยื่นรายงานดังกล่าว ไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท และไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบบัญชีรายชื่อบุคคล (Whitelist) ของ ก.ล.ต. ที่บริษัทได้ขึ้นทะเบียนไว้
บริษัทจึงได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และได้รับแจ้งว่า ก.ล.ต. จะดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นแบบรายงาน โดยขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบทานข้อมูล
ชี้ข้อมูลในแบบ 246-2 ยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น
MAJOR ระบุเพิ่มเติมว่า ตามหมายเหตุที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. แบบรายงาน 246-2 ดังกล่าวเป็นเพียง ข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งอาจยังไม่ครบถ้วน หรืออยู่ระหว่างการสอบทานของหน่วยงานกำกับ จึงยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้
TRUE แจ้งข้อสังเกตในลักษณะเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในประเด็นลักษณะเดียวกัน หลังมีบุคคลยื่นแบบ 246-2 ระบุการได้มาหุ้น TRUE รวมประมาณ 3.22% ส่งผลให้ถือหุ้นรวมประมาณ 7.10% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด
TRUE ระบุว่า แบบรายงานดังกล่าวมีข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นบุริมสิทธิ ทั้งที่บริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิแล้ว และไม่เคยเสนอขายหุ้นประเภทดังกล่าวแก่บุคคลทั่วไป จึงได้แจ้งข้อเท็จจริงต่อ ก.ล.ต. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ยื่นรายงานเช่นเดียวกัน
บริษัทระบุว่า รายการดังกล่าว ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ หรือการดำเนินงานของบริษัท และจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญจากผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต.
ก.ล.ต. อยู่ระหว่างสอบทานข้อเท็จจริง
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 246 กำหนดให้ผู้ถือครองหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นแตะหรือข้ามทุกระดับ 5% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ต้องยื่นรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) เพื่อเปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมกิจการให้ผู้ลงทุนรับทราบอย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การยื่นแบบรายงานดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ ก.ล.ต. โดยผู้ยื่นจะต้องลงทะเบียน และระบบจะตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองในเบื้องต้น ก่อนยื่นรายงานภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์
สำหรับกรณีที่มีการยื่นแบบ 246-2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE นั้น ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้รายงานได้ดำเนินการลงทะเบียนและผ่านขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลตามกระบวนการของระบบแล้ว รวมถึงได้ยื่นรายงานผ่านระบบอย่างถูกต้อง