จับตา 9 ก.ค. ‘ไอติม’ย้ำจุดยืน หากศาลรธน.คว่ำร่างฯ ‘นายกฯ-รัฐบาล’ต้องรับผิดชอบทางการเมือง
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะมีการพิจารณาคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัด รธน.หรือไม่ ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ว่า เป็นสิ่งที่พรรค ปชน. และพรรคฝ่ายค้านมีการจับตา หากสมมุติศาล รธน.วินิจฉัยว่าไม่ขัด รธน. พ.ร.ก.กู้เงินก็ต้องเข้าสู่สภา ซึ่งจุดยืนของพรรค ปชน.บอกไว้แล้วว่าเราไม่สามารถเห็นด้วยได้กับ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง เกี่ยวกับโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพราะเห็นว่า โครงการดังกล่าวสามารถผลักดัน หรือเสนอได้ผ่านกลไกงบประมาณปกติ ที่สภามีกลไกตรวจสอบอย่างเต็มที่ และมองว่า การเอาเรื่องนี้ไปอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ในการหลีกหนีการตรวจสอบของรัฐสภา
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า แต่หากศาล รธน.วินิจฉัยว่าขัด รธน. คิดว่ารัฐบาลมีความรับผิดชอบ 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคือ ความรับผิดชอบทางการคลัง ว่าเงินที่กู้ไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร ส่วนที่สองคือความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งหากจะอ้างอิงก่อนหน้านี้ จะเห็นว่า พ.ร.ก.ที่ถูกคว่ำโดยสภาในอดีต นายกฯ ต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภา หรือลาออก แล้วในกรณีนี้หากศาลวินิจฉัยว่าขัด รธน. จะไม่ใช่การคว่ำโดยรัฐสภา แต่เป็นการคว่ำโดยศาล รธน. ดังนั้นก็อาจจะไม่มีเหตุการณ์ในอดีตมาอ้างอิงได้ แต่คิดว่าถึงอย่างไร นายกฯ และรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองทางใดทางหนึ่ง
เมื่อถามว่า งบฯ ปี 70 จะมีส่วนหนึ่งที่คล้ายกับที่จะเอาไปกู้ 4 แสนล้านบาท มองว่าเป็นการใช้งบฯ ซ้ำซ้อนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ซ้ำซ้อนหรือไม่ คงต้องดูรายละเอียด แต่ตั้งข้อสังเกตแล้วว่า การเอาไปอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังนั้น เป็นอะไรที่สามารถผลักดันได้ ผ่านงบฯ ปกติ ซึ่งจะทำให้สภามีการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ ผ่านกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ แต่พออยู่ใน พ.ร.ก. ทำให้กลไกตรวจสอบโดยสภาเอื้อมไปไม่ถึง คณะที่ตั้งมากลั่นกรอง อนุมัติก็เป็นคณะของฝ่ายบริหารเอง เหมือนชงเอง อนุมัติเอง.