กู้ภัยทะลวงถ้ำสปป.ลาว ขยับใกล้7ชีวิตเหลือแค่30เมตรหลังได้กลิ่นขับถ่าย
ใกล้ความจริง! กู้ภัยทะลวงถ้ำ สปป.ลาว ขยับเข้าใกล้ 7 ชีวิตเหลือแค่ 30 เมตร หลังได้กลิ่นขับถ่ายในโถงมืด เร่งสปีดสูบน้ำ 24 ชม. มั่นใจปิดภารกิจใน 2 วัน
วันที่ 26 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาว 7 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำในพื้นที่เมืองล่องแจ้ง แขวงไซสมบูรณ์ สปป.ลาว ว่า ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่กู้ภัย และทีมสนับสนุนยังคงเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ทั้งภารกิจภายในถ้ำ และการสนับสนุนจากภายนอก เพื่อเร่งเข้าถึงจุดที่คาดว่าผู้ประสบภัยพักอยู่ให้เร็วที่สุด
ช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค. 69) เจ้าหน้าที่ได้เร่งเสริมความมั่นคงของระบบสูบน้ำภายในถ้ำ เพื่อป้องกันการรั่วซึมและพังทลาย รวมถึงเคลียร์ก้อนหินบริเวณทางเข้าถ้ำซึ่งเป็นจุดคับแคบ เพื่อให้การลำเลียงอุปกรณ์และกำลังพลทำได้สะดวกมากขึ้น
หลังจากมีการตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมของนักกู้ภัย รวมถึงระบบ Air Line สำหรับช่วยหายใจแล้ว ทีมดำน้ำและทีมค้นหาได้เข้าปฏิบัติการภายในถ้ำต่อเนื่อง เพื่อวางเชือกไกด์ไลน์ และขยายระยะการค้นหาให้ลึกเข้าไปกว่าเดิม
ระหว่างการสำรวจ เจ้าหน้าที่พบอุปสรรคสำคัญคือทรายและกรวดจากมวลน้ำที่ไหลเข้ามาทับถมปิดปล่องใต้น้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่คาดว่าจะเชื่อมไปยังจุดของผู้ประสบภัย แต่ทีมกู้ภัยสามารถทะลวงเปิดทางได้สำเร็จ และขยายระยะการค้นหาเพิ่มได้อีกประมาณ 15 เมตร ก่อนถอนกำลังออกจากถ้ำเพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนปฏิบัติการรอบต่อไป
ขณะเดียวกัน ทีมสำรวจด้านบนภูเขายังได้ค้นพบปล่องถ้ำเพิ่มเติมอีก 4 จุด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับโถงถ้ำด้านในหรือไม่ หากสามารถเชื่อมถึงกันได้ จะใช้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยเหลือควบคู่กับภารกิจหลักภายในถ้ำ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเร่งสำรวจเส้นทางน้ำเข้า-ออกของภูเขา เพื่อพร่องน้ำออกจากระบบถ้ำให้เร็วที่สุด โดยการสูบน้ำยังคงดำเนินต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
อีกหนึ่งความคืบหน้าสำคัญ คือการเปิดเส้นทางพิเศษลัดเลาะภูเขาสำหรับลำเลียงผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ดำเนินการได้แล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเตรียมรองรับการเคลื่อนย้ายหากพบตัวผู้ประสบภัย
ล่าสุด ทีมสมาคมสายธารได้โทรศัพท์แจ้งความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทีมกู้ภัยสามารถเข้าใกล้จุดที่คาดว่าผู้ประสบภัยหลบอยู่ เหลือระยะห่างประมาณ 30 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ยังได้กลิ่นอุจจาระและปัสสาวะภายในถ้ำ แต่ยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากผู้ประสบภัย คาดว่าทั้ง 7 คนอาจอยู่ในสภาพอ่อนแรงอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ทีมกู้ภัยทุกฝ่ายยังคงมีความหวังว่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ โดยทีมสมาคมสายธารยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการอย่างเต็มกำลัง เพื่อปิดภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ให้ได้ภายในอีก 2 วันข้างหน้า