เปิดลิสต์ 5 ธีมลงทุนครึ่งปีหลัง เกาะกระแสมาตรการรัฐ-Mega Project
ภาพรวมกำไรสุทธิของบริษัทจทะเบียนในไตรมาส 1/69 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ จากความสามารถในการทำกำไรของหลายกลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยสดใสขึ้น
โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเป้าหมายดัชนี SET Index จากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำ 5 ธีมการลงทุนที่ได้อานิสงส์จากนโยบายรัฐ ควบคู่ไปกับหุ้นปันผลขนาดใหญ่ที่ยังมีความโดดเด่นในภาวะตลาดผันผวน
กำไรไตรมาส 1/69 ของ SET Index อยู่ที่ 3.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 24% จากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน รวมถึงกลุ่มสื่อสาร, ค้าปลีก, ธนาคารพาณิชย์ และไฟแนนซ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
ทั้งนี้ ผลจากกำไรไตรมาส 1/69 ที่ดีกว่าคาดมาก ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ SET Index สิ้นปีนี้ขึ้นเป็น 95 บาทต่อหุ้น จาก 87 บาทต่อหุ้น และปรับเป้า SET Index ขึ้นเป็น 1,560 จุด จาก 1,440 จุด โดยยังคงอิง PER Multiplier เท่าเดิมที่ 16.5 เท่า
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดกำไรไตรมาส 2/69 ชะลอจากไตรมาส 1/69 จาก Low Season ของหลายธุรกิจ และลดลงจากไตรมาส 2/68 จากฐานสูงในปีก่อน แต่จะกลับมาโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 3/69 และ 4/69 จากฐานต่ำ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่เห็นผลบวกมากขึ้น ทำให้ทิศทางของ SET Index ยังเป็นแบบ Sideway to Sideway Up
ดังนั้นธีมการลงทุนช่วงที่เหลือของปี เน้นอิงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของรัฐบาล ประกอบกับจุดแข็งของตลาดหุ้นไทย คือ หุ้นปันผลเด่นที่คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์, สื่อสาร และพลังงานยังให้ผลตอบแทนโดดเด่นต่อเนื่อง
1.มาตรการดูแลค่าครองชีพ และรักษาระดับการบริโภค กลุ่มหุ้นที่คิดว่าจะได้รับอานิสงส์คือค้าปลีก, สินค้าอุปโภคบริโภค และไฟแนนซ์ เช่น CPALL, CPAXT, GLOBAL, DOHOME, OSP, CBG, CPF, TIDLOR
2.การลงทุนโครงการ Mega Project ของรัฐบาลและเอกชน กลุ่มหุ้นที่คิดว่าจะได้รับอานิสงส์คือธนาคารพาณิชย์, รับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง, ขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น KTB, SCB, KBANK, AOT, BEM, STECON, CK, SCC, TASCO
3.แผน PDP ฉบับใหม่เพื่อปรับโครงสร้างพลังงาน กลุ่มหุ้นที่คิดว่าจะได้รับอานิสงส์คือโรงไฟฟ้า ผู้รับเหมางานวางระบบไฟฟ้าและสื่อสาร เช่น GULF, GUNKUL, SAMART, FORTH
4.อัตราเงินเฟ้อและ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง กลุ่มหุ้นที่คิดว่าจะได้รับอานิสงส์คือประกัน, ธนาคารพาณิชย์, สื่อสาร, การแพทย์ เช่น TLI, BLA, KTB, SCB, KBANK, ADVANC, TRUE, BDMS, BCH
5.หุ้นปันผลเด่นสม่ำเสมอ เช่น SCB, KBANK, KTB, PTT, ADVANC, TRUE, OSP
อย่างไรก็ตาม หุ้นเด่นที่ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเป็น Core Portfolio ในช่วงที่เหลือของปี โดยอิง Valuation และปัจจัยทางเทคนิคประกอบ คือ CPALL, GULF, GUNKUL, GLOBAL, SCB, TIDLOR และ TRUE