แท็กซี่เมาขับดับคาห้องขัง! เพื่อนปลุกกินข้าวไม่ตื่น พบถูกคู่กรณีรุมสกรัมอ่วมก่อนโดนล็อก
(25 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ได้ประสานแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้รุดเดินทางมายังห้องควบคุมผู้ต้องขังของสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องหาหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่ภายในห้องขัง
เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครมูลนิธิฯ เดินทางมาถึง บริเวณภายในห้องควบคุมผู้ต้องขัง พบร่างของ นายเฉลิมชัย อายุ 47 ปี นอนหมดสติอยู่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างออกมายังบริเวณหน้าห้องขัง และระดมกำลังทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) เพื่อยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถนานเกือบ 1 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล โดยแพทย์จากหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ยืนยันว่านายเฉลิมชัยได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นทราบว่า นายเฉลิมชัย (ผู้ตาย) ถูกจับกุมในข้อหา "ขับขี่รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ในขณะเมาสุรา" โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 21.30 น. ของคืนที่ผ่านมา นายเฉลิมชัยได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ-3121 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถของประชาชนเสียหายหลายคัน เหตุเกิดบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรแฟลตปลาทอง ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาไว้ที่ห้องขัง สภ.ปากคลองรังสิต
ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจสิบเวรได้นำอาหารมาแจกจ่ายให้ผู้ต้องขังภายในห้องควบคุม ซึ่งมีอยู่รวมกันทั้งหมด 8 คน โดยผู้ต้องขังคนอื่นเห็นนายเฉลิมชัยนอนนิ่งอยู่ จึงเข้าไปปลุกให้ลุกขึ้นมากินข้าว แต่เรียกเท่าใดก็ไม่ยอมตื่นและไม่มีการตอบสนอง จึงตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่สิบเวรให้เข้ามาตรวจสอบ ก่อนจะรีบประสานหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการณ์
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า คดีนี้อาจมีเงื่อนงำมากกว่าอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ เนื่องจากในคืนเกิดเหตุ หลังจากที่นายเฉลิมชัยขับรถชนวินาศสันตะโรแล้ว ได้มีกลุ่มคู่กรณีและเพื่อนของคู่กรณีตามมาทันที่เกิดเหตุ จากนั้นเกิดการโต้เถียงและบานปลายจนมีการ "รุมทำร้ายร่างกาย" นายเฉลิมชัยอย่างสะบักสะบอม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงและควบคุมตัวมาสอบสวน แต่เนื่องจากนายเฉลิมชัยอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก พูดจาไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปควบคุมไว้ในห้องขังชั่วคราวเพื่อให้สร่างเมา ก่อนที่คู่กรณีจะเดินทางมาติดต่อเรื่องค่าเสียหายในช่วงเช้าและพบว่านายเฉลิมชัยกลายเป็นศพไปแล้ว
ด้าน นายอธิศ ขาวสุวรรณ์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ก็ได้รีบเข้ามาสมทบเพื่อทำ CPR ทันที แต่เนื่องจากระบบสัญญาณชีพของผู้ต้องขังหยุดทำงานไปก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะพยายามปั๊มหัวใจนานเกือบชั่วโมงก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อทำการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ว่าเกิดจากโรคประจำตัว อาการช็อกจากการดื่มสุรา หรือเกิดจากบาดแผลภายในที่ถูกคู่กรณีรุมทำร้ายร่างกายก่อนหน้านี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายต่อไป