น้ำมันโลกจ่อเข้าโซนอันตราย คลังสำรองต่ำเส้น 100 วัน!
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลก มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าระดับที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ “100 วัน” ภายในเดือนนี้ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ขณะที่น้ำมันสำรองที่สะสมไว้ กำลังถูกดึงออกมาใช้
ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ประเมินว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกยังอยู่ในระดับเทียบเท่าความต้องการใช้ 101 วัน และจะลดลงเหลือ 98 วันภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยนับรวมทั้งน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์และคลังสำรองยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
ยูเลีย เชสต์โควา นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า แม้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ทันที ก็ยังต้องใช้เวลา “อย่างน้อยหลายสัปดาห์” กว่าการขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติ และคาดว่าปริมาณน้ำมันสำรองจะยังลดลงต่อไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน
สำหรับน้ำมันสำรองที่มองเห็นได้ ซึ่งประเมินจากข้อมูลดาวเทียม คาดว่าจะเหลือเพียงระดับที่รองรับความต้องการใช้ได้ “73 วัน” ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าระดับ 74 วันในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 2018
เมื่อรวมน้ำมันสำรองที่มองไม่เห็นอีกประมาณ 25 วัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศนอกกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปริมาณสำรองรวมจะอยู่ที่ “98 วัน”
ตัวเลขดังกล่าว เริ่มเข้าใกล้เกณฑ์ขั้นต่ำที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีน้ำมันสำรองและปริมาณนำเข้ารวมอย่างน้อย 90 วัน
ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม IEA ได้เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดแบบประสานงานร่วมกัน ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า West Texas Intermediate เคยพุ่งแตะระดับมากกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ก่อนลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงานเมื่อวันพุธว่า อัตราการลดลงของน้ำมันดิบคงคลังที่มองเห็นได้ทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น โดยค่าเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคมแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
มาซาโตะ มารุยามะ กรรมการผู้จัดการของโกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า “ผู้เล่นในตลาดจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มตระหนักถึงการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรอง หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงหนึ่ง และเรากำลังติดตามอย่างใกล้ชิด”
ด้าน เคน โคยามะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงานแห่งญี่ปุ่น กล่าวว่า “ตลาดน้ำมันโลกสามารถซื้อเวลาได้จากการดึงน้ำมันสำรองออกมาใช้ในอัตราที่รวดเร็ว แต่แนวทางนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่มีกำหนด”
อีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวลคือ ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในทางทฤษฎี “อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด” เพราะน้ำมันบางส่วนถูกเก็บไว้นานจนคุณภาพเสื่อมลง นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น การสูบน้ำมันออกจากถังทำได้ยากขึ้นเมื่อปริมาณที่เหลือลดลง
อ้างอิง: nikkei